ผู้เขียนเคยรู้จัก “วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน” และเคยมีโอกาสแวะกราบไหว้ขอพร วัดแห่งนี้เมื่อประมาณ 5 ปี ผ่านมาแล้ว ตั้งแต่คราวไปปีนดอยหลวงเชียงดาว และขับรถตะเวณเที่ยวเชียงใหม่ ขับรถจากเชียงดาว ขับเรื่อยลงมาจนถึงแถวอำเภอแม่แตง ใจก็นึกอยากไหว้พระ จึงให้มาดามจูลี่ เสิร์ชข้อมูลหาวัดหน่อยสิ จะไปไหว้พระ กดเสิร์ชข้อมูลในอินเตอร์เน็ตที่มือถือ วัดดังแนะนำที่เด้งขึ้นมาเลย คือ “วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน” เอะ วัดอะไร ชื่อแปลกๆๆ ปากไว เท่าสมอง ตอบตกลงทันทีจ้า ไปๆๆ ไปกันเลย แต่ระหว่างทางที่จะไปวัดนั้น เกิดเหตุเพราะเราปากเสีย ชวนทะเลาะกันในรถ ทำให้ความรู้สึกสงบ และสติ ที่จะไหว้พระก็หมดไป แต่ก็ยังพากันไปถึงจนได้นะ ไปแบบให้แล้วๆๆ เพราะมาจะถึงวัดแล้วนี่เนอะ ลงไปเดินๆๆ ถ่ายรูปกันคนละมุม ไม่ได้ใส่ใจในรายละเอียด ในวัดนี้เลย ณ เวลานั้น แล้วก็ขับรถเข้าเชียงใหม่แบบมึนตึง เฉยชา เพราะยังไม่หายโกรธเคืองกัน นั่นเอง ….

ผ่านมาหลายปี จากสถานการณ์โควิดที่ผ่านมาในปีนี้ ทำให้เราเดินทางกลับไปประจำการไม่ได้ จึงต้องติดอยู่เชียงใหม่ ทำงานที่บ้านและ ประชุมร่วมทางไกลกันเท่านั้น ทำให้มีเวลามากขึ้น จนเมื่อช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา พี่ที่รักและนับถือกันส่งข้อความมาชวนมาดามจูลี่ ไปกราบนมัสการ ครูบาเจ้าเทือง ที่ “วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน”กันมั้ย นางคงตอบตกลงแล้วหละ แต่ไม่ได้บอกเรา แถมยังส่งลิงก์ข้อมูลวัดมาให้ด้วยว่าน่าไปเนอะ วัดสวยจัง อยากไปๆๆ เราก็ หึหึ ในใจ “จำไม่ได้หรา เราเคยพาไปแล้ว และทะเลาะกันระหว่างทางไง ” มาดามจูลี่หัวเราะดังมาก พร้อมตอบว่า”ซั่นบ่ๆๆ แล้วจะพาไปมั้ย” แล้ว ใครจะกล้าขัด ผู้ทรงอิทธิพล กันน่อ ฮ่าๆๆ

การเดินทาง

ผู้เขียนและครอบครัว ออกเดินทางจากบ้านพักที่อำเภอสารภี วิ่งไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 107 เชียงใหม่ – ฝาง  ผ่านสามแยกแม่มาลัย อำเภอแม่แตง ขับรถไปสักพักให้สังเกตป้ายทางเข้าเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลทางด้านขวามือ เลี้ยวขวาเข้าไปไม่ไกลมาก จะเจอซุ้มยินดีต้อนรับสู่เทศบาลเมืองแกน เมื่อลอดซุ้มแล้วให้เลี้ยวซ้ายซอยเล็ก ๆ ก่อนถึงสนามกีฬา ขับรถตรงไปเรื่อย ๆ ก็จะเจอวัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน ตั้งเด่นอยู่ด้านซ้ายมือ หรือ จะวิ่งตามจีพีเอส ก็ยิ่งสะดวกมาก ต้องใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์เน้อ ฮ่า

ผู้เขียนมาถึงก่อนเวลานัดหมายมากมาย ทำให้ครั้งนี้ มีเวลาใส่ใจในรายละเอียด ถ่ายรูป อ่านประวัติ และศึกษาความเป็นมา เริ่ม เอะ มีคำถามในใจ ทำไม เพราะอะไร เหตุใด พลังศรัทธา พลังบุญ สามารถสร้างวัดออกมายิ่งใหญ่ สวยงาม และละเอียดประณีตเพียงนี้ ดูแล้วสัมผัสได้ถึงความใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอนของ “ครูบาเจ้าเทือง นาถสีโล” เกจิดังของภาคเหนือ วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน แห่งนี้ นั่นเอง

ระหว่างที่นั่งรอพี่ที่นัดหมายไว้ ผู้เขียนได้นั่งอยู่ใต้กุฏิมีป้ายขนาดใหญ่ติดไว้ว่า “ตูบน้อย ร้อยซาว ครูบาเจ้าเทือง นาถสีโล” เสาไม้ ขนาดใหญ่ มากมายหลายต้น ซึ่งไม่ได้นับว่าเสานั้นมีกี่ต้นกันแน่ ก็ได้แต่นึกเองในใจว่า น่าจะ มีร้อยซาว(120)ต้นตามชื่อตูบเป็นแน่แท้ ฮ่าๆๆ

ธรรมที่เกิดจากการสนทนา

หลังจากเจอพี่ที่นัดหมายกันไว้ สิ่งที่ผู้เขียนยังต้องทึ่ง และซูฮก ในความละเอียดอีกครั้ง คือ ก่อนเข้าพบครูบาเจ้าเทือง พี่ท่านนั้น ไปหยิบพานเงินขนาดใหญ่ บนโต๊ะที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ให้แล้ว พลางแกะห่อดอกไม้ วางบนพานเงิน วางธูปเทียนที่เตรียม มา แล้วโรยข้าวตอกไปด้วย ซึ่งก็ตรงกับข้อมูลของสำนักศิลปวัฒนธรรมไทย กระทรวงวัฒนธรรม ที่กรุณาให้ข้อมูลไว้ ขอยกมาเพียงบางช่วง คือ “การบูชาตามแบบไทยแต่โบราณนั้น มีอยู่ 4 สิ่งที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ คือ ธูป เทียน ข้าวตอก และดอกไม้ หากจะใช้ข้าวตอกแทนธูปก็ต่อเมื่อเป็นวัฒนธรรมการบูชาของชาวไทยถิ่นเหนือ ส่วนเครื่องนมัสการของราชสำนักไทย จะใช้ครบทั้ง 4 สิ่ง”   สุดยอดมาก

หลังจากเตรียมเครื่องกราบนมัสการแล้ว “ครูบาเจ้าเทือง นาถสีโล” ก็เมตตาสนทนาธรรมด้วย ท่านเอ่ยคำภาษาเหนือที่ม่วนเพราะ และขำขันแฝงด้วยคติธรรมสอนใจ และสิ่งที่ท่านเน้นย้ำให้ระหว่างที่สนทนาธรรม คือ ” สติ สะอาด สงบ” หากมีสติ ทำอะไรก็มีแก่น หากไร้สติ ก็ใกล้เคียงกับอัลไซเมอร์ละเน้อ

บ้านเรือน วัดวา ถ้า สะอาด ก็สุขใจ ใจก็เกิดความสงบ และ มีสติ

ยังมีอีกหลายสิ่งที่ท่านเอ่ยถึงและมอบข้อคิดดีๆในบทสนทนานั้นด้วย แต่เราก็ฟังไม่ค่อยทันและเข้าใจภาษาถิ่นไม่มากนัก ก็ได้แต่นึกในใจ พลังศรัทธา แรงบุญของมนุษย์นั้น ยิ่งใหญ่ดั่งเทพเนรมิต จริงๆๆ

จากวัดเด่น วัดเล็กๆๆธรรมดา กลายมาเป็นวัดใหญ่ดุจเทพเนรมิตได้ยังไง

วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกนนั้น เกิดขึ้นจาก พลังศรัทธา พลังบุญ ในพระพุทธศาสนา ก่อให้เกิดสิ่งที่น่าอัศจรรย์แก่ผู้ที่มาเยือนและผู้พบเห็น เดิมทีวัดแห่งนี้เป็นเพียงวัดเล็ก ๆ เท่านั้น แต่ด้วยพลังศรัทธา แรงบุญของพุทธศาสนิกชนที่มีต่อท่านครูบาเจ้าเทือง นาถสีโล เกจิดังแห่งภาคเหนือที่จำพรรษาอยู่ที่วัดนี้ ได้พัฒนาจากวัดเล็ก ๆ ให้มีความใหญ่โตสวยงาม ทรงคุณค่าในงานพุทธศิลป์ถิ่นล้านนา ให้สาธุชนทั่วไป ได้สัมผัสความงดงามตราบนานเท่านาน

ครูบาเจ้าเทืองนั้น มีลูกศิษย์ลูกหาที่เคารพนับถือมากมาย ทั้งไทย จีน ไทยใหญ่ กะเหรี่ยง และชาวเขาหลายเผ่า ครูบาเจ้าเทืองนั้น เป็นเกจิสหายหรือครูบาสองพี่น้อง คู่กับครูบาบุญชุ่ม เกจิดังแห่งสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งหากรูปใดรูปหนึ่งมีงานบุญสำคัญก็จะไปร่วมงานกัน และมีประชาชนที่ทราบข่าวแห่กันไปร่วมกราบไหว้ขอพรอย่างเนืองแน่นเสมอ  เป็นเหตุให้มีชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธาจำนวนมาก นำเงินมาถวายเป็นปัจจัยในการทำบุญเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนไม่น้อยทีเดียว อีกทั้งตัวท่านครูบาเจ้าเทืองเอง ก็ไม่ต้องการจะเก็บเงินส่วนนี้ไว้  ประกอบกับคิดอยากจะสร้างอนุสรณ์แห่งบุญที่เป็นรูปธรรมขึ้นมา จึงได้มีการปรับปรุง ก่อสร้างวัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกนเสียใหม่ เมื่อปี พ.ศ.2534 บนพื้นที่กว่า 80ไร่ ของวัด ที่มีทำเลที่ตั้งอยู่บนเนินสูง สามารถมองเห็นวิวทุ่งนา และบ้านเรือนละแวกใกล้เคียงอย่างชัดเจน

รูปแบบการก่อสร้างนั้น เป็นแบบล้านนาประยุกต์ ด้วยความที่ผสมผสานกับแนวคิดของครูบาเจ้าเทืองเองด้วย ที่ครูบาเรียกว่า “แนวสถาปนึก” คือคิดจะใส่อะไร ก็ใส่ จะทำอะไร ก็ทำ และต้องมีความมั่นคง ครูบาเจ้าเทืองต้องการให้เป็นการผสมผสานระหว่าง วัดบ้านกับวัดป่า เพราะมีความเชื่อว่าศาสนาอยู่ได้เพราะการปฏิบัติ การแบ่งแยกไม่ใช่เรื่องสำคัญ และยึดหลักการสร้างตามบุญ คงเพราะการสร้างตามบุญนี่เอง ที่ทำให้จนกระทั่งทุกวันนี้ วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน จึงมีขนาดสิ่งปลูกสร้างยิ่งใหญ่และยังคงสร้างต่อเนื่องไม่แล้วเสร็จในหลาย ๆ ส่วน

แม้จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซนต์ก็ตาม แต่ก็มีนักท่องเที่ยว แวะเวียนมากราบไหว้เยี่ยมชมความอลังการใหญ่โต มโหฬารของวัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกนอยู่ไม่ขาดสาย  ความวิจิตรงดงามร่วมยุคสมัยนี้ ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านมาทางสิ่งปลูกสร้าง เช่น พระอุโบสถอันอ่อนช้อยงดงาม มีพระประธานที่มีสีทองอร่ามประดิษฐานอยู่ มีรูปหล่อครูบาเจ้าเทือง องค์สีทองอร่าม ผนังภายในพระอุโบสถมีภาพเขียนเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา มีพระพุทธรูปแกะสลักจากไม้ ประดิษฐานเรียงรายตามเสาพระอุโบสถ

อีกหลายส่วนในบริเวณวัดก็โดดเด่นด้วยการลงรักปิดทองที่เสาต้นใหญ่ พระพุทธรูปไม้ของเหล่าเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วฟ้าเมืองไทย หอพระธรรมที่แล้วเสร็จแล้วแต่ยังคงปิดไว้ ด้านหลังพระอุโบสถ เป็นสถานที่ตั้งของพระธาตุ 12 นักษัตรจำลองที่ตระหง่านเป็นสีขาว ขาวเด่นเป็นสง่าน่ากราบไหว้ ถือว่าเป็นการรวบรวมองค์พระธาตุ 12 นักษัตรมาไว้ที่วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน แห่งนี้อีกด้วย

วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน นั้น ตั้งอยู่ที่ ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ แต่เดิมชื่อว่า วัดบ้านเด่น เฉยๆ  ตั้งแต่ท่านครูบาเจ้าเทือง นาถสีโล มาจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้ จากที่ ไม่เคยมีต้นโพธิ์เลยสักต้นเดียว ก็มีต้นโพธิ์ขึ้นมากมาย เหตุนี้เองที่ชาวเมืองเหนือเรียกต้นโพธิ์ว่า “ต้นสะหลี” อันมีความหมายว่าเป็นมงคลดี จึงเอามาตั้งเป็นชื่อวัดเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่วัด อีกทั้งวัดยังตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าในสมัยโบราณที่ชื่อว่าเมืองแกน ชาวบ้านก็เลยเรียกขานชื่อวัดนี้เต็ม ๆ ว่า “วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน” จุดเด่นอีกอย่างของวัด คือมีทำเลที่ตั้งอยู่บนเนินสูง สามารถมองเห็นวิวทุ่งนา และบ้านเรือนละแวกใกล้เคียงอย่างชัดเจน

ทำเลที่ตั้งวัด อยู่บนเนินสูง สามารถมองเห็นวิวทุ่งนา และบ้านเรือนละแวกใกล้เคียงอย่างชัดเจน

เสร็จจากการสนทนาธรรมจากครูบาเจ้าเทือง แล้วนั้น ผู้เขียนและครอบครัว พากันเดินทางกลับบ้านพักในอำเภอสารภี ด้วยความสุขใจและเบิกบาน คิดเสมอหากเรามีสติ จิตที่สงบ ใจก็จะเกิดสุขไปด้วย ระหว่างทางกลับบ้าน ผู้เขียนรับปากคุณนายแม่แล้วว่า จะพาไปร่วมพิธีเททองหล่อพระที่”วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน” ในวันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ แน่นอนจ้า

Leave a Reply