ฮ่องกง เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางสำหรับการท่องเที่ยว กิน ช้อป แต่ไม่ใช่แค่นั้น ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในเมืองยอดฮิต ที่หลายๆ คนตั้งใจมา เพื่อการทำบุญ ไหว้พระ เสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต ด้วยที่นี่เป็นที่ตั้งของวัดดังมากมาย ขึ้นชื่อในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ และพลังศรัทธา จึงล้นหลาม วันนี้อยู่ๆ มาดามจูลี่ เอ่ยถึงฮ่องกงมา แต่ประเด็นที่น่าเขียนและเผยแพร่ต่อให้ผู้อ่านพิจารณาคือ “มาดามจูลี่ไปไหว้พระขอพรวัดดัง วัดหวังต้าเซียนที่ฮ่องกง ขอพร แล้วไม่นานก็ได้แฟนอ้วนๆๆ มาเนี่ย!ฮ่าๆๆ” ส่วนตัวผู้เขียน ก็มีความเชื่อและศรัทธา วัดดังในฮ่องกง เช่นกัน เชื่อโดยไม่พยายามหาเหตุผล เชื่อโดยไม่มีข้อแม้ เชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจ แล้วชีวิตก็ดีขึ้นเสมอมา

วัดหวังต้าเซียน หรือ วัดหว่องไทซิน (Wong Tai Sin Temple)

ทางเข้าวัดหวังต้าเซียน หรือ หว่องไทซิน
สองผู้บัญชาการใหญ่

วัดแรกที่จะแนะนำเลยทีเดียว เป็นวัดที่มีประชาชนศรัทธามากมาย ตัวผู้เขียนและมาดามจูลี่ก็ ศรัทธามากเช่นกัน ไปฮ่องกงทีไร ต้องไปไหว้พระทุกที เวลาขอพรดีๆ และต้องมีความเป็นไปได้ อีกทั้งต้องลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง ผลการขอพรนั้นๆๆ ถึงจะสัมฤทธิ์ผลแน่นอน อย่างน้อยสิ่งศักสิทธิ์ ก็เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวให้จิตใจมีพลัง ผ่าฟันอุปสรรค ได้อย่างดี

โคมไฟหลากหลายในวัดหวังต้าเซียน หรือ หว่องไทซิน

วัดหวังต้าเซียน หรือ หว่องไทซิน เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ของฮ่องกง นักท่องเที่ยวหรือชาวฮ่องกงเอง ต่างหลั่งไหลกันเข้ามา เนื่องจากวัดแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ ทำให้มีผู้มาทำบุญไหว้พระ ขอพรให้สมหวังตามปรารถนา โดยเฉพาะในเรื่องของสุขภาพ การดูแลรักษาโรคภัยไข้เจ็บ นอกจากนี้ ที่นี่ยังนิยมในการมาเสี่ยงเซียมซีและขอพรเรื่องความรัก กับเทพเจ้าด้ายแดงอีกด้วย ตามที่มาดามจูลี่เล่า นางบอกว่า ขอพรให้มีคู่มาอยู่ดูแลกัน ช่วยเหลือกัน เป็น คู่ชีวิตที่ดี ….หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีคนอ้วนๆๆ หน้าตาขี้เหร่ แต่จิตใจดี เข้ามาในชีวิต อยู่ดูแลกันและกัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก คนโสดทั้งหลาย ไปลองดูกันมั้ย ฮ่าาา

การเดินทาง : นั่งรถไฟฟ้า MRT ลงสถานี Wong Tai Sin Exit B2

วัดนางชี (Chi Lin Nunnery)

วัดนางชี
โบสถ์กลางรูปแบบราชวงศ์ถัง สร้างแบบต่อขัดไม้กัน ไม่ได้ใช้ตะปู

วัดนางชี หรือ Chi Lin Nunnery สร้างในรูปแบบของราชวงศ์ถัง ซึ่งเป็นการสร้างที่ไม่ใช้ตะปูเลย สวยงามและเงียบสงบ ลานกลางวัดมีบ่อบัว และต้นบอนไซดัดได้รูปทรงสวยงาม ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยของจีนทีเดียว ด้านในวัดแต่ละห้องก็มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ ซึ่งมีป้ายติดชัดเจนไม่ให้ถ่ายภาพ บริเวณด้านหลังของวัด ก็จะเป็นตึกสูงล้อม พอถ่ายภาพออกมายิ่งทำให้ดูสวยงามขึ้นไปอีก เป็นวัดกลางเมืองตั้งอยู่กลางตึกสูงที่หายาก วัดนี้พี่สาวที่เคารพ ของมาดามจูลี่แนะนำมา บอกว่า ถ้าหากอยากหาวัดสงบและเรียบง่าย แฝงไว้ด้วยจิตวิญญาณของพุทธศาสนา ให้มาที่วัดนางชี เราสองคนเลยทำตามคำแนะนำ และไม่ผิดหวังจริงๆๆ ขอบคุณเจ๊อารีย์ จ้า ไว้ไปฮ่องกงจะแวะไปจิบชาเขียวด้วยนะ

สระบัวกลางลานวัดนางชี

การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดิน MTR ไปลงที่สายสีเขียว Dimond Hill ออกประตู Exit C เดินขึ้นมาจะเจอกับ ห้าง Plaza Hollywood ให้เดินเลี้ยวขวาออกไปทางถนน เดินตามทางเรื่อยๆ แล้วข้ามถนนตรงสี่แยกไฟแดง เดินไปอีกนิดเดียวก็เห็นวัดนางชี หรือ Chi Lin Nunnery อยู่ตรงหน้าแล้ว แนะนำว่าอย่าเย็นมากนะ วัดจะปิดก่อน

วัดพระใหญ่โปลิน (Polin Temple)

วัดพระใหญ่โปลิน

อีกจุดหมายของหลายๆ คนเมื่อมาเยือนฮ่องกงกัน คือ “วัดพระใหญ่โปลิน” ที่ตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านหนองปิง โดยความพิเศษของที่นี่ นอกจากจะต้องนั่งกระเช้ามาจากสถานี MRT Tung Chung แล้ว ก็ยังมีพระองค์ใหญ่ตามชื่อวัด นั่นก็คือ พระพุทธรูปเทียนถาน (Tian Tan Buddha Statue) สร้างขึ้นจากทองสัมฤทธิ์ประทับกลางแจ้ง โดยถือว่าเป็นองค์ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

หน้าวัดพระใหญ่
กระเช้าขึ้นไปไหว้พระใหญ่

วัดนี้ผู้เขียนยังไม่มีโอกาสไป เหตุผลที่ยังไม่ถึงวัดนี้แม้จะไปฮ่องกงบ่อยๆๆ ก็คือ ไม่อยากเสียตังค์ค่ากระเช้า อิอิ แต่มาดามจูลี่ ไปครั้งล่าสุด นางอุตส่าห์ออกตังค์ค่ากระเช้าให้ แต่ก็มิวาย มีเหตุการณ์ฉุกเฉิน ไม่ได้เดินทางตามแผนที่นัดหมายไว้ สรุปง่ายๆ คือ เทนางนั้นเอง แต่นางก็หาพรรคพวกขึ้นไปไหว้พระจนได้ ขออนุโมทนาสาธุ กับมาดามจูลี่ และเพื่อนสนิทนางที่ฮ่องกงด้วยนะ บุญรักษาจ้า

พระใหญ่โปลิน พระพุทธรูปกลางแจ้งที่ใหญ่สุดในโลก

ตามสายรายงานมา พอไหว้พระเสร็จ หลังจากลงกระเช้ามา เห็นชวนกันไปซัดโจ๊กปูกับบะหมี่เกี๊ยวกุ้งเจ้าดัง ซึ่งในใบปลิวโฆษณาสวยหรู ปูเป็นปู กุ้งเป็นคำโตๆๆ พอมาเสิร์ฟ ….คุณหลอกมาดามจูลี่ ฮ่าาาา แถมเม้ามอยกันหนุกหนาน จนต้องไปต่อที่ร้านขนมหวานอีกด้วย อิอิ

ทราบจากมาดามจูลี่ว่ามันคือโจ๊กปู ว่างั้นนะ ฮ่าา
ทราบจากมาดามจูลี่ว่ามันบะหมี่เกี๊ยวกุ้ง มั้ง ฮ่าาา
นางแบบร้อยร้าน ฮ่าาา
ขนมหวานคู่กับสาวงาม

การเดินทาง : นั่งรถไฟฟ้า MRT ลงสถานี Tung Chung Exit B แล้วต่อกระเช้า Ngong Ping Cable Car โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง

สีสันแห่งฮ่องกง

เสน่ห์อีกอย่างที่เป็นสีสันของฮ่องกง นอกจากการไหว้พระขอพร อาหารการกินที่หลากหลายถูกปากคนไทยทั่วไปรวมถึงคนเดินทางจากทั่วโลกแล้ว ยังมีสิ่งที่ขาดไม่ได้ หากมาเยือนฮ่องกง นั่นก็คือ “การแสดงโชว์ Symphony of Lights ” ในทุกๆวัน ตอนเวลา 2 ทุ่ม จะมีการแสดง Symphony of Lights ริมแม่น้ำ ซึ่งจะมองเห็นตึกของฮ่องกงกว่า 40 ตึกทั้งฝั่งฮ่องกงและเกาลูนเปิดไฟขึ้นพร้อมกันอย่างสวยงาม แต่ละตึกจะยิงแสงเลเซอร์สีต่างๆให้เข้ากับจังหวะเพลงที่เปิดตลอดการแสดงโชว์ อลังการสุดๆ โชว์นี้มีด้วยกันทั้งหมด 5 ธีม คือ Awakening, Energy, Heritage, Partnership และ Celebration การแสดงทั้งหมดสามารถเข้าชมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

บริเวณด้านนอกของ Hong Kong Cultural Centre ซึ่งถือเป็นจุดที่ดีที่สุดในการชมโชว์นี้

จุดชมการแสดงโชว์ Symphony of Lights

1)ด้านหน้าของ Tsim Sha Tsui waterfront ซึ่งอยู่บริเวณด้านนอกของ Hong Kong Cultural Centre ซึ่งถือเป็นจุดที่ดีที่สุดในการชมโชว์นี้ (ฝั่งเกาลูน)

2)ด้านนอกของ Golden Bauhinia Square (ฝั่งเกาะฮ่องกง)

3)ชมได้จากเรือล่องอ่าววิคตอเรีย

เรือท่องเที่ยวล่องอ่าววิคตอเรีย

วันที่งดการแสดงโชว์Symphony of Lights
หากวันไหนมีพายุเข้า ก็จะไม่มีการแสดงโชว์ในคืนนั้น สามารถเช็คข้อมูลได้จาก Tropical Cyclone Warning Signal ซึ่งถ้ามีความแรงมากกว่า 3.0 ขึ้นไป การแสดงโชว์จะถูกยกเลิก

นอกจากสีสันยามค่ำคืนของฮ่องกง แล้ว เสน่ห์อีกอย่างของที่นี่ คือ ความแออัด วุ่นวาย รวดเร็ว แข่งขันกับเวลา ของผู้คน ความหนาแน่นของฮ่องกง ด้วยจำนวนผู้คนที่อยู่อาศัย และเข้ามาทำงาน มีมากมายเป็นตัวเลขที่ประมาณการณ์ไม่ได้แน่ชัด รวมถึงนักเดินทางจากทั่วโลกที่มาแวะเวียนไม่ขาดสาย ทำให้ฮ่องกงเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับและเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งทั่วโลก แต่ปัจจุบันทราบข่าวการประท้วง ทำให้เศรษฐกิจฮ่องกงนั้นถดถอย รวมถึงโรคระบาดไวรัสโควิด19 เข้ามาซ้ำเติมฮ่องกงอีกรอบ คงจะกลายเป็นเมืองร้าง เงียบสงบคล้ายกับหลายเมืองใหญ่ทั่วโลกเป็นแน่แท้

บนถนนหนทาง มองไปทางไหนเห็นแต่ผู้คน
อาคารชุดที่แออัด เพื่อให้คนอยู่อาศัย
สถานีรถไฟใต้ดิน คนแน่นขนัดเป็นภาพชินตาที่พบเจอ
ชาไข่มุก Tiger Sugar ที่มาดามจูลี่อยากชิม ทำไมคนฮ่องกงถึงต่อแถวยาวเหยียด ตอนนี้ที่ไทยมีขายเพียบ

ผู้เขียนเชื่อมั่นและศรัทธาในเจ้าแม่กวนอิมอย่างที่สุด แต่ยังปฏิบัติตัวเองให้รักษาศีลข้อที่ละเว้นเนื้อสัตว์ใหญ่ ไม่ได้ซะที เวลามีโอกาสไปฮ่องกง ด้วยความตั้งใจหลายรอบในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ ที่จะไปไหว้ ศาลเจ้าแม่กวนอิม (Kwun Yam Shrine) ที่ อ่าวรีพัลส์เบย์ (Repulse Bay) น่าจะประมาณ 3 ครั้งเห็นจะได้ ครั้งแรกเมื่อ 10 ปีก่อนงบน้อยเพราะเดินทางไปทำงาน จึงสอบถามโรงแรมอยากนั่งรถเมล์ จดข้อมูลตามที่พนักงานโรงแรมบอก ขึ้นรถเมล์ตามข้อมูลที่ได้มา แล้วก็หลงทาง ไปไหนไม่รู้ ต้องลงจากรถเมล์มา แล้วนั่งแท็กซี่ต่อ…แต่เจอ รถแท็กซี่ ที่ไม่รู้จักทางอีก พาหลงทางไปไหนต่อไหน จึงกลับโรงแรมที่พัก ไปไม่ถึงแล้วก็มีภารกิจที่ต้องทำเลย อะ ไว้โอกาสหน้า พอครั้งที่ 2 ที่ไปเยือนฮ่องกง คราวนี้ ตั้งใจแน่วแน่ เหมาจ้างรถโรงแรมไปเลยทีเดียวไม่พลาดแน่นอน ไปไม่ถึงครึ่งทาง รถเกิดอุบัติเหตุ ล้อหลุด พระเจ้าช่วย ล้อรถโรงแรมดัง ล้อหลุด รถเสียหลักแต่คนขับตั้งสติดี ไม่ได้มีการบาดเจ็บใดๆๆ นั่นก็เป็นความทรงจำฝังใจ ครั้งล่าสุดที่ตั้งใจจะพามาดามจูลี่ ไป ก็มีเหตุให้เทนางกลางทริป ด้วยภารกิจที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงได้แต่ภาวนา ว่า สักวันหนึ่ง เราต้องได้ไปไหว้ขอพรที่ศาลเจ้าแม่กวนอิม (Kwun Yam Shrine) ที่ อ่าวรีพัลส์เบย์ (Repulse Bay) แน่นอน จนพบเจอซินแสดัง ด้วยเหตุบังเอิญ อยู่ๆท่านก็ทักมาว่า เรามีอะไรติดค้างกับเบื้องบนใช่ไหมโดยเฉพาะเจ้าแม่กวนอิม ท่านจะมาช่วยก็มาไม่ได้เพราะเราไม่เปิดรับ คือ ไม่ได้ตั้งมั่น และไม่พร้อมรับพรดีๆๆ ท่านแนะนำว่า ให้ผู้เขียนไปไหว้ขอพร ตั้งมั่นต่อหน้าเจ้าแม่กวนอิมที่ไหนก็ได้ว่าจะทำในสิ่งใด และทำให้ได้ ปฏิบัติดีงามและขอในสิ่งที่เป็นไปได้ แล้วผู้เขียนจะมีปาฏิหาริย์ และสิ่งดีๆๆ เกิดขึ้นแน่นอน เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่โฮจิมินห์ เวียดนาม ขอพรและตั้งมั่นจะรักษาศีล และงดเนื้อสัตว์ใหญ่ สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต ล้วนส่งผลในทางที่ดี และเป็นสุข รอวันฟ้าเปิด อยากกลับไปฮ่องกงอีกครา คราวนี้ต้องสมหวังดังตั้งใจแน่นอน

Leave a Reply