สมัยที่หมาแก่ยังมีชีวิตอยู่ ผู้เขียนกับ MadamJulie มักชอบไปเที่ยวทะเลกัน ทะเลที่ชอบและโปรดปรานมากที่สุด ก็คือ ทะเลชะอำและหัวหิน อาจจะเป็นเพราะความทรงจำในวัยเด็กที่เติบโตมากับทะเลฝั่ง ชะอำ หัวหิน ก็เป็นไปได้ ทำให้นางชอบทะเลฝั่งด้านใต้ มากกว่าทะเล ฝั่งตะวันออก คือ ด้านพัทยา สัตหีบ ระยอง จันทบุรี ตราด

หน้าห้องพักติดชายหาดหัวหิน
พระอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้า ชายหาดหัวหิน

ทริปนี้ เกิดจากเราไม่ได้ไปทะเลนานมากแล้ว อยากพาคุณนายแม่ และหมาแก่ ไปรับอ๊อกซิเจนทางทะเล รวมถึงอยากให้คุณนายแม่ ได้แช่น้ำทะเล ฆ่าเชื้อโรคไปในตัว ให้เท้าได้สัมผัสธรรมชาติ กรวด ทรายบ้าง แต่หมาแก่ตอนนั้นเดินไม่ได้แล้ว ได้แต่นอนรับลมทะเล ก็ยังดีกว่าหมกตัวอยู่ในบ้านนะน้อ ช่วงนั้น ตัวผู้เขียนก็ว่างจากงานไม่มีหมายกำหนดการเดินทางแต่อย่างใด แถมประจวบเหมาะกับมาดามจูลี่ก็ว่าง ไม่ได้ออกทริปเช่นกัน

ครอบครัวเราวางแผนจะไปพักผ่อนและหาอาหารทะเลกินกันที่หัวหิน แม่คงเบื่อกับข้าวฝีมือตัวเองแย่แล้ว เพราะอย่างที่เคยเล่าไปบ้าง ว่าแม่นั้นอยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ ชีวิตปกติเดิมๆๆ ทุกวัน กิจวัตรที่มีอยู่ทุกวัน ก็ซ้ำๆๆ เดิมๆๆ ตรงนี้อยากให้ผู้อ่านใส่ใจ บุพการีของตนเองบ้างว่า เพราะความจำเจ และ ชินชาแบบเดิมๆๆ อาจจะนำมาสู่โรคซึมเศร้า และเป็นอัลไซเมอร์ได้เช่นกัน ลองเปลี่ยนบรรยากาศ หรือสถานที่ เพื่อให้สมองและร่างกายได้ตื่นตัว ได้คิดได้จินตนาการ บ้าง อายุท่านเหล่านั้นจะได้ยืนยาว อยู่กับเราไปนานๆๆ

รถล้อหมุนพร้อมออกเดินทาง วันเสาร์แต่เช้า รองท้องด้วยกาแฟและขนม ออกจากบ้านสมุทรปราการ ขึ้นวงแหวนกาญจนาภิเษก บางนา-บางบัวทอง ตรงด่านช้างสามเศียร วิ่งยาวจนตัดออกถนนพระราม 2 ขับตรงยาว ผ่านมหาชัย เพชรบุรี ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงกว่า ก็ถึงชายหาดชะอำ โดยปกติครอบครัวเราจะแวะกินกลางวัน คือ อาหารเช้า บวก อาหารเที่ยง ประมาณ 11 โมงที่ชะอำกัน นั่งเล่นสบายๆๆ สั่งอาหารทะเลมาให้หนำใจ โดยร้านเดิมที่เราใช้บริการตลอดมาหลายปี คือ ร้านอาหารทะเลเจ๊เหมียว อยู่บริเวณชายหาดชะอำ ท่านผู้อ่านที่อยากไปลองกินตามครอบครัวเรา ลองเสิร์ชหากูเกิล แล้ววิ่งตามจีพีเอส ก็สะดวกดี หาไม่ยาก ร้านเก่าแก่ และขึ้นชื่อ

ชายหาดหน้าร้านอาหารทะเลเจ๊เหมียวชะอำ เป็นที่จอดเรือประมงของชาวบ้าน
หมาแก่ ไปไหนไปกัน

หลังจากเสร็จภารกิจอาหารกลางวันแล้ว ผู้เขียนและครอบครัว ขับรถมุ่งหน้าไปที่ โรงแรมที่พักเลย เพื่อเช็คอิน จะได้พักผ่อน สบายๆๆ หนังท้องตึง หนังตาหย่อน ทริป สว สูงวัย ไม่มีอะไรมาก ง่ายๆๆ สบายๆๆ อาหารดี กินอิ่ม อร่อย ที่นอนพักสบาย เพราะจะให้ไปปาร์ตี้ หรือ กรี๊ดกร๊าด ถ่ายรูป เล่นน้ำใส่ชุดว่ายน้ำโชว์สายตาคนอื่น ก็ไม่น่าจะใช่ ฮ่าาา

Green Gallery Hua Hin

หมาแก่รับลมทะเลหัวหิน เพิ่มอายุให้ยาวนาน
มีบันไดลอยขึ้นไปตรงระเบียงด้านบนห้องพัก นอนรับลมทะเล
ร้านอาหารของโรงแรม พร้อมกับบริการอาหารเช้าด้วยเช่นกัน

ทริปนี้เราเลือกพัก Green Gallery Hua Hin

ผู้เขียนเลือกโรงแรมนี้ นอกจากชอบลักษณะรูปแบบที่พัก การบริการที่ดีแล้ว อีกเหตุผลสำคัญก็คือ ที่พักนี้เปิดโอกาสให้หมาแก่ ของเราเข้าพักได้

ส่วนการจองห้องพัก เราสามารถจองกับทางเอเยนต์ หรือ จองตรงกับโรงแรมก็ได้ ราคาไม่ต่างกันมาก ทริปนี้ก็เช่นกัน เราจองตรงกับทางโรงแรม ความเห็นส่วนตัวผู้เขียนนะ การที่เราโทรมาจองตรงกับทางโรงแรม คือ เงินรายได้เข้าโรงแรมโดยตรงไม่ตัดแบ่งเอเยนซี แล้วเราได้สื่อสารกับผู้ให้บริการ(โรงแรม) โดยตรง สามารถบอกความต้องการ และสิ่งที่เรามี เช่น เรามีหมามาด้วย พันธุ์อะไร น้ำหนักเท่าใด มากันกี่คน ต้องการอะไรเพิ่ม ไม่ต้องการอะไร ก็บอกได้ตอนนั้นเลย เพื่อความเข้าใจตรงกัน ไม่เสียเวลา และเสียอารมณ์ทั้งสองฝ่าย

Green Gallery Hua Hin นั้น อดีตเคยเป็นที่ตั้งของบ้านเจ้านายเก่าแก่ที่ถูกอนุรักษ์มาเป็นเวลาหลายทศวรรษ ปัจุบันยังคงรักษาความเป็นบ้านพักตากอากาศชายทะเลแบบหัวหิน ไม่เปลี่ยนแปลง ผู้เขียนและครอบครัวมาพักที่นี่ เหมือนมาพักบ้านตากอากาศจริงๆๆ ไม่ได้รู้สึกว่า พักโรงแรมแต่อย่างใด

ภายในห้องพัก
ภายในห้องพัก

วันที่เราเข้าพักนั้น ครอบครัวเราได้บ้านเป็นหลัง ตัวบ้านติดทะเลมีสระว่ายน้ำและจากุ๊ซซี่ สามารถออกมานั่งรับลมในตอนเย็น และตอนเช้า หรือ ยามค่ำ นั่งจิบไวน์ เก๊กฮวย โขวก๊วย ได้อย่างชื่นอุรา

พระอาทิตย์ขึ้นสู่ท้องฟ้า หมายถึงว่า ชีวิตใหม่และได้ไปต่อ
หมาแก่นอนสบาย อากาศดี
ดอกไม้ที่โรงแรม

เวลาขับรถมาเที่ยวทะเล คนส่วนใหญ่ เรียกร้องจะไปทุกที่ ที่ใครๆๆเขาว่าต้องไป ไปแหล่งการค้า จุดชมวิว จุดเช็คอิน หรือแม้แต่ไหว้พระ ซึ่งผู้เขียนมองว่า การที่เรามาทะเลนั้น คือ การมารับลมและพลังธรรมชาติ เพื่อเพิ่มพลังชีวิต ให้ร่างกายได้โอบกอดทะเลจริงๆๆ การเดินริมชายหาด เท้าได้สัมผัสกรวดทราย เอาเท้าจุ่มน้ำทะเลเพื่อฆ่าเชื้อโรค ไม่ใช่มีเวลา สองวัน รีบตาเหลือกขับรถ ไปถ่ายรูปโน่น นี่ กลับเข้ามาโรงแรมที่พัก ก็ค่ำแล้ว จะเดินลงชมวิวทะเลก็ไม่ทันเห็นพระอาทิตย์ตกดิน การมาทะเลของหลายๆคน ก็แค่มาเปลี่ยนที่กิน ที่นอน ที่ปาร์ตี้ เท่านั้นเอง แถมคืนนั้นถ้าเมาหัวทิ่ม ก็ไม่ได้ออกมารับลมทะเลตอนเช้าที่อากาศดีๆๆเลย

เคยเห็นหลายบริษัทจัด Outing Company Trip โดยเลือกทะเลไม่ฝั่งตะวันออก ก็ หัวหิน ชะอำ ขับรถมาถึงจุดหมาย ก็บ่ายคล้อย คนที่ดื่มบนรถระหว่างมาก็เมาแล้ว เช็คอินเสร็จนอนพักในห้องเลย ถึงตอนเย็นจัดปาร์ตี้ เพื่อนปลุกมาดื่มต่อที่งานเลี้ยง เมาสุดเหวี่ยง ตื่นมาอีกที เที่ยงวัน ได้เวลากลับแล้ว สรุปเลยว่า บางคนมาทะเล ที่ไม่ได้เห็นทะเล และเหยียบน้ำทะเลก็มี ผู้อ่านลองถามเพื่อนในบริษัทดู ว่าใครเคยเป็นแบบนี้บ้าง ….คิดว่า ต้องมีแน่นอน ฮ่าาา

หมาแก่ที่รัก อิอิอิ

เราใช้เวลาอ้อยอิ่ง กับทะเล และนั่งรับลมจนพระอาทิตย์ตกลับทะเลแล้ว ค่ำนั้น ผู้เขียนกับคุณนายแม่ ชวนกันขับรถไป เขาตะเกียบ เพื่อสั่งอาหารทะเล มากินที่โรงแรม โดยไม่ลืมติดเครื่องดื่มเย็นๆๆมาให้ชุ่มลำคอ ของมันต้องมี (มาดามไม่ได้กล่าว ผู้เขียนกล่าว) ฮ่าาาา

บริการอาหารเช้าโรงแรม

คืนนั้น ผู้เขียนไล่ทุกคน เข้านอนก่อนเลย ส่วนตัวผู้เขียนนั้น นั่งจิบน้ำเก๊กฮวย ฟังเสียงคลื่นทะเล จนดึกดื่น ยังไม่อาจเข้านอนได้ เพราะเห็นคุณนายแม่ เดินไปเดินมา แถมเดินมาส่องดูผู้เขียนด้วยความเป็นห่วง แต่ท้ายที่สุด นางคงทนไม่ไหว ออกมาตามที่ระเบียงชายหาด “มันดึกแล้วนะลูกเข้านอนได้แล้ว” เราก็เลยบอกว่า ….แม่…นอนได้แล้ว นะ ไม่ต้องรอ รีบหลับเลย แม่รู้ใช่ไหม ….เดี๋ยวโรงสีเปิดทำงานแล้ว แม่จะได้หลับมั้ย? …นางก็เออๆๆ ไปนอนๆๆ ฮ่าาา

สรุปความว่าคืนนั้น ….คุณนายแม่…นางไม่สามารถข่มตาหลับได้ อาจจะเพราะแปลกที่ หรือ ที่นอนนุ่มเกินไป ก็ไม่แน่ใจ …..หรือผู้อ่านว่า เพราะสาเหตุไหนกันน้อ? อิอิ

แต่สำหรับผู้เขียน แค่นอนเตียงเสริม ที่มุมหนึ่งของห้อง เอนกายลงหัวถึงหมอน ความทรงจำช่วงนั้นก็หายไปเลย ตื่นอีกทีตอนเช้ารวดเดียว

ตื่นเช้ามา … แม่ถามว่า นอนหลับมั้ย? ….แล้วนางก็ตอบเองเสร็จสรรพว่า ไม่หลับก็ไม่รู้หละ แต่เสียงนี่แม่นอนไม่ได้เลย มาดามจูลี่มาสะกิดก็แล้ว พลิกซ้าย พลิกขวา ก็แล้ววว หลับสบายยยย แต่เสียงนี่ดังสนั่นหวั่นไหว ทั่วทุกทิศทาง มีแบบจังหวะจะโคน ขึ้นลงตามการหายใจ ทีนี้ ผู้อ่านคงทราบแล้วว่า…คุณนายแม่นอนไม่หลับเพราะอะไร ? ฮ่าาาา

Leave a Reply