แมว คือ สัตว์เลี้ยงที่อยู่เป็นเพื่อนมนุษย์มายาวนานตั้งแต่อดีต แมวเป็นสัตว์ขี้อ้อน และ คลายเหงาให้มนุษย์ได้ แต่ก็เป็นสัตว์เลี้ยงที่ยากจะเข้าใจอย่างนัก ถึงจะเข้าใจยากอย่างไร อย่างน้อยก็แพ้มนุษย์ที่ยากแท้หยั่งถึงละว้า

ทุกๆเช้า ผู้เขียนนั้นจะถูกปลุกโดยแมวจร ที่ไม่ทราบที่มาที่ไป ว่าเป็นแมวมาจากที่ไหน และใครเป็นเจ้าของ ครอบครัวผู้เขียน จึงตั้งชื่อให้ว่า “นินจา” อ้าวอยู่ไปอยู่มา ทำไมมีแมวตัวผู้มาวนเวียน เคล้าคลอ ประหนึ่งตามจีบสาวเลยหละ เลยสังเกตุดีๆ อ้าวแมวตัวเมียนี่นา งั้นเปลี่ยนเรียกว่า “นินนี่” ละกัน เห็นมะ สาวสวยขึ้นเลยเชียว แต่ผู้เขียนมักจะเรียกว่า “อีเหมียว” มากกว่า ได้อารมณ์เวลาดุมัน ฮ่าๆ

เริ่มจากตอนเช้าตรงเวลาเป๊ะเว่อ สัก 6 โมงเช้า จะเสียงร้องเบาๆ”เหมียวๆ” ที่หน้าต่างห้องนอน พอผู้เขียนไม่สนใจ ก็จะร้อง “เหมียวๆ” ดังมากขึ้น จนทนไม่ไหว ต้องลุกจากที่นอน แต่ผู้เขียนก็ออกอาการหมั่นไส้นิดหน่อย ที่แมวตัวนี้นั้น มันไม่ให้เข้าใกล้เลย แต่อยากกินอาหารของเรา เลยแกล้ง เข้าห้องน้ำ อ้อยอิ่ง เดินออกมาชงกาแฟ จิบกาแฟแบบละเลียดที่โต๊ะอาหาร หันไปอีกที อ้าว อีเหมียว มานั่งจ้องตาที่ประตูข้างโต๊ะอาหาร สายตานั้นเว้าวอน จนละลาย ใจอ่อน พอลุกขึ้นทำท่าจะไปให้อาหารหลังบ้าน อีเหมียวเหมือนรู้ว่าจะได้กินอาหารแล้ว วิ่งปรู้ดไปรอหลังบ้านที่เดิมที่เคยให้อาหาร ในทุกๆวัน

พอผู้เขียนเดินถือขวดอาหารไปเทให้ อีเหมียว กลับวิ่งหนี ทำตาโต และ ยิงฟันขู่แว้กๆๆ ประมาณว่า อย่ามาใกล้กรูนะ กรูดุนะเออ ดูมันทำ ฮ่า ๆ

พอเทอาหารเสร็จ อีเหมียวก็จะรอจนผู้เขียนเดินห่างออกมาจากชามอาหาร มันจึงปรี่เข้าไปกินอาหารเม็ดแบบอร่อยและหิวโซ เป็นอย่างนี้ทุกวัน และพฤติกรรมนี้ เกิดกับทุกคนในครอบครัว จนเกิดคำถามตามมาว่า “เมื่อไหร่หนอ อีเหมียวจะไว้ใจคน และยอมให้เข้าใกล้สักที”

พอกินอาหารเสร็จ อีเหมียวก็จะขึ้นไปนอน ระเบียงบ้านบ้าง เสารั้วบ้าง แทงก์น้ำ เอย ใต้ท้องรถเอย บางทีก็บนต้นไม้ในบ้าน วันดีคืนดี มีแมวตัวผู้ที่แม่สันนิษฐานว่า คือ แฟนอีเหมียว วิ่งไล่ตามกัน แต่อีเหมียวก็ไม่ยอมให้แมวตัวผู้นั้นมาเข้าใกล้ หรือเด็ดสวาทนางได้ นางก็หวงตัวใช่ย่อย เนะ แมวตัวผู้นั้นนอนเฝ้า นั่งเฝ้า อย่างอดทน และท้ายสุด อีเหมียวก็ใจอ่อน ให้แฟนหนุ่มมาคลอเคลีย คุณนายแม่ผู้เขียนเห็นแบบนั้น จับไม้ขว้างปาไล่ทั้งคู่ และบอกว่า อีเหมียว หน่อยแนะ มีแฟนมาคลอเคลีย วันนี้ไม่ต้องกินข้าว นะ ไม่หวงตัวเลย ได้กันหรือยังเนี่ย อิอิอิ แต่ท้ายที่สุด แม่ก็ให้อาหารอยู่ดี บ่นๆ ด่าๆ ขว้างปาไม้ไล่ แต่ถึงเวลา ก็อดใจไว้ไม่อยู่ ฮ่าๆ

ธรรมชาตินั้นออกแบบแมวมาพร้อมกับความน่ารัก รักสันโดษ แต่ขี้สงสัยจนน่าประหลาด แม้แมวบ้านๆ ที่เติบโตมาด้วยการเลี้ยงของมนุษย์ตลอดชีวิต ก็ยังต้องการเอกสิทธิ์และพื้นที่ส่วนตัวอยู่ไม่น้อย ราวกับว่า “มันไม่ต้องการมนุษย์เลย” ยังไงอย่างงั้นนะ

แต่เพราะความรักสันโดษและไม่เรียกร้องอะไรจากพวกเรามากนัก  ทำให้มนุษย์อดไม่ได้ที่จะเชื้อเชิญแมวให้มาเป็นสมาชิกภายในบ้านเหมือนกับที่ครอบครัวผู้เขียนเป็นตอนนี้ จากท่าทางรังเกียจ และไล่ทุกครั้งที่เจอ กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว กลายเป็นคน “ทาสแมว” ไปแล้วนั้นเอง

รู้จักหมาแต่ไม่รู้จักแมว

ผู้เขียนและครอบครัวศึกษาพฤติกรรมน้องหมาค่อนข้างทะลุปรุโปร่ง เพราะเคยเลี้ยงน้องหมามาสิบกว่าปี ส่วนหนึ่งอาจเพราะว่าพฤติกรรมน้องหมานั้นเปิดกว้างต่อประสบการณ์ใหม่ๆ และมีความกระตือรือร้นที่จะสร้างสัมพันธ์กับมนุษย์เช่นเรามากกว่า และตรงกันข้ามกับน้องแมวอย่างสิ้นเชิง พวกมันไม่ยอมเปิดใจให้ศึกษาได้ง่ายๆ เลย การศึกษาพฤติกรรมน้องแมวนั้นใช้เวลาและความอดทนสูงมาก ทำให้รูปแบบพฤติกรรมน้องแมวยังคงเป็นปริศนา และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ผลลัพธ์ที่เราคาดหวังไว้ ก็ได้แต่รอ รอ และไม่ต้องคาดหวังจะดีที่สุด

การไขพฤติกรรม น้องแมวได้นั้น เท่ากับลดข้อพิพาทระหว่างตัวเราและสัตว์เลี้ยง อย่างน้อยจะได้รู้ความต้องการของกันและกัน นั่นเอง

เสียงร้องของแมว

  • เสียงฟี้อย่างแมว อีเหมียวจะใช้เสียงฟี้ๆ บางเวลา แต่เท่าที่สังเกตุ คือ มันน่าจะกำลังมีความสุขหรือความเครียดในบางครั้ง อีกทั้งยังแสดงออกในภาวะฉุกเฉิน พยายามจะบอกว่าร่างกายได้รับบาดเจ็บนะ แต่เราก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะผู้เขียนไม่ใช่เจ้าของและแมวไม่ยอมให้จับและเข้าใกล้นั่นเอง
  • เสียงร้องเหมียวๆ ของอีเหมียวนั้นเท่าที่สังเกตุจะไม่ร้อง “เหมียวๆ” กับแมวด้วยกัน แต่มันจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนี้เพื่อใช้สื่อสารกับมนุษย์ เสียงร้อง”เหมียวๆ”สามารถบ่งบอกสถานะความสัมพันธ์กับมนุษย์ ซึ่งปกติคนเลี้ยงจะรู้ว่าแมวของเขาร้อง”เหมียวๆ” นั้นเพราะต้องการอะไรนั่นเอง ผู้เขียนก็รู้สึกว่า รู้เหมือนกันนะ ฮ่าๆ

หูแมว

หูแมวที่ลู่ไปทางด้านหลังบ่งบอกถึงภาวะความเครียดและพร้อมต่อสู้ แต่หากหูลู่ไปทางด้านหน้าแสดงว่า อีเหมียวกำลังสนใจอะไรอยู่ อย่าไปยุ่งกับมัน ฮ่าๆ

อีเหมียวนอนหงายและเปิดพุง

ปกติแมวจะไม่เปิดเผยพุงหากไม่จำเป็น แต่หากมันนอนหงาย แสดงว่าแมวกำลังผ่อนคลายสุดๆ และเชื่อใจคน อีเหมียวนอนหงายอ้าซ่าบ่อยๆ ที่ระเบียงบ้าน นั่นเพราะมันไว้ใจว่าบ้านผู้เขียนอบอุ่น ปลอดภัย แต่พอเราไปใกล้ มันวิ่งปรู้ดหนีเลย หรือมันยังไม่ไว้ใจเราหนอ อิอิ

จากการเฝ้าติดตามศึกษาพฤติกรรมอีเหมียวมาเกือบปี ทำให้รู้สึกว่า น้องแมวนั้นยากที่จะเข้าใจและท้าทายผู้เขียนเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าตอนนี้ อีเหมียวจะยังไม่ให้โอกาส แต่เราจะพยายามต่อไป วันหนึ่งข้างหน้า เราคงได้รับโอกาสนั้นน้อ เหมือนที่ใครบางคนที่ให้โอกาสเราเข้าไปในชีวิต แม้จะยากและปิดกั้นมากมายแต่เรารอและเชื่อใจ ทำดีเข้าไว้ สม่ำเสมอ ท้ายสุดเราก็ได้ของล้ำค่ามาครอบครอง อ้าวคนละเรื่องกันเลย ฮ่า

บทส่งท้าย บ้านผู้เขียนที่ประเทศเชียงใหม่นั้น ตั้งอยู่กลางสวนลำไย นอกจากน้องแมวน้องหมาของชาวบ้านที่แวะเวียนมาประจำแล้ว ยังมีน้องนกที่ส่งเสียงขันในตอนเช้า เปรียบดังเสียงเพลงบรรเลงตามธรรมชาติและมาตรงเวลาประหนึ่งว่า ตั้งนาฬิกาไว้อย่างนั้นแล ในฐานะเจ้าของบ้าน จึงต้องให้รางวัล เป็นผลไม้สุกที่มีมากมายในสวนที่ครอบครัวปลูกไว้ เอามาวางไว้ข้างรั้ว ถึงเวลา น้องนกเหล่านั้นก็จะมาจิกกินแถมพาคู่มาด้วยนะเออ บ้านหลังนี้จึงอยู่เย็นเป็นสุขของแท้เลยหละ อิอิ

Leave a Reply