ผู้เขียนเป็นนักเรียนเก่าจีน เข้าใจพฤติกรรมและวัฒนธรรมของคนจีนมาพอสมควร เคยได้ยินใครๆบอกว่า จีนเป็นยักษ์หลับที่เพิ่งตื่น ใครๆก็บอกว่า จีนทำอะไรง่ายๆเพราะเป็นคอมมิวนิสม์ จีนที่เพิ่งเปิดประเทศอย่างจริงจัง ได้สักสี่สิบปี แต่วันนี้เจริญก้าวหน้าแบบหยุดไม่อยู่ ในทุกๆๆด้าน

ในมุมมองของผู้เขียน ย้ำว่าของผู้เขียนนะ จีนไม่ได้ก้าวหน้าด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด แต่จีนก้าวหน้าเพราะความเป็น “ชาตินิยมที่รุนแรงและมีความเห็นเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งประเทศ” หรือ One Direction แถมยัง “ลืมความบาดหมางระหว่างคนในชาติได้เร็ว”และที่สำคัญ “เดินบนเส้นทางของตัวเองโดยไม่สนใจเสียงนอกประเทศ” จีนในช่วงเริ่มแง้มมู่ลี่ไม้ไผ่ ก็แตกแยก กันมากมาย ทั้งเรดการ์ด ทั้งจัตุรัสเทียนอันเหมิน ….แถมยังมีการกวาดล้างทางการเมืองอีกหลายครั้ง เปิดเผยบ้าง เงียบๆทำกันภายในบ้าง แต่วันนี้ไม่มีคนจีนพูดถึงเหตุการณ์เหล่านั้นอีกเลย ไม่มีสื่อมาทำข่าว คอยพาดหัว “รำลึกถึงวีรชนคนเดือนตุลา…คนเดือนนั้นเดือนนี้” พูดง่ายๆคือไม่มีการขุดคนตายมาขายข่าวกินอย่างต่อเนื่อง จบแล้วคือจบ

ความเป็นชาติที่ประชาชน “คิดและทำตามในทิศทางเดียวกัน” ทำให้จีนเป็นมหาอำนาจอย่างง่ายดาย ตัวอย่างที่ง่ายที่สุด คือ พอไวรัสโควิท 19 ระบาดอย่างรวดเร็ว รัฐบาลมีประกาศอะไรออกมาปุ๊บ คนจีนทั้งประเทศพร้อมใจที่จะทำตามทันที โดยไม่มีเงื่อนไข ไม่มีเสียงด่าทอเสียดสีกันและกัน ขนาดเทศกาลตรุษจีนซึ่งถือว่ายิ่งใหญ่ และสำคัญที่สุดของคนจีน รัฐบาลประกาศว่า “งด คือ งด” กันทุกครัวเรือน หากมีสื่อไปถามความเห็นของการรับมือไวรัสโควิท คนจีน จะตอบเลยว่า “เราเชื่อท่านผู้นำ” แม้จะมีกระแสในใต้ดิน และสื่อโซเซียล แต่ว่าทุกคนก็เชื่อ “ผู้นำ นำพาชาติให้พ้นภัย” ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและกระทำไปในทิศทางเดียวกันของคนจีน สิ่งนี้ต่างหากหละที่ทำให้จีนน่ากลัว !

มองกลับมาที่บ้านเรา ….ทุกวันนี้เรายังพูดเรื่องเก่า ขุดคุ้ยกันมาขายข่าว เรื่องราวสมัยไหนๆๆ เราก็ไม่ลืม แทนที่จะมุ่งมั่นเป็นหนึ่งเดียว แก้ไขปัญหา แล้วพัฒนาชาติบ้านเมืองต่อไป การที่เราสนใจรอบนอกประเทศมากเกินไป ทำให้เราย่ำอยู่กับที่ การหยุดยั้งไวรัส โควิท ก็เหมือนกัน บุคลากรทางการแพทย์ทำงานได้ดีมาก แต่เราไม่มีหลักที่จะไปในทิศทางเดียวกัน ท้ายที่สุดเราก็ต้องลุกขึ้นมาดูแลตัวเอง และเข้มแข็งให้ได้…

Leave a Reply