ช่วงที่ผู้เขียนประจำการที่จีนนั้น มีภารกิจต้องกลับมาเชียงใหม่เพื่อเตรียมงานก่อสร้างบ้าน เลยมีเวลา 3 คืน ที่จะพักผ่อนเก็บความสุขก่อนกลับไปทำงาน อยากพามาดามจูลี่ ไปนอนดูดาวแล้วล่องแพ ดูช้าง นั่งเกวียน ทริปนี้ผู้เขียนวางแผนเองเลย จัดการจองเองทุกอย่าง ปะไปกันเลย

ล่องแพ นั่งเกวียน ดูช้าง ที่แม่แตง

หลังเสร็จภารกิจคุยงานกับผู้รับเหมา มาดามจูลี่ อยากมากินขนมหวาน ที่ร้าน Brown Café ที่ตั้ง @ นิมมาน ซอย 9 ผู้เขียนจะรอไร พาไปตามบัญชาเลย กินขนมดับเครียด จ่ายตังค์มัดจำก้อนโตทำบ้าน กินๆๆจะได้มีแรงหาตังค์ ฮ่าๆๆ พอกินเสร็จ ผู้เขียน บอกว่า ไม่ได้จองโรงแรมในเชียงใหม่นะ จะพาไปนอนแม่แตง ตื่นเช้ามาไปล่องแพกัน นั่งเกวียน และ ดูช้างที่ปางช้างแม่แตงกันนะ มาดามจูลี่ หน้าเหวอหน่อยๆๆ เทสการเลือกโรงแรม และ ทัวร์นี้จะเข้าตาฉันมั้ย บ่นๆๆ แต่ก็ยอมไปโดยดี ทำไงได้จองแล้ว จ่ายตังค์แล้ววว อิอิอิ

กินไรดีหว่า เอาให้คุ้มมีคนเลี้ยง อิอิ
อร่อยดีนะ ไม่หวานมาก

เราสองคนออกเดินทาง โดยขับรถ ไปเส้นทางทางหลวงหมายเลข 7 เชียงใหม่ ไปประเทศ ฝาง ขับรถประมาณ 45 นาที จากตัวเมืองเชียงใหม่ เราก็ถึง โรงแรมที่ผู้เขียนจองไว้ คือ โรงแรมสิบแสนรีสอร์ท แอนด์ สปา แม่แตง เชียงใหม่ ตัวโรงแรมประยุกต์เข้ากับสถาปัตยกรรมล้านนาที่เป็นเอกลักษณ์ งดงาม สมเวียงล้านนา เป็นสง่า รอคอยแขกแก้วมาเยือน

เรือนรับรองริมแม่น้ำแม่แตง มีชา กาแฟ ขนม บริการด้วย
เรือนรับรอง ริมแม่น้ำแม่แตง

ผู้เขียนเข้าเช็คอินเรียบร้อย และได้รับการดูแลอย่างดี พร้อมกับได้อัพเกรดเป็นห้องพักแบบวิลล่า ด้วย ดีใจจัง ที่นี่มีพื้นที่กว้างมากเกือบร้อยไร่ เมื่อเช็คอินเสร็จก็จะมีเจ้าหน้าขับรถกอล์ฟพาไปส่งยังห้องพัก บ่ายคล้อยนั้น เราสองคนนั่งจิบกาแฟ และมองลำธารหลังห้องพักหายเหนื่อยแล้วจึงออกไปเดินรอบๆๆ รีสอร์ท

สระว่ายน้ำหน้า คลับเฮ้าส์

งานศิลปะทั่วทั้งรีสอร์ทนี้ จะแสดงถึงช้าง จึงกลายเป็นงานศิลปะที่โดดเด่นมีอัตตลักษณ์ และศิลปะร่วมสมัย สื่อถึงธรรมชาติโดยแท้จริง รีสอร์ทนี้เจ้าของมีวิสัยทัศน์ที่ดีมากใส่ใจทุกรายละเอียด ไม่เสียเที่ยวที่มาสัมผัสเรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง ที่ได้มากกว่าการมาพักผ่อน คือ
ประทับใจ

สะพานแดงข้ามแม่น้ำแม่แตง
โถงเรือนรับรองริมแม่น้ำ แม่แตง
ห้องพัก สิบแสนรีสอร์ท แอนด์ สปา

เย็นนั้นผู้เขียนเป็นเจ้าภาพเลี้ยงมื้อเย็นมาดามจูลี่ จัดเต็ม หมดไวน์ 2 ขวด นั่งดื่มจนดึก ถึงยอมเข้านอน เห็นมั้ยละ เทสผู้เขียนก็เข้าท่าอยู่นะ ฮ่าา

ทัวร์นั่งช้างชมธรรมชาติ

ตื่นเช้า จิบกาแฟ จัดการภารกิจอาหารเช้า เสร็จแล้ว เราสองคน เดินเรียบไปตามริมแม่น้ำแม่แตง เห็นช้างพาคนนั่งทัวร์รอบโรงแรมเส้นทางธรรมชาติ ลุยน้ำ เดินป่าด้วยนะ น่าสนุกสนานจริงๆๆ มองไปอีกด้านของ โรงแรมมีกิจกรรมให้แขกที่เข้ามาพัก หรือ ผู้แวะเวียนมาเที่ยวชม ได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรม สร้างรายได้ให้ชุมชน คือ กิจกรรมล่องแพในแม่น้ำแม่แตง ดูการแสดงปางช้างแม่แตง หากประสงค์จะนั่งช้างด้วยก็ได้ รวมถึงนั่งเกวียนเทียมวัว ชมรอบชุมชนที่อยู่อาศัยโดยรอบโรงแรมที่พัก ทัวร์ขายรวมเป็นแพคเก็จ หรือจะซื้อแยกแต่ละกิจกรรมก็ได้ ผู้เขียน จัดเต็มให้มาดามจูลี่ ฟูลออฟชั่น ทุกกิจกรรม ยกเว้นนั่งช้าง นางบอกว่า สงสาร ไม่อยากทรมานเพื่อน ว่างั้น นะ ฮ่าาา

นั่งเกวียนระหว่างเส้นทางที่กำหนด
ลูกช้าง นั่งเกวียนเทียมวัว อิอิ

เริ่มกิจกรรมแรกเลย นั่งเกวียนเทียมวัว นั่งรอบหมู่บ้านละแวก โรงแรม คิดถึงคนสมัยก่อน เวลาเดินทางไปค้าขาย หรือไปทำกิจธุระ อะไรก็ใช้การเดินทางแบบนี้ ขอบคุณที่เกิดมาในยุคที่มีเครื่องยนต์แล้ว จะได้ไม่ต้องใช้สัตว์เป็นพาหนะเดินทาง เวลานั่งในเกวียนก็รู้สึกสงสารมากที่สุด เกิดมาเป็นข้ารับใช้มนุษย์จริงๆน้อ

นั่งเกวียนเสร็จ ได้เวลาลงน้ำล่องแพ แพที่แม่แตงเป็นไม้ไผ่ทั้งลำมัดต่อกันเป็นแพ มีคนพาย 2 คน หัวท้าย ลูกทัวร์ นั่งตรงกลาง ปล่อยแพล่องไปตามการไหลของน้ำ ไปหยุดที่ ปางช้างแม่แตง ระยะทางประมาณ 3 กม. (โดยประมาณ) และที่สำคัญเปรี้ยวมาก ว่ายน้ำไม่เป็นทั้งคู่แถมไม่มีเสื้อชูชีพ ทั้งสองคน แต่โรงแรมคงทดสอบระยะปลอดภัยแล้ว จึงไม่ได้เคร่งครัดอะไรมาก ระหว่างที่นั่งไปก็จะผ่านบ้านเรือน และ สิ่งปลูกสร้าง สะท้อนวิถีชีวิตคนริมน้ำ รวมถึงสวนธรรมชาติ ป่าไผ่ และ เรือกสวนไร่นา บางทีการนั่งนิ่งๆๆ ฟังเสียงไหลของน้ำกระทบแพไม่ไผ้ มันก็ทำให้เราได้อยู่กับตัวเอง ได้เป็นอย่างดี

การแสดงช้าง ปางช้างแม่แตง
ที่ระลึกวางจำหน่ายภาพ ช้างวาดรูปด้วยสีน้ำ

พอขึ้นมาที่ปางช้างแม่แตง เจ้าหน้าที่ จะแจ้งเราให้ทราบว่า จะมีการแสดงของช้างแสนรู้ ช่วงเวลานั้น สำหรับใครที่ประสงค์จะนั่งช้างก็นั่งช้างทัวร์เส้นทางธรรมชาติก่อนได้เลย ค่อยกลับมาชมการแสดงช้าง ในรอบถัดไป เราสองคน ไม่นั่งช้าง และรอชมการแสดงช้างในรอบถัดไป ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่นานมาก จึงหาไรรองท้องง่ายๆๆ มาดามจูลี่ชื่นชอบข้าวโพดปิ้งมาก เสียดายไม่ได้เก็บภาพ ท่าทางการแทะข้าวโพด คนสวยน้อ ทำอะไรก็ดูดีไปหมด อิอิ

หลังจากชมการแสดงช้างโชว์เสร็จแล้ว เราสองคนกลับโรงแรมโดยมีรถเวียนไปส่งล็อบบี้ จัดการอาหารบ่าย แล้ว มุดเข้าห้องพัก พักผ่อนสบายๆๆ พรุ่งนี้เช้าจะออกเดินทางกันต่อไป…จุดหมายปลายทาง คือ สะเมิง

สะเมิง แลดาว เคล้าหมูกะทะ

ตื่นเช้าปกติ จิบกาแฟ ละเลียดอาหารเช้าแล้ว เช็คเอ้า ออกเดินทางจากแม่แตง ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 พอถึง อำเภอแม่ริม มีทางแยกไปทางหลวงหมายเลข 1096 มุ่งหน้าสู่ อำเภอสะเมิง ขับรถใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่า ก็ถึงจุดหมายปลายทาง เส้นทางนี้เป็นเส้นทางปกติที่ใกล้ที่สุดจากกูเกิล แต่ถนนหนทางก็จะคดเคี้ยวเป็นเส้นทางภูเขา ถือเป็นการทดสอบรถไปในตัว พอเข้าสู่ สะเมิง เราตั้งค่า จีพีเอส ไป โรงแรม “ภูหมอกดาว”

มองจากระเบียงโรงแรม
ภูหมอกดาว รีสอร์ท
นอนดูดาว เคล้าไวน์ ฮ่าา
ภูหมอกดาว กับกุหลาบนานพันธุ์

พอจอดรถ กำลังจะไปเช็คอินเข้าห้องพัก หันไปมองภูเขาสุดลูกหูลูกตา อากาศดีมาก มีความเย็น สดชื่นที่สุด สูดอากาศคลีนบนยอดดอยให้เต็มปอด สัมผัสไอดิน กลิ่นหมอก ท่ามกลางธรรมชาติและดงดอกกุหลาบ ฟินจริงจังไม่รู้ลืม ที่รีสอร์ทแห่งนี้ขึ้นชื่อ เรื่องความงามของกุหลาบนานาพันธุ์ เย็นนั้น ผู้เขียนขอมาดามจูลี่ สั่งหมูกะทะที่รีสอร์ท มา 2 ชุด เด็กเสิร์ฟเป็นแม้วบนดอย ถามย้ำว่า “มังหย่ายมากนะก๊ะ จะกิงยังงายหวาย อ้วงตายเลย ” อิอิอิ ก็ผู้เขียนเห็นโต๊ะข้างๆๆ สั่งมาชุดเดียวมันจานเล็กๆๆเอง ปรากฏว่าคืนนั้น กินไม่หมดจ้า จุกเต็มที่ แถมล่อไวน์ไปอีก สามขวด ดื่มกันสองคน นอนดูดาวแบบสวยจัง สวยที่สุดเลย ฟินเว่อร์ อยากไปอีกแล้ว คิดถึงเชียงใหม่แล้ว

Leave a Reply