อัมพวาเป็นเมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำแม่กลอง ชุมชนที่เหมาะสำหรับมาเที่ยวพักผ่อนแบบสั้นๆในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ และที่สำคัญอัมพวายังตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สามารถใช้เวลาเดินทางเพียงชั่วโมงนิดๆ ก็ได้มาพักผ่อนชิลล์ๆ ริมแม่น้ำกันแล้ว

การเดินทางเราใช้ เส้นทางพระราม 2 ขาออก มุ่งหน้าลงใต้ ผ่านมหาชัย เข้าทางแยกต่างระดับที่มุ่งหน้าสู่ตัวเมืองสมุทรสงคราม จับเส้นทางต่อไป อำเภออัมพวา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเศษๆ เท่านั้น ผู้เขียนและครอบครัว ออกเดินทางจากบ้านสมุทรปราการ เช้ามืดวันเสาร์ ถึงวัดเพชรสมุทรวรวิหารหรือที่เรียกว่าวัดบ้านแหลม ประมาณ 6 โมงเช้าเศษๆๆ แวะกราบไหว้พระสักการะ หลวงพ่อบ้านแหลม เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนไปสู่จุดหมายปลายทางอื่นใด

หลวงพ่อบ้านแหลม

“หลวงพ่อบ้านแหลม” เป็นพระพุทธรูปยืน ปางอุ้มบาตร ศิลปะสุโขทัย องค์พระทำด้วยทองเหลือง สูงใกล้เคียงกับคนจริง (ประมาณ 170 เซนติเมตร) เป็นหนึ่งในพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ถึงขนาดมีคำกล่าวว่า หากไปถึงเมืองสมุทรสงครามแล้วไม่ได้ไปกราบหลวงพ่อบ้านแหลม ก็เหมือนไม่ได้ไปถึงเมืองสมุทรสงคราม

หลวงพ่อบ้านแหลม วัดเพชรสมุทรวรวิหาร

หลวงพ่อบ้านแหลมเป็นองค์พระที่มีความเป็นมาร่วมกับหลวงพ่อโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร และหลวงพ่อโต วัดพลับพลาชัยชนะสงคราม ทั้งยังเป็นองค์พระที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของการขอพรให้สมปรารถนาเช่นเดียวกัน โดยนิยมบนบานขอพรด้วยละครและพวงมาลัย หรือบางครั้งก็มีการจุดประทัดแก้บนหากสมความปรารถนาแล้ว

พอกราบไหว้ขอพรพระหลวงพ่อบ้านแหลมเสร็จ ผู้เขียนพาครอบครัวย้อนมา ตลาดร่มหุบ ซึ่งไม่ไกลจากวัดหลวงพ่อบ้านแหลม มากนัก (ไม่น่าเกิน 1 กม.เพราะคุณนายแม่เคยเดินย้อนมาไม่เกิน 5 นาที) แวะหาข้าวต้มเครื่อง อาหารเช้าง่ายๆๆ รองท้อง ก่อนพาคุณนายแม่เดินเที่ยวตลาดร่มหุบ ตลาดนัดกลางแจ้งสุดอันซีนที่แม่ค้าจะหุบร่มเก็บของเพียงเสียววินาทีเมื่อมีรถไฟผ่าน ซึ่งนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถแวะมาชมได้ตั้งแต่ช่วงเวลา 08.30 น., 11.10 น., 14.30 น. (รถไฟวิ่งเข้าสถานีแม่กลอง) และ 6.20 น., 9.00 น., 11.30 น., 15.30 น. (รถไฟออกจากสถานีแม่กลอง) เครดิต: ข้อมูลจากการรถไฟแห่งประเทศไทย

วัดบางกุ้ง

อิ่มเอมใจกับอิ่มท้องจากตลาดร่มหุบแล้ว ผู้เขียนพาครอบครัวมุ่งหน้าไปต่อที่ วัดบางกุ้ง วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองชาวอัมพวา ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน จุดเด่นของวัดนี้คืออุโบสถหลังเดิมที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ถูกปกคลุมด้วยรากไม้ใหญ่ทั้งต้นโพธิ์ ต้นกร่าง ต้นไกร และต้นไทร

ทางเข้าโบสถ์วัดบางกุ้ง
หลวงพ่อนิลมณี

พระอุโบสถเป็นอาคารเครื่องก่ออิฐถือปูน ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา ตามแบบวัดไทยทั่วๆไป ที่มักเป็นเครื่องลำยอง ภายในโบสถ์เป็นที่สถิตของ “หลวงพ่อนิลมณี” หรือ “หลวงพ่อดำ” ตามที่ชาวบ้านเรียกกัน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทรงปางมารวิชัยขนาดใหญ่ สมัยอยุธยาตอนปลาย เครดิตข้อมูล:วิกิพีเดีย

ภาพอันซีนสุดยอดอีกภาพหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต้องถ่ายภาพนี้ มองจากหน้าต่างอุโบสถที่ถูกปกคลุมด้วยต้นไม้

ผู้เขียนชื่นชอบ และศรัทธาวัดบางกุ้งแห่งนี้มากมายเช่นกัน มาอัมพวาทีไร ต้องมากราบไหว้สักการะขอพร และ สมทบทุนร่วมบูรณะวัดในพระพุทธศาสนาแห่งนี้ ดีใจที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล และอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ทราบถึงประวัติและรากเหง้าความเป็นมา ได้ศึกษาและเตือนใจตัวเอง

อัมพวาริเวอร์วิว(Amphawa River View)

ทุกครั้งที่มาอัมพวา ไม่ว่ามาส่วนตัวหรือต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ผู้เขียนจะต้องมาพักที่ อัมพวาริเวอร์วิว(Amphawa River View) เป็นบ้านเรือนไทยประยุกต์สองชั้น ติดริมแม่น้ำแม่กลอง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สามารถมองเห็นแม่น้ำได้กว้างไกล ให้ความสงบร่มรื่น การเดินทางสะดวกสบายอยู่ห่างจากตลาดน้ำอัมพวาเพียง 600 เมตร

พระพายเรือมาบิณฑบาตร
นิมนต์พระใส่บาตร
ของใส่บาตร ที่ท่าน้ำโรงแรม
อาหารเช้าง่ายๆ
กาแฟยามเช้า

โรงแรมมีกิจกรรมดีๆๆ มากมาย เริ่มจากเช้าวันพักผ่อนด้วยการใส่บาตรพระ โดยพระจะพายเรือมารับบาตรในตอนเช้า แล้วเที่ยวชมวัดไหว้พระและเดินเที่ยวตลาดน้ำอัมพวาในตอนบ่าย ล่องเรือชมหิ่งห้อยตอนค่ำและมีบริการอย่างอื่นอีกเช่น ปิ้ง ย่าง อาหารทะเล เพียงแค่แจ้งล่วงหน้ากับทางโรงแรมไว้ก่อนเท่านั้นเอง แถมยังมีเรือให้พายพร้อมเสื้อชูชีพ และนวดแผนโบราณ ไว้คอยบริการอีกด้วย แนะนำผู้อ่านที่สนใจมาพักผ่อน เข้าชมรายละเอียด www.amphawariverview.com

ตลาดน้ำอัมพวา

นักท่องเที่ยวนั่งเรือชมคลอง

หลังจากเช็คอินที่โรงแรมที่พัก ที่จองไว้แล้ว พักผ่อนร่างกายเอนหลังนิดหน่อย บ่ายคล้อย แดดร่มลมตก ชวนกันออกมาตลาดน้ำอัมพวาเพื่อหาของกินมื้อเย็นและนั่งเล่นริมน้ำกัน รับพลังธาตุน้ำ ให้หยินหยางในตัวบาลานซ์ หน่อยนึง ชีวิตจะได้มีพลังงานผลักดันให้ขับเคลื่อนไปต่อได้ดีขึ้น

นั่งชมวิวริมคลองอัมพวา

“ตลาดน้ำอัมพวา”ตั้งอยู่ริมคลองใกล้วัดอัมพวันเจติยาราม จ.สมุทรสงคราม เป็นตลาดน้ำยามเย็นแห่งแรก เพราะเสน่ห์ของบ้านเรือนสองริมฝั่งที่ยังคงความดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดี 

อาหารทะเลสดมาก

ในคลองอัมพวาจะมีพ่อค้า แม่ค้าพายเรือขายอาหาร และเครื่องดื่ม เช่น ขนมไทย อาหารทะเลเผา ก๋วยเตี๋ยวเรือ ผัดไทย หอยทอด ขนมใส่ไส้ ขนมกล้วย และอื่นๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนชอบกินเลยทีเดียว

กินกันแบบไม่ห่วงคลอเรสเตอรอล เลยทีเดียว

จากเรือพายของพ่อค้าแม่ค้า ทำชวนให้นึกถึงอดีตอันแสนคลาสิคได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีรถเข็นขายของบนบกด้วย และมีร้านรวงเปิดให้เดินชิลล์ หรือจะนั่งจิบกาแฟชมบรรยากาศก็ได้ เสียงตามสายของชาวชุมชนที่เปิดตลอดเวลาทำให้นึกถึงสมัยที่ผู้เขียนเป็นเด็ก ได้ฟังทุกเช้า เย็น จากผู้ใหญ่บ้าน ฮ่าๆ

บางทีการนั่งนิ่งๆๆ หยุดมองน้ำไหลผ่าน มันก็ทำให้คิดได้หลายสิ่งนะ เปรียบทุกอย่างดุจสายน้ำ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป

อิ่มหนำสำราญ นั่งรับลมแม่น้ำเย็นๆๆ เต็มอิ่ม ได้เวลาชวนกันกลับโรงแรม โดยไม่ลืมต้องหิ้วน้ำเก๊กฮวยมีฟอง กับน้ำองุ่นหมัก กลับมาด้วย คาดการณ์ว่า หลังส่งคุณนายแม่เข้าพักผ่อนที่ห้อง ผู้เขียนจะลงมาละเลียดฟองน้ำเก๊กฮวยที่ริมท่าน้ำในโรงแรม นั่งเขียนงาน ปล่อยอารมณ์ไปตามสายน้ำ ฟังเสียงคลื่นกระทบไม้ หรือคลื่นกระทบฝั่ง มันทำสติ สมาธิได้เป็นอย่างดีทีเดียว

เสียงน้ำกระทบฝั่ง มันสุนทรีบอกไม่ถูก เสียใจแต่เรื่องขยะนี่แหละ ทำให้หงุดหงิด

คืนนั้น ผู้เขียนเข้านอนตอนไหน ไม่ทราบได้ รู้สึกตัวอีกที ประมาณตี5 ครึ่ง เสียงเคาะประตูห้องพักดังสนั่นหวั่นไหว ปลุกให้ตื่นขึ้นมารอใส่บาตรพระ ริมท่าน้ำโรงแรม ถ้ามีการบันทึกภาพผู้เขียนระหว่างใส่บาตรพระ คงจะท่าทางสลึมสลือไม่น้อยทีเดียว ด้วยเพราะฤทธิ์น้ำเก๊กฮวยมันดุจริง ฮ่าๆๆ

บ่ายวันอาทิตย์นั้น ผู้เขียนและครอบครัว ขับรถกลับบ้าน ด้วยความสุขใจ คุณนายแม่ขอบอกขอบใจยกใหญ่ พร่ำบอกขอบใจมากๆๆ ที่พามาเที่ยวกินของอร่อย ไหว้พระ ทำบุญ แม่อยู่บ้านทั้งอาทิตย์ ลูกๆๆ พาแม่ออกมาเที่ยวเสาร์อาทิตย์แบบนี้ มันทำให้แม่รู้สึกดีมาก อย่างน้อย แม่จะได้นับวันรอ เสาร์อาทิตย์หน้า อย่างมีความหวัง ว่า จะพาไปไหนต่อดี ฮ่าๆๆ

Leave a Reply