คำกล่าวว่า “เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล” มักถูกพูดซ้ำๆ ในหน้าประวัติศาสตร์จีน และของทั่วโลก เมื่อผู้นำสามารถดำเนินการจนประสบความสำเร็จได้แล้ว คนเก่งที่คอยช่วยเหลือกันมาบางคน มักจะถูกเชือดทิ้งไปเสมอ สาเหตุส่วนใหญ่ก็เพราะคนเหล่านั้นเก่งกาจเกินไป หากปล่อยไว้อาจจะกลายเป็นหอกข้างแคร่ ช่วงชิงอำนาจของผู้นำคนนั้นไปแทนได้เสมอ

อีกหนึ่งบทเรียนสำคัญที่คนจีนรู้จักกันดี ก็คือเรื่องของ หานซิ่น แม่ทัพคนสำคัญที่ช่วยหลิวปังปราบเซี่ยงอวี่ ช่วยให้หลิวปังสถาปนาราชวงศ์ฮั่นตะวันตกขึ้นมาได้ แต่ด้วยความที่หานซิ่นมีความสามารถในด้านการนำทัพออกศึกอย่างที่ยากจะหาใครในยุคสมัยนั้นเทียบเคียงได้ ทำให้หานซิ่นเป็นที่น่าหวาดระแวงสำหรับหลิวปังหลังจากครองแผ่นดินแล้วเช่นกัน

เรื่องราวของหานซิ่น มักนำมาสรุปได้ด้วยคำกล่าวเพียงสองประโยคแต่สะเทือนใจผู้คน นั่นก็คือ “รุ่งเรืองเพราะเซียวเหอ ดับก็เพราะเซียวเหอ” (成也萧何,败也萧何)

ที่ว่ารุ่งเรืองเพราะเซียวเหอ เนื่องจากหานซิ่นจะไม่มีวันประสบความสำเร็จได้เลย หากตอนแรกเขาไม่ได้รับการผลักดันและได้รับโอกาสอย่างเต็มที่จากเซียวเหอ ที่ปรึกษาคนสนิทของหลิวปัง ทั้งเซียวเหอยังเป็นหนึ่งในคนที่หลิวปังไว้วางใจที่สุด แต่ขณะเดียวกัน ชีวิตของหานซิ่น ก็ต้องมาจบสิ้นลงเพราะเซียวเหอเช่นกัน

เดิมหานซิ่นเป็นเพียงนายทหารไร้ชื่อเสียง เขายังเคยโดนผู้คนดูถูกเนื่องจากเคยต้องยอมมุดลอดหว่างขาของอันธพาลเพื่อเอาชีวิตรอด เรื่องนี้เองทำให้เขาถูกคนดูแคลนว่าเป็นคนไม่กล้าสู้ แต่หานซิ่นก็ยังพยายามที่จะเสนอตนเองให้ผู้มีอำนาจเห็นความสามารถของเขา โดยเขาศึกษาตำราและกลยุทธ์ทางการทหารและสำรวจภูมิประเทศจนมีความรอบรู้มาก จากนั้นก็ไปเข้ากับกองทัพแคว้นฉู่ของเซี่ยงอวี่ และได้รับตำแหน่งเป็นนายทหารเฝ้ากระโจม แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขากลับไม่มีความก้าวหน้า จึงตัดสินใจเก็บข้าวของออกไปเป็นทหารในกองทัพฮั่นของหลิวปัง

เมื่อหานซิ่นได้เข้าทำงานในกองทัพของหลิวปัง ในตำแหน่งนายกองคุมเสบียงแล้วนั้น ทำให้มีโอกาสแสดงความรู้ทางทหารให้เซียวเหอ ที่ปรึกษาใกล้ชิดของหลิวปังได้เห็น เซียวเหอชื่นชมมาก จึงแนะนำหานซิ่นให้เข้าพบหลิวปัง แต่หลิวปังกลับไม่สนใจ จึงทำให้หานซิ่นเกิดอาการน้อยใจ และตัดสินใจเก็บของหนีกองทัพไป เซียวเหอนั้นเมื่อทราบข่าวจึงรีบขี่ม้าไปตามตัวกลับมา ทำให้หลิวปังแปลกใจนัก ทั้งเซียวเหอยังยืนกรานว่า หานซิ่นผู้นี้มีความสามารถ ต้องใช้ให้ทำงานใหญ่ หลิวปังจึงเรียกตัวหานซิ่นมาพบ หลังจากได้ฟังความคิดและกลยุทธ์ทางทหารของเขาแล้ว จึงแต่งตั้งหานซิ่นขึ้นเป็นแม่ทัพ ท่ามกลางการต่อต้านจากเหล่านายทหารที่ร่วมรบมากับหลิวปัง แต่หานซิ่นก็แสดงความสามารถจนได้รับการยอมรับจากทุกคน

เมื่อหานซิ่นได้เป็นแม่ทัพใหญ่ ก็ช่วยหลิวปังนำทัพออกศึกปราบดินแดนต่างๆ กองทัพหลิวปังที่เคยอ่อนแอ ไม่สามารถสู้กับยอดขุนศึกอย่างเซี่ยงอวี่ได้ ก็กลายเป็นกองทัพที่เข้มแข็ง ในที่สุดก็ช่วยหลิวปังปราบเซี่ยงอวี่ ทำให้หลิวปังตั้งราชวงศ์ฮั่นได้สำเร็จ

ความยิ่งใหญ่ของหลิวปัง จึงต้องยอมรับว่า หานซิ่นมีส่วนอย่างมาก หลิวปังเองก็ยังยอมรับ จึงแต่งตั้งเขาเป็นฉีอ๋องตามด้วยเป็นฉู่อ๋อง แต่ด้วยความที่หานซิ่นเก่งเกินไป หลิวปังจึงระแวง อีกทั้งตัวหานซิ่นเองก็เคยขัดคำสั่งหลิวปังในเรื่องการเคลื่อนทัพมาก่อน แล้วหานซิ่นยังแสดงท่าทีต้องการตำแหน่งอ๋องอย่างมากด้วย

ในที่สุด ระหว่างที่หลิวปังนำทัพออกไปปราบกบฏ หลี่ฮองเฮา มเหสีของหลิวปังก็วางแผนกำจัดหานซิ่น โดยขอให้เซียวเหอไปเรียกตัวหานซิ่นที่อ้างว่ากำลังป่วยให้มาเข้าวังเพื่อเลี้ยงฉลอง เนื่องจากหานซิ่นไว้ใจเซียวเหอ จึงเดินทางเข้าวัง แต่นั่นก็คือจุดจบของหานซิ่น เมื่อหลี่ฮองเฮาเตรียมมือดาบไว้จัดการหานซิ่นแล้ว ท้ายที่สุด หานซิ่นก็ถูกประหารสามชั่วโคตร เป็นการลงโทษ ทีเดียว

บทเรียนจากช่วงรุ่งเรืองและจุดจบของหานซิ่น ทำให้เกิดวลีว่า “รุ่งเรืองเพราะเซียวเหอ ดับก็เพราะเซียวเหอ” (成也萧何,败也萧何) เนื่องจากหานซิ่นได้รับโอกาสแสดงความสามารถก็เพราะเซียวเหอช่วยรับประกัน ไม่เช่นนั้นเขาก็คงไม่สามารถฝากชื่อเสียงไว้ในประวัติศาสตร์ราชวงศ์ฮั่นตะวันตกของจีนได้ และวาระสุดท้ายของชีวิตเขาก็เป็นเซียวเหอนี่เองที่หยิบยื่นให้ ซึ่งเข้าทำนอง “เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล” ด้วยเช่นกัน

ถ้าหากเราเทียบเคียงกับสถานการณ์ปัจจุบันกรณี แจ็ค หม่า ก็อาจจะไม่ต่างอะไรกับหานซิ่น เนื่องจากแจ็ค หม่า รุ่งเรืองขึ้นมาได้ในวงการธุรกิจ สร้างให้ Alibaba กลายเป็นยักษ์ใหญ่ที่ผูกขาดด้านอีคอมเมิร์ซ ส่วนหนึ่งก็มาจากคอนเนคชั่นที่เขาสร้างไว้กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน ตั้งแต่สมัยหูจิ่นเทา

จนต่อมาเมื่อเข้าสู่ยุคของ สี จิ้นผิง ธุรกิจของ แจ็ค หม่า ยังคงไปในทิศทางบวกอยู่ แต่ก็ต้องยอมรับว่า สี จิ้นผิง มีลักษณะในการปฏิบัติแบบแข็งกร้าวและพร้อมเชือดนิ่มๆ สำหรับคนที่ออกมาวิจารณ์การบริหารของพรรค โดยเฉพาะจากกรณีล่าสุดที่ แจ็ค หม่า ออกมาวิจารณ์เรื่องระบบการเงินและธนาคารของประเทศจีน

ชนวนเหตุสำคัญที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่านี่คือจุดพลิกผัน ก็มาจากการขึ้นเวทีพูดของ แจ็ค หม่า เมื่อวันที่ 24 ต.ค.2020 ที่ผ่านมา โดยเขาได้วิจารณ์ระบบการการเงิน การธนาคารของจีนอย่างรุนแรง รวมถึงวิจารณ์เรื่องสัญญาข้อตกลงในการกำกับดูแลด้านการธนาคารที่ออกโดย Basel Committee on Banking Supervision อีกด้วย

ที่สำคัญอีกประเด็น ก็คือ การเปิดปากวิจารณ์ของ แจ็ค หม่า เป็นการยิงทะลุไปถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลจีนที่นั่งฟังอยู่ในงานนี้ด้วย

เรื่องนี้ยังกลายเป็นเหตุทำให้ดีลประวัติศาสตร์ของหุ้น IPO ที่จะได้ชื่อว่ามีมูลค่ามากที่สุดของบริษัท Ant Financial ในเครือ Alibaba ที่มีมูลค่า 34,500 ล้านเหรียญ กำลังจะเปิดดีลในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้กลับถูกระงับการเปิด IPO ไว้โดยรัฐบาลจีน

อีกทั้งเรื่องนี้ยังส่งผลกระทบต่อ แจ็ค หม่า และมูลค่าหุ้นของ Alibaba อย่างมากด้วย รวมถึงการที่ทางพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะเข้ามาตรวจสอบการทำธุรกิจของอาลีบาบาในแง่ของการผูกขาดทางธุรกิจ ซึ่งยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เมื่อ พรรคอมมิวนิสต์จีนนั้น ปั้น แจ็ค หม่า ขึ้นมาได้ พวกเขาก็พร้อมจะเอา แจ็ค หม่า ลงมาได้ด้วยเช่นกัน ไม่ต่างอะไรกับ หานซิ่น

ส่วนทิศทางของเรื่องนี้นั้น คงต้องรอดูกันต่อไป ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ เพราะสถานการณ์ของ แจ็คหม่า นั้น เป็นที่สนใจของคนในวงการธุรกิจและคนทั่วโลก

ชีวิตคนเราทั่วไปก็เช่นกัน หากเมื่อมีคนผลักดัน ส่งเสริม และ คอยสนับสนุน ให้ประสบผลสำเร็จแล้วนั้น คำว่าซื่อสัตย์และจงรักภักดี ควรต้องมีเสมอเคียงคู่กับดำเนินชีวิต ยิ่งขึ้นสูงมาก ยิ่งประสบความสำเร็จมากมาย สิ่งที่ต้องมีประจำใจ คือ ซื่อสัตย์ จงรักภักดี และไม่แทงข้างหลัง นั่นเอง

Leave a Reply