Harbin ฮาร์บิน หรือฮาเอ่อร์ปิน ( 哈尔滨; พินอิน: Hā’ěrbīn) เป็นเมืองเอกของมณฑลเฮยหลงเจียงทางตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งอยู่ทางฝั่งใต้ของแม่น้ำซงหัว ฮาร์บินเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต และยังเป็นศูนย์กลางทางด้านการปกครอง เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม และการสื่อสารคมนาคมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน จึงถือได้ว่าเป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งของจีนและของเอเชียด้านตะวันออกเฉียงเหนือ

หน้าสถานีรถไฟฮาร์บิน

คำว่า ฮาร์บิน เป็นคำในภาษาแมนจูมีความหมายว่า “สถานที่ตากแห (จับปลา)”

Harbin ฮาร์บินมีสมญานามว่า ‘ไข่มุกบนคอหงส์’ เนื่องจากสัญฐานของมณฑลเหยหลงเจียงมีลักษณะคล้ายหงส์ ส่วนสมญานามอื่น ๆ คือ “มอสโค”แห่งตะวันออก หรือ “ปารีส”แห่งตะวันออก เนื่องจากลักษณะสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนในเมืองคล้ายกับในมอสโคหรือปารีส และฮาร์บินยังเป็นที่รู้จักในชื่อ ‘เมืองแห่งน้ำแข็ง’ เพราะมีฤดูหนาวที่ยาวนานและหนาวเย็นมาก เมืองนี้ไม่มีน้ำแข็งขาย ไอติมก็ไม่ต้องแช่ แค่วางใส่กล่องขายกันข้างถนน รู้สึกได้ว่ามันคงเหมือนอยู่ในช่องฟรีซของตู้เย็น

Harbin ฮาร์บิน เมืองแห่งที่มาของจุดเริ่มต้นในการใช้ชีวิตที่อบอุ่นและมิตรภาพที่แน่นแฟ้น ผู้เขียนมีโอกาสไปใช้ชีวิตที่เมืองนี้เป็นระยะเวลานานพอสมควร คุ้นเคยเมืองนี้ดี และมีเพื่อนชาวจีนที่ชอบพอและสนิทด้วย หลายคน ทำให้นึกถึงก็มีความสุข ก่อนย้ายจากเมืองนี้ ผู้เขียนส่งเทียบเชิญให้MadamJulie มาเที่ยวฮาร์บินไปหลายครั้ง…แต่เวลา ก็ไม่ได้สักที จวบจนเดือนสุดท้ายแห่งการพำนักอาศัย MadamJulie ถูกไฟล์บังคับให้มาเยือนและรับผู้เขียนกลับบ้าน….

การเดินทางมาฮาร์บิน

คนไทยทุกคนที่ถือพาสปอร์ตไทย ต้องขอวิซ่าเข้าประเทศจีน ที่สถานทูตจีนประจำประเทศไทย และสถานกงศุลทุกภาคทั่วประเทศไทย (กงศุลในภาคไหนให้ประชาชนในภาคนั้นยื่นขอวิซ่าโดยไม่ต้องเข้ามาที่กรุงเทพฯ) หรือสถานทูตจีนประจำประเทศ ที่ผู้ขอมีถิ่นพำนักชั่วคราว ส่วนรายละเอียดเอกสารและค่าธรรมเนียม ณ ปัจจุบัน 2020 เช็คได้ที่เวปไซต์ www.chinaembassy.or.th

การเดินทางมาฮาร์บิน มีหลายสายการบินที่ให้บริการ ทุกวัน และมีไฟล์บินตรงจากฮาร์บินมากรุงเทพด้วย เช่น สายการบิน Ural airlines ,spring airline ซึ่งผู้เขียนไม่แนะนำให้จองบินตรง เหตุผลเพราะชื่อเสียงสายการบินดังกล่าวไม่น่าไว้วางใจ ไม่เท ก็ทิ้ง เลือกเอาเน้อ แล้วค่าตั๋วไปกลับแพงมาก ด้วยบินแบบทรานสิทไฟล์ดีกว่า

สายการบินที่ผู้เขียนบินประจำ คือ CZ – China Southern Airline เป็นสายการบินที่มีหลายไฟล์จาก กรุงเทพฯ ไปเวียอู่ฮั่น ,เวีย กว่างโจว ค่อนข้างจะสะดวกสบายเวลารอเครื่องไม่มากไม่น้อย ข้อดีของสายการบินนี้คือ ที่กว่างโจว อู่ฮั่น โหลดกระเป๋าสัมภาระยาวถึงปลายทางคือฮาร์บินได้เลย ราคาไปกลับ ถ้าซื้อจองไว้เนิ่นๆๆ ราคาสวยหรู ไม่เกิน 15,000 บาท

สายการบินที่นั่งบ่อยๆ อีกสายการบินหนึ่งคือ CA -Air China แน่นอนที่สุดคือ สายการบินประจำชาติจีน เส้นทางที่บินประจำคือ กรุงเทพฯ ไป ปักกิ่ง เวียปักกิ่ง แล้วค่อยต่อไฟล์ไปฮาร์บิน รับกระเป๋ามาเช็คอินใหม่ด้วย แถมสนามบินปักกิ่งสนามบินใหม่ต้าชิง ใหญ่โตมากมาย ผู้เขียนไม่ค่อยนิยมเท่าไหร่ และราคาก็ไม่ได้ถูกชะตานักแพงกว่า CZ มาก แต่แค่ข้อดีคือได้สะสมแต้ม ROP เท่านั้นเอง ฮ่าา

สุดท้าย…สายการบินที่มีความทรงจำอันเลวร้าย และไม่กล้าจองอีกเลย แต่จะโทษสายการบินซะทีเดียวก็ไม่ได้ ตอนที่กลับไปฮาร์บินครั้งหนึ่งไม่นานนัก เดินทางด้วยสายการบิน MU- China Eastern Airlines แล้วมีเหตุการณ์พายุถล่มจีน ทำให้ไฟล์ทั้งหลายดีเลย์ และตกค้างเป็นจำนวนมาก ทางสนามบินต้นทางคือ สนามบินสุวรรณภูมิ แจ้งผู้โดยสารแล้วว่า ไฟล์ดีเลย์ และล่าช้ากว่าตารางนะ ….แต่ด้วยภารกิจที่ต้องไปประจำการที่ฮาร์บิน และกำหนดการณ์หลายอย่างไว้แล้ว จำเป็นต้องเดินทาง เส้นทางที่ MU -China Eastern Airlines บินประจำคือ กรุงเทพฯ เวีย เซี่ยงไฮ้ ,เซี่ยงไฮ้ ไป ฮาร์บิน ผู้เขียน ยืนยันกับสายการบินว่าจะเดินทาง ดีเลย์ไม่เป็นไร ก็สรุปว่า กว่าจะออกจากกรุงเทพฯ ดีเลย์ไป 8 ชม. แต่สายการบินก็ดูแลอย่างดีนะ แต่ประเด็นที่เลวร้ายที่กล่าวถึง คือ พอไปถึงสนามบินเซี่ยงไฮ้ที่ทรานสิท ด้วยความที่คนเยอะมาก เนื่องจากไฟล์ตกค้างก่อนหน้านี้หลายวัน แต่การจัดการของสายการบินแย่มาก ท้ายที่สุด ผู้เขียนต้องเช็คอินเข้าพักที่โรงแรมของสายการบินจัดหาให้ แถวสนามบินเซี่ยงไฮ้ 3 คืน ก่อนจะได้บินไปฮาร์บิน เช้าวันถัดมา…..ซึ่งเป็นเวลาที่ทรหดมาก ทำให้ผู้เขียนเสียเวลาการเดินทางไปฮาร์บินครั้งนี้ยาวนานถึง 5 วัน….เป็นความทรงจำที่ไม่ลืม ปัจจุบัน มีเพื่อน คนรู้จัก ลองบินกับสายการบินนี้ ก็ มีทั้งโอเค และไฟล์ดีเลย์ ….แถมด้วย ทริปส่งท้ายที่ MadamJulie มาเยือนก็ยังจอง MU ให้อีก แต่ไม่มีทางเลือก เพราะนางมีข้อกำหนดมาหลายอย่างที่ตรงกับ MU ฮ่าๆๆๆ

ท่านผู้อ่าน…ถ้าหากสนใจจะจองไฟล์เพื่อบินมาเที่ยวฮาร์บิน ก็ลองค้นหา และพิจารณาเลือกดูเอาตามความเหมาะสม ตามที่ผู้เขียนได้ให้ข้อมูลไว้ ส่วนสายการบินอื่นๆๆ ที่มีบริการบินมาฮาร์บิน ผู้เขียนไม่กล้าเสี่ยงบิน เพราะชื่อเสียงไม่เป็นสากล แต่คนในประเทศก็บินกันปกตินะ ฮ่าาาา

การเดินทางเข้าเมืองจากสนามบินไทปิง (ฮาร์บิน)

ทริปนี้ MadamJulie มาเก็บตกฮาร์บินตามคำสัญญา หลังจากที่นางบอกวันสุดท้ายที่เสร็จงานที่ชิงเต่า ผู้เขียนรีบจัดการจองไฟล์ค่ำสุดวันนั้นเลย ออกจากชิงเต่าไฟล์ 2ทุ่ม มาถึงฮาร์บิน 22.25 น. ไม่มีสิทธิ์เอาข้ออ้างใดๆๆมาเปลี่ยนแปลง

จากสนามบินไทปิง เข้าเมือง จะมีAirport Shuttle Busบริการวิ่งเวียนรอบเมือง ราคาคนละ 20 หยวน ออกจากขาเข้าแล้วเลี้ยวขวาไปประมาณประตู 4 แถวเค้าเตอร์แท็กซี่ จะเห็นป้าย Bus ตัวใหญ่ๆๆ เอาชื่อ รร ให้เจ้าหน้าที่ ที่เคาเตอร์ดู เค้าจะบอกลงป้ายไหน หรือจะเลือกแท็กซี่ก็มีบริการเคาเตอร์ติดกัน แต่เอาจริงๆๆ ไม่ค่อยแนะนำให้นั่งแท็กซี่ เพราะว่า แท็กซี่เมืองนี้ ชอบรับผู้โดยสารอีกคน ระหว่างทางหากไปทางเดียวกัน ซึ่งคนที่ไปครั้งแรกอาจจะตกใจและกลัวไปเลย

หรือจะโหลด แอพ DiDi เหมือนGrabและ Uber บ้านเรานะแหละ ไว้เป็นทางเลือก ช่วยเรียกรถและตัดบัตรเครดิตไปเลยง่ายดี เพราะคนขับแท็กซี่ไม่พูดภาษาอังกฤษเลย ตัดปัญหาการสื่อสารไม่เข้าใจ แถมในแอพ DiDi ช่วยแปลภาษาให้อีกทางด้วย

หรืออยากจะสบายใจ และ ซื้อความสะดวกสบาย จ่ายเงินเพิ่มมาอีกนิดหน่อย ผู้เขียนชอบ จองกับ Klook ,KKday สองเอเยนต์นี้ใช้ได้ดีในทุกเมืองที่ผู้เขียนเดินทางเลยทีเดียว ลองโหลดแอพพลิเคชั่น สองตัวนี้ไว้ในมือถือ แล้วเลือกจองดู แนะนำ ว่า รับกระเป๋าที่สายพานเดินออกมาเจอป้ายชื่อตัวเอง หรา หน้าทางออก หรือหากไม่เจอชื่อ ตัวเอง ไปติดต่อที่เคาเตอร์มีสัญญลักษณ์ Klook,KKday ที่สนามบินได้เลย

พอถึงวันที่ MadamJulie ต้องมาถึงสนามบินไทปิง ฮาร์บิน ผู้เขียน มารอก่อนเครื่องลง 20 นาที เพราะเป็นไฟล์ในประเทศไม่ต้องผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ไฟล์นี้นางบินกับ MU มา ไฟล์ตรงเวลาทีเดียว รอไม่นาน เจอนางเดินตุปั้ดตุเป๋ หิ้วกระเป๋า ออกมา เราเรียกคนขับรถให้รับกระเป๋า แล้วเดินนำไปที่รถ …..ดีใจมากที่สุด นางมาตามคำสัญญา อิอิ

จากสนามบินไทปิง มาถึงที่พักหัวมุม ถนนจงหยาง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที คืนนี้พักผ่อนนอนเอาแรงก่อน ค่อยเริ่มสำรวจเมืองกัน ด้วยความที่ฮาร์บินเป็นเมืองหนาว สิ่งที่ต้องระวังคือเวลาเดินเข้าในตึก ที่ประตูทางเข้าเค้าจะเร่งฮีตเตอร์ทำความร้อนไว้สูงมาก คือเข้ามาวูบแรก มันโคตรจะร้อน ร้อนวูบเลย ถึงกับต้องรีบรูดซิบเสื้อกันหนาวออกทันที ไม่งั้นมีลมจับ

โบสถ์เซนต์โซเฟียSaint Sophia Cathedral  (圣索菲亚教堂)

โบสถ์เซนต์โซเฟีย

ตื่นเช้าจัดการหาอาหารเช้าจากที่พักก่อนเลย ค่อยออกเดินทางสำรวจเมือง เนื่องจาก อาหารจีนที่เมืองนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อแพะ เนื้อวัว และ อาหารที่มีเครื่องเทศหลากหลาย เป็นการผสมผสานกันระหว่างแมนจู มองโกล และ ชนพื้นเมือง ทำให้ลิ้นคนไทยและ MadamJulie ที่ไม่กินเนื้อสัตว์ใหญ่ จะลำบาก ตัวผู้เขียนที่เป็นไกด์ก็คิดหนักเสียด้วย ออกจากที่พักเดินตามทางมาถนนคนเดินจงหยางจนสุดถนน จะมองเห็นโบสถ์เซนต์โซเฟียเป็นโบสถ์คริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ที่สร้างขึ้นใน ปี ค.ศ 1907 ซึ่งแสดงถึงวัฒนธรรมรัสเซีย ที่ได้เข้ามามีบทบาทและอิทธิพลในเมืองฮาร์บิน

จากโบสถ์ลัดเลาะมาถนนจงหยาง
ตรอกซอยจากโบสถ์มาถนนจงหยาง

โบสถ์แห่งนี้เป็นจุดที่สำคัญคือเป็นสัญญลักษณ์เมืองฮาร์บิน ใครไม่ได้มาเช็คอินคือมาไม่ถึงฮาร์บินนะเออ (มาดามกล่าวไว้) ฮ่า

ถนนจงหยางCentral Street (中央大街 Zhōngyāngdàjiē)

ยืนถ่ายรูปเล่นที่โบสถ์ฯ ตากลมหนาวซักพัก เราก็ออกเดินไปเรื่อย ๆ ตามถนน ตามซอยแล้วแต่อยากจะไป เดินจนฟ้าเริ่มมืดลง เดินเรื่อยเปื่อย มาถึงย่านถนนจงหยาง Central Street (中央大街 Zhōngyāngdàjiē) ที่ตึกสวยสถาปัตยกรรมรัสเซีย ตั้งแถวเป็นแนวยาว มีร้าน Brand name มีร้านท้องถิ่น และร้านขายถังหูหล่ง(ผลไม้ชุบน้ำเชื่อม) ที่แข็งโดยไม่ต้องแช่ตู้เย็นเพียงแค่เสียบไว้บนโต๊ะหรือรถเข็น สลับกันไปตลอดถนนเส้นนี้ เดินเล่นไป ก็เจอก้อนน้ำแข็งแกะ วางไว้เป็นระยะเป็นปกติของเมืองนี้

ถนนจงหยาง
ถนนจงหยาง
ถนนจงหยาง

เดินเล่นแวะเข้าร้านโน้น ร้านนี้ มีแต่เสื้อผ้าสำหรับเมืองหนาว ราคาถูกมากนะ เดินไปเดินมา เราก็หลุดมาอีกย่านนึงแล้ว แถวนี้เรียกว่า Chinese-Russian Market ตึกและสถาปัตยกรรมสวย ๆ ในฮาร์บิน ได้รับอิทธิพลจากรัสเซียเยอะมาก ที่สำคัญย่านนี้จะมีบาร์รัสเซียขึ้นชื่อที่เหล่าคนไทยในฮาร์บิน หรือคนต่างชาติที่พักอาศัยในฮาร์บินรู้ดีว่า เป็นผับดังและต้องมา เนื่องจากอยู่ติดกับประเทศรัสเซีย เกือบทุกตึกจะเห็นชื่ออาคารเป็นชื่อตัวหนังสือรัสเซียอยู่เพราะคนรัสเซียข้ามฟากมาทำการค้าอยู่เมืองนี้กันเยอะทีเดียว

เมนูปลาต้มในซุบหม่าล่า ลิ้นชากันไปเลย

เย็นนั้นผู้เขียนหาร้านอาหารที่ทำจากปลาที่หาได้ในแม่น้ำซงฮัวเจียง(แม่น้ำหลักสายใหญ่ของฮาร์บิน) ให้ MadamJulie เดิมทีเป็นร้านดังเก่าแก่ดั้งเดิมแถวสะพานข้ามแม่น้ำซงฮัวเจียงแต่ตอนนี้มีสาขาในห้างที่ ถนนจงหยาง เราเลยเลือกกินกันที่นี่ ขั้นตอนการสั่ง คือ เข้าไปในร้าน แจ้งพนักงานว่ามา กี่คน ร้านจะให้เมนูมา เราเลือกปลาที่มีในเมนูก่อน เลือกผักเคียงที่จะใส่ในหม้อแกง เลือกเส้น เลือกส่วนประกอบที่เราอยากกิน แล้วจะสั่งข้าวหรือเส้นหมี่ มากินกับต้มปลานี้ด้วยก็ได้ แต่อย่าสั่งเยอะระหว่างหิวจนตาลาย….เพราะว่าจะกินไม่หมด ฮ่าๆๆ แกล้มเบียร์ฮาร์บิน ไปด้วย ฟินเวอร์ เลย

แม่น้ำซงฮัวเจียง(Songhuajiang River)

หลังจากอิ่มท้อง ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ช่วงที่MadamJulie ไปนั้น คือราวๆต้นธันวาคม หิมะยังไม่ลง ผู้เขียนชวนนางเดินตามถนนจงหยางไปจนสุดที่ อนุสาวรีย์น้ำท่วม และ แม่น้ำซงฮัวเจียง แม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิตของเมืองนี้ เปรียบดังแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำสายหลักของไทยเรา ….

แม่น้ำซงฮัวเจียง

ช่วงฤดูปกติ ก็เป็นแม่น้ำให้ทุกคนแล่นเรือ หาปลา และ สัญจรไปมา พอเข้าฤดูหนาว แม่น้ำซงฮัวเจียงจะกลายเป็นน้ำแข็ง เป็นลานสกี สเก็ต และ สวนสนุกขนาดใหญ่ รวมถึงกิจกรรมฤดูหนาวที่หลากหลาย แต่ผู้เขียนไม่ค่อยชอบเนื่องจากมันหนาวเกินไป ไม่น่าจะสนุกนัก ฮ่าๆ

ผู้เขียนใช้ชีวิตที่ฮาร์บิน เวลามีปัญหา มีความสุข ดีใจ และเหงา เรียกว่าทุกความรู้สึก จะมาเดินเล่นริมแม่น้ำซงฮัวเจียง รับพลังน้ำจากธรรมชาติ มีพลังก้าวต่อไปได้…..คิดถึงแม่น้ำซงฮัวเจียง ฮาร์บิน

วัดจี่เล่อ(Ji Le Temple 极乐寺)

MadamJulie มีเวลาน้อยมาก กับการมาเยือนฮาร์บิน แต่ก็ถือว่าได้ทำตามคำสัญญา ที่ให้ไว้ว่าจะมา…..ผู้เขียนเลยเลือกสถานที่หลักๆๆ ที่ต้องมา แม้จะได้ไม่หมด แต่ในฐานะคนไทยที่นับถือพุทธ และมีศรัทธาแรงกล้า ที่จะพามาดามมากราบขอพร อย่างน้อยที่สุด จะได้มีพระคุ้มครองให้ชีวิตมีปกติสุข ดำรงชีพด้วยสติ ไม่ประมาทในการใช้ชีวิต หากเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดก็ขอให้แก้ไขปัญหา ด้วยสติที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้

พระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่ภายในวัดจี่เล่อ

วัดจี่เล่อเป็นหนึ่งในวัดพุทธของฮาร์บินที่โดดเด่น ตั้งแต่ซุ้มประตูหินแบบจีนแท้ๆ ที่สลักอักษรชื่อวัดสีทองตัวใหญ่ และเป็นวัด หนึ่งในสี่วัด ที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน สร้างเสร็จในปี ค.ศ.1923 หรือ มีอายุยังไม่ถึง 100 ปีเลย เป็นวัดค่อนข้างใหม่

ภายในวัดประกอบด้วยพระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่หลายองค์ เจดีย์สไตล์จีนลักษณธต่างๆๆ หลากหลาย เป็นศูนย์รวมพุทธศาสนิกชน มาร่วมทำบุญในโอกาสต่างๆ

ณ วัดแห่งนี้ MadamJulie มาถึงจีนแล้วจริงๆๆ ด้วยความเรื่องลือเกี่ยวกับห้องน้ำ แม้จีนจะพัฒนาเรื่องห้องน้ำแล้วในเมืองใหญ่ๆๆ แต่เพราะวัดแห่งนี้สร้างมานาน จึงมีวัฒนธรรมการทำส้วมแบบเดิม แม้ภายในจะสะอาดไร้กลิ่นรบกวน แต่การนั่งทำภารกิจแบบโล่ง ก็ได้อารมณ์คอมมิวนิสต์จีนสมัยก่อนที่เปิดเผยทุกอย่าง จริงๆๆ

วันเดินทางกลับเพื่อนฝูงที่สนิทรักใคร่ก็กรุณาส่งรถมารับไปสนามบิน แม้จะไม่ได้มาส่งขึ้นเครื่องกลับบ้าน ด้วยตัวเอง พร้อมคำสัญญาจะพาMadamJulie มาเยือนฮาร์บิน อีกแน่นอน ยังมีอีกหลายสถานที่ ที่ยังไม่ได้พาไป สายสัมพันธ์และมิตรภาพกับเมืองฮาร์บิน สำหรับเราแล้ว มันคือความรู้สึกรัก และผูกพัน มีความสุขทุกครั้งที่คิดถึง อบอุ่นทุกคราด้วยมิตรภาพท่ามกลางความหนาวเย็นที่ติดลบ …..

Leave a Reply