ทริปนี้ มาดามจูลี่ จะพาเยือนฮาโกเน่ โดยออกเดินทางจากโอซาก้า แบบไปเช้าเย็นกลับ ก่อนอื่นมารู้จัก โอซาก้าและฮาโกเน่กันก่อน โอซาก้าเป็นเมืองที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 และมีประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่น ทั้งยังเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในสามนครเคฮันชิง ตั้งอยู่ในภูมิภาคคันไซบนเกาะฮนชู ส่วน ฮาโกเนะ นั้นเป็นตำบลหนึ่งในอำเภออาชิงาราชิโมะ จังหวัดคานางาวะ ประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่บริเวณเชิงทิวเขาฮาโกเนะด้านตะวันออก ด้วยเสน่ห์ของฮาโกเนะ ทำให้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหล กันมาล่องเรือโจรสลัดทะเลสาบอชิ และ นั่งกระเช้าไปกินไข่ดำ ที่ว่ากันว่า กินไข่ดำ 1 ลูก อายุยืนถึง 7 ปี ทีเดียวเชียว

การเดินทางจากโอซากะ ไป ฮาโกเนะ

โดยปกติ การเดินทางที่นิยมกัน ก็มีรถไฟ รถบัส ส่วนใหญ่นักเดินทางจะนิยมนั่งรถไฟจาก โตเกียวมาฮาโกเนะ แต่ทริปนี้มาดามจูลี่มีภารกิจที่โตเกียว ด้วยนิสัยเสียอย่างหนึ่งคือเมื่อเสร็จงานแล้ว มักจะเสาะหาทริปพักผ่อนส่วนตัว ที่ไม่ใช่การช้อปปิ้งในเมืองหลวง ปักหมุดว่าจะเที่ยวฮาโกเนะ โอซาก้า และเกียวโต ฮ่าๆๆ ไม่ค่อยโลภเท่าไหร่เลย แต่จะเที่ยวยังไงในสองวัน !! นั่นคือโจทย์

เรื่องเงินไม่เกี่ยงแต่เวลาอันจำกัดเลยตัดสินใจเลือกพักโรงแรมในโอซาก้า เอาจุดกึ่งกลางที่จะนั่งรถไฟไปเที่ยวได้ทั้งฮาโกเนะ และเกียวโต แล้วนั่งรถไฟ กลับมานอนโอซาก้า ตามเดิม ไม่เสียเวลายุ่งยากกับย้ายโรงแรม สะดวกดี แต่ค่ารถไฟ ก็อาจจะสูง ไปหน่อย

นับเป็นทริปที่มาดามจูลี่ควักกระเป๋าแบบกัดฟันจ่าย แต่นับว่าคุ้มค่ามากที่ฟ้าเปิดได้เห็นฟูจิซังสวยจับใจ เพราะเคยอ่านเจอนักท่องเที่ยวบางคนไปญี่ปุ่นเพื่อตามหาฟูจิซัง หลายจังหวัดก็ไม่ได้เห็นนะเออ

หากต้องการซื้อ  Hakone Free Pass ก็ สะดวกดีมาก สำหรับ คนต่างชาติที่ ไม่สะดวกซื้อตั๋วรถไฟ รถบัส เคเบิลคาร์ แบบรายเที่ยว ราคาอยู่ที่ประมาณ 5,140 เยน ใช้ได้ สองวัน ไม่แพงเลยนะ โดยตั๋ว Hakone Free Pass จะเป็นการเที่ยวแบบวงกลม นั่งรถไฟ-รถบัส-ล่องเรือ-ขึ้นเคเบิลคาร์-นั่งรถราง-ต่อรถไฟกลับ หรือจะย้อนศรก็ได้เช่นกันดีทั้งสองแบบ https://www.hakonenavi.jp/international/th/around

ป้ายรถบัสเวียนในฮาโกเน่ จุดลงชมวิว ถ่ายรูปซื้อของฝาก มีหลายจุด หากมี Hakone Free Pass สามารถกระโดดขึ้นรถบัส รถไฟ เคเบิลคาร์ Ropeway ได้เลย

เริ่มต้นจากสถานีชินโอซาก้า (Shin-Osaka) โดยรถไฟชินคันเซ็น สายโทไกโด “Hikari or Kodama” ใช้เวลาเดินทางประมาณ 170 นาที ถึงสถานีมิชิมะ(Mishima station) แล้วเดินออกไปขึ้นรถบัส (Tokai Bus Orange Shuttle) ที่จอดด้านหน้าสถานี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที เพื่อไปยังท่าเรือฮาโกเน่มาจิ(Hakonemachi-Ko) และ ท่าเรือโมโตะฮาโกเน่(Motohakone-Ko) เลือกเอาว่าจะ ใช้ท่าเรือไหน พอถึงท่าเรือแล้ว ให้เข้าไป ดูตารางเวลาเรือโจรสลัด ล่องทะเลสาบฮาโกเนะได้เลย ตามสะดวกจ้า

ล่องเรือโจรสลัดทะเลสาบฮาโกเน่

พอรถบัสถึงป้าย MotoHakone เดินลงรถมาเจอท่าเรือ เดินเข้าไปข้างในได้เลย สำหรับเรือโจรสลัดแล้วจะมีทั้งหมด 3 ลำมีชื่อเรียกต่างกันไป แต่ไม่ต้องจำชื่อหรอก เพราะเรียกยาก จำสีเอาดีกว่า มี เขียว แดง ทอง ถ้าอยากขึ้นลำไหนให้ดูตรงเวลาเรือเทียบท่า สำหรับมาดามจูลี่ไม่ได้ชอบสีทองหรอกนะ แต่ตรงกับเวลาเรือออกแล้วพร้อมจะไปหละ เจอเรือโจรสลัดสีทองนี่แหละจ้า ฮ่าๆ

เรือโจรสลัดเทียบท่า

หากอยากถ่ายรูปสวยๆ ได้วิวด้านหน้าของเรืออาจจะต้องเสียตังค์เพิ่มอีก (ถือบัตร Hakone Free Pass จ่ายเพิ่ม ผู้ใหญ่ 400 เยน เด็ก 200 เยน)สำหรับ ที่นั่งแบบ VIP แต่ได้ความสะดวกสบาย และวิวด้านหน้าของเรือเวลาล่องจะสวยกว่าเพราะถ้ามาแบบไม่เสียเพิ่มวิวจะโดนคนที่จองแบบ VIP มาบังสักหน่อย แต่ก็ยังมีมุมให้ถ่ายได้อยู่ดี ส่วนตัวเราว่ามันคุ้มอยู่และไหนๆ มาแล้วก็อยากนั่งดีๆ สักหน่อย แต่ระดับมาดามจูลี่ ไม่จ่ายจ้า อดไป ฮ่าๆๆๆ ประหยัดๆๆ

เสื้อตัวนี้ท่าจะใส่ไม่ได้แล้ว ฮ่า
มองจากบนเรือโจรสลัด จะเห็นวิวบ้านคนสวยงามตา คุ้มค่าการมาเยือนจริงๆ

ถ้าปีนขึ้นมาด้านบนเรือเพื่อชมวิว เพื่อรอเวลาให้ได้เห็นฟูจิซัง ก็จะสวยงามอีกแบบ เราสามารถมองเห็น อีกด้านของฟูจิซัง แบบงามตาเชียวหละ คุ้มค่าทีเดียว

จากบนเรือโจรสลัด มองเห็นฟูจิซัง อีกด้านงดงามอีกแบบ

การล่องเรือใช้เวลาราว 25 นาทีก็จะถึงท่าเรือ Togendai

ขึ้นHakone Ropewayตามหาไข่ดำ

หลังจากถึงฝั่งมาแล้ว เราต้องมาต่อด้วย Hakone Ropeway กันที่สถานี Togendai-ko

Hakone Ropeway

ตัว Hakone Ropeway จะนั่งได้ครั้งละ 6 คน นั่งแล้วจะมีจอดทั้งหมด 4 จุด ส่วนใหญ่จุดแรก จะผ่านกันเกือบหมดเพราะมาได้แค่ครึ่งทางและเป็นร้านอาหาร

จุด Owakudani เป็นจุดชมวิวหลักบริเวณปากปล่องภูเขาไฟ

ทุกคนมักจะลงที่จุด Owakudani เป็นจุดชมวิวหลักบริเวณปากปล่องภูเขาไฟของที่นี่ ที่ยังมีควันพวยพุ่งออกมาจากบริเวณรอบๆอยู่เลย และน่าจะเป็นเป้าหมายสำคัญของทุกคนที่มายังฮาโกเน่กันทั้งนั้น จุดชมวิวนี้ก็จะมองเห็นฟูจิซังด้วย หากวิวดี ไม่มีเมฆบัง

จุดชมวิวOwakudani มองเห็น ฟูจิซัง ชัดเจน

เมื่อขึ้นมาถึงจุดชมวิวนี้ ที่นี่มีจุดหลักให้ต้องมากันไม่กี่อย่าง อย่างแรกคือการตามหา ไข่ดำ แน่นอน คือไข่สีดำ บางคนอาจจะสงสัย มันคืออะไร ?

ไข่ดำ ยาอายุวัฒนะ กินน้อยเป็นยา กินมากติดคอตาย ฮ่าๆๆ

มันคือไข่ต้มที่นำมาต้มในบ่อน้ำพุร้อนด้านบนของยอดเขา ที่เป็นแหล่งกำมะถันอันเกิดจากบ่อที่ยังมีควันพวยพุ่งจากภูเขาไฟ

ร้านรอบๆ นี้มีไข่ดำขายหมดทุกร้าน ราคาก็ขายเท่ากันหมดคือ 500 เยน แต่ถ้าเอาเก๋ๆ ดู Package เท่ๆ แนะนำร้านที่มีรูปปั้นไข่ดำด้านหน้าละกันนะ ในร้านจะมีจุดปอกไข่ให้เรายืนชิมกันได้เลย(ชิมจนอิ่ม) ฮ่าๆ

สาเหตุที่คนนิยมมากินไข่ดำกันเพราะมีความเชื่อว่า ถ้ากินไข่ดำ 1 ฟองอายุจะยืน 7 ปี  มาดามจูลี่กินกันตรงนั้นเลย กินไป 4 ลูกนี่ อายุยืนขึ้นอีก 28 ปีเชียว หากอยากอายุยืนหมื่นๆปีแบบฮ่องเต้ ต้องกินกี่ลูกหนา เอ อาจจะตายก่อนหรือไม่ เพราะไข่ติดคอ ฮ่าๆๆๆๆ

จุดต่อมาคือปากทางขึ้นเขา Owakudani เพื่อไปจุดชมวิวสูงสุดด้านบนและยังเป็นจุดต้มไข่ยอดนิยมอีกด้วย ตรงนั้นจะมีรูปปั้นกับกระบวยน้ำตั้งไว้ คนจะมาเข้าคิวกันราดน้ำที่รูปปั้นแล้วนำน้ำมาล้างหน้ากัน ก็เป็นความเชื่ออีกเช่นกัน มาดามจูลี่ไม่ได้ลอง เพราะเครื่องสำอางค์จะเลอะ ฮ่าๆๆๆ

สุดท้ายขาดไม่ได้ก็ต้องชิมไอติมชาโคสีดำกัน แต่ปัจจุบัน มีหลากหลายรสชาติให้เลือกแล้วนะ แต่ของดำยังฮิตสุดๆๆ บนนี้ อิอิ

วิวนี้มองจาก ropeway ตอนนั่งอยู่ในกระเช้า

เดินเที่ยวเล่นกันสักพักก็ได้เวลาไปต่อแล้ว หาทางลงเขาอีกด้าน โดยการนั่ง Ropeway เพื่อไปต่อรถรางลงเขากันที่สถานี Sounzan เราขึ้น Ropeway อีกราว สิบนาทีก็ถึงจุดต่อ Hakone Tozan Cabel Car

จุดชมวิวบริเวณท่าเรือ

ตัวรถรางคลาสิกดีมาก มีอยู่ 4 ตู้ นั่งประมาณสิบนาทีได้ ก็จะถึงสถานี Gora Station ที่ด้านล่างแล้ว จากจุดนี้เราสามารถเปลี่ยนขบวนหรือต่อบัสไปเที่ยวที่ต่างๆรอบฮาโกเน่ได้อีก เช่นไปช้อปปิ้งกันที่ Gotemba Outlet ก็จะมีรถบัสวิ่งรับส่ง เราสามารถใช้ Hakone Free Passนี้ได้เลยไม่เสียตังค์เพิ่ม คุ้มค่ามั้ย

แต่มาดามจูลี่ ไม่สนใจช้อปปิ้งหรือว่าอย่างอื่นแล้ว เนื่องจากได้กินไข่ดำ สมใจ อายุยืนไปอีกหลายปี กลับโอซากะ ดีกว่า

ขากลับ มาดามจูลี่ ได้นั่งรถไฟแบบคลาสิกขบวนสีส้ม(Romancecar Toll Limited Express Hakone ) จากสถานี Hakone-Yumoto โดยรถไฟวิ่งกลับไปยังสถานี Odawara ใช้เวลา 15 นาที แล้ว กระโดดขึ้นรถไฟชินคันเซ็นจากสถานีOdawara สายโทไกโด Hikari วิ่งยาวกลับเข้าสถานีชินโอซาก้า (Shin-Osaka) เลย กลับไปจิบเบียร์สวยๆๆที่โอซากะ แล้วพักผ่อน นอนเอาแรง ทริปหน้าจะพาไปเที่ยวเกียวโต ถิ่นนักปราชญ์เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นที่เจริญรุ่งเรืองมายาวนานหลายร้อยปี

Leave a Reply