ตู้กับข้าวที่ด้านหน้า ยังไม่ได้ติดมุ้งลวด

ตู้กับข้าว กับ ตู้เย็น
คนไทยสมัยก่อนจะมีตู้กับข้าวตั้งไว้ในครัวกันทุกบ้าน ตู้กับข้าวส่วนใหญ่ทำจากไม้มีรูปทรงขาสูงราวสี่สิบเซนติเมตร พื้นล่างเป็นไม้หน้ากว้างราวหนึ่งนิ้วฟุตตีโปร่งเป็นระแนงเอาไว้ ส่วนมากใช้คว่ำจานชามที่ล้างสะอาดแล้ว ด้านหน้าจะโล่งไม่มีบานประตู บางตู้เป็นบานเปิดสองข้างแบบบานพับ น้อยตู้นักจะเป็นบานเปิดแบบบานเลื่อน แต่ไม่ว่าจะมีประตูหน้าเป็นอย่างไรก็ตาม ทั้งหมดจะตีเปิดช่องโปร่งแบบไม้ระแนงเช่นเดียวกับด้านข้างทั้งสองด้าน ส่วนด้านหลังเป็นแผ่นทึบยาวตลอดถึงด้านบน ส่วนล่างสุดนี้จะสูงประมาณหนึ่งฟุตหรือกว่านั้นเล็กน้อย ส่วนด้านข้างของตู้กับข้าวตอนบน ก็จะตอกตะปูและแขวนกระบอกเก็บช้อน และ ทัพพีเอาไว้
ถัดขึ้นมาเป็นพื้นที่หลักของตู้กับข้าว เป็นส่วนสูงประมาณหนึ่งเมตรหรือใกล้เคียง บางตู้แบ่งเป็นสองชั้น บางตู้แบ่งเป็นสามชั้น ด้านข้างซ้ายขวาจะมีแผ่นตะแกรงเหล็กรูโปร่งเล็กน้อยกั้นเอาไว้ บางตู้ตีปิดทึบด้วยไม้บางๆเช่นไม้อัด บางตู้ตีปิดด้วยมุ้งลวดตาถี่หน่อย ผนังด้านหลังของตู้กับข้าวทุกชั้นจะเป็นไม้ตีทึบเอาไว้ ส่วนด้านหน้าจะเป็นประตูเปิดออกสองด้าน บ้างก็ตีด้วยไม้ระแนง บ้างก็ตีกั้นด้วยมุ้งลวดหรือเหล็กรูปโปร่งทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ด้านบนของตู้จะมีการตีกรอบไม้ยกสูงขึ้นมาสักสองนิ้วฟุตกั้นไว้สามด้านยกเว้นด้านหน้า
ที่พื้นตรงที่ขาตั้งของตู้กับข้าวสมัยแรกจะมีถ้วยแบบกระเบื้องเคลือบใส่น้ำ แล้วเอาขาตู้กับข้าวตั้งแช่ลงไปในน้ำเป็นการป้องกันมดและแมลงไต่ไปตอมกับข้าวในตู้ ต่อมาจึงพบว่าการที่เอาขาไม้ของตู้กับข้าวแช่น้ำนานๆมันทำให้ขาไม้ผุจนต้องตัดขาทิ้งกันเรื่อยๆ จึงมีการเอาน้ำมันเครื่องหรือจาระบีมาทาที่ขาตู้กับข้าวแทน แต่ก็ดูเปรอะเปื้อนแถมยังมีฝุ่นเกาะง่าย จึงมีคนทำถ้วยรองขาตู้กับข้าวออกมาเป็นสองชั้น คล้ายกับเอาถ้วยสองใบไปวางด้วยกัน ใบเล็กอยู่ด้านในเป็นที่วางของขาตู้กับข้าว ใบใหญ่ที่อยู่ด้านนอกก็ใช้น้ำใส่หล่อเอาไว้ เพียงเท่านี้ขาตู้กับข้าวก็ไม่ต้องแช่น้ำโดยตรงให้ผุอีกต่อไป น้ำหล่อขาตู้กับข้าวต้องขยันเปลี่ยน ไม่อย่างนั้นยุงจะมาวางไข่ หรือไม่ก็จะมีขี้ฝุ่นลอยฉาบหน้า แมลงตัวเล็กๆแบบมดก็ไต่ไปบนฝุ่นข้ามน้ำไปได้เช่นกัน
คนไทยสมัยก่อนทำกับข้าวกันวันละสองมื้อ คือมื้อเช้ากับมื้อเย็น ส่วนมื้อกลางวันก็เอากับข้าวที่ทำตอนเช้าใส่ปิ่นโตให้ลูกผัวหิ้วไปกินที่ทำงานหรือที่โรงแรียน กับข้าวบางอย่างเวลาทำก็ทำเยอะหน่อย เพราะของสดมันเก็บได้ไม่นานด้วยว่าไม่มีตู้เย็น เช่นพะโล้ หรือแกงต่างๆ การทำกับข้าวที่ละมากๆๆ มันช่วยประหยัดไฟ ( ถ่าน ), ประหยัดน้ำมัน, ประหยัดเวลา และกับข้าวบางอย่างที่กินไม่หมด คนไทยเราก็จะเอาใส่ถ้วยเก็บไว้ในตู้กับข้าว บางส่วนหากจะกินอีกในมื้อต่อไปก็อาจจะใส่ถ้วยชาม แล้วใช้ฝาชีครอบเอาไว้บนโต๊ะ
พอมาถึงยุคเทคโนโลยีก้าวหน้าชาวประชาผ่องใส มีไฟฟ้าแพร่หลายกระจายไปทุกตารางนิ้วในประเทศ ( ส่วนจะดับบ้างติดบ้างก็ช่างหัวมัน ) ตู้เย็นและไมโครเวฟก็เข้ามาช่วยทำให้ชีวิตของคนไทยเราดีขึ้น สามารถเก็บอาหารทั้งสดและแห้งได้นานมากขึ้น เอาอาหารออกมาอุ่นได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้นกว่าสมัยที่ยังต้องติดเตาถ่าน ทำกับข้าว และเก็บอาหารไว้ในตู้กับข้าวไม่ให้เสียหาย จนสมัยนี้น่าจะหาตู้กับข้าวดูได้ยากเต็มทนแล้ว
แต่…………………………………………………………………………………………………………………………..

คนไทยสมัยนี้ดันซื้อฟาสท์ฟู้ดกินแทนการทำอาหารกินเองในบ้าน และเมื่อมีอาหารอะไรเหลือแทนที่จะเก็บในตู้เย็น ที่มีประสิทธิภาพการเก็บอาหารได้นาน คนไทยสมัยนี้กลับเลือกที่จะทิ้งมันไป มันก็แปลกดีนะ ฮ่าๆๆ

หรือแม้แต่จะตุนอาหารกันโครมๆๆ ในยามโควิด ซื้อมายัดเต็มตู้เย็น แต่เอาจริงๆๆ ถึงเวลาสั่ง ไลน์แมน ฟู้ดส์แพนด้า ฮ่าา

ภูมิปัญญาคนโบราณคิดค้นการเอาตัวรอด และ การอยู่รอดในช่วงที่ไม่มีไฟฟ้า และเครื่องอำนวยความสะดวก น่าแปลกที่ อาหารกลับไม่บูดเน่า และทั้งที่ใส่ในตู้กับข้าวตั้งไว้เฉยๆๆ หรือแม้แต่ใส่จานวางบนโต๊ะและมีฝาชีครอบไว้เฉยๆๆ อาหารก็อยู่ได้ ไม่บูดเน่า ตอนนี้มองไปทางไหน แทบจะน้อยมากที่จะเห็นตู้กับข้าว คนรุ่นใหม่อย่าไปถามถึงเลย คงนึกภาพไม่ออก แน่นอน

Leave a Reply