“ญี่ปุ่น”เป็นประเทศที่มีจุดเด่นมากมายหลายสิ่งที่สามารถดึงดูดให้ผู้ที่เคยไปเที่ยวแล้วอยากกลับไปเที่ยวอีกไม่รู้เบื่อ จุดเด่นที่คิดว่าสำคัญที่สุดน่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สังเกตุได้จากบ้านเรือน ไม่มีรั้วกั้น ผู้คนน่ารัก จิตใจดีสุภาพอ่อนโยน บ้านเมืองสะอาดสวยงาม มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก

บ้านที่ไม่มีรั้ว แต่ความปลอดภัยสูงมากมาย
สังคมอยู่เป็นสุขเพราะคนในชาติเรียบง่าย

ตลาดสดในญี่ปุ่น

ผู้เขียนมีถิ่นพำนักในเกียวโต เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น ตลาดสดใหญ่ๆอย่างนิชิกิ ขอไม่เล่าแล้วกันนะ แต่ขอเล่าความประทับใจในตลาดพื้นเมืองเล็กๆๆ ในชุมชน ที่มีความสด สะอาด มีระเบียบ รวมถึงการใส่ใจในสินค้าที่ขาย คนญี่ปุ่นนั้นขึ้นชื่อเรื่องความละเอียด และใส่ใจ สิ่งละอันพันละน้อย มาแต่ไหนแต่ไรแล้วนะ

ตลาดสดญี่ปุ่น
ร้านขายผักและดอกไม้ในชุมชนเล็กๆๆ

พื้นที่ขายดอกไม้นั้น แทบทุกตลาดสดในญี่ปุ่น นอกจากอาหาร ผลไม้แล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ดอกไม้ รวมถึงต้นไม้นานาชนิด ต้นกล้าพืชผักสวนครัว ก็จะมีวางขายด้วยเช่นกัน ผู้เขียนเองก็ซื้อหามาปลูกอยู่บ่อยครั้ง คนญี่ปุ่นที่รู้จัก มักจะบอกว่า “มันคือความสุนทรีในการใช้ชีวิต” คนญี่ปุ่นเชื่อว่า นอกจาก อาหารที่ทำให้อิ่มท้อง ดอกไม้ และต้นไม้ ก็ทำให้อิ่มใจได้เช่นกัน แม้กระทั่งในจานอาหารญี่ปุ่น ศิลปะในการจัดตกแต่งจานก็ต้องมาคู่กับรสชาติที่ดีด้วย ก่อนจะใช้ลิ้นรับรสอาหาร สายตาก็ต้องรับรสสู่ความอิ่มเอม อิ่มท้องก็จะต้องอิ่มใจเช่นกัน ยกนิ้วให้กับภูมิปัญญาคนญี่ปุ่น เพราะวัฒนธรรมการกินที่สุนทรี คือ จุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ในศาสตร์อื่นๆๆ

ปลาหลากชนิด

ที่ญี่ปุ่นผู้ผลิตตามปกติจะไม่มาขายให้กับผู้บริโภคโดยตรง ชาวเกษตร ชาวประมงจะนำผลผลิตมาส่งที่สหกรณ์การเกษตรหรือสหกรณ์ประมงก่อน แล้วสหกรณ์จะทำหน้าที่ที่รวบรวมสินค้าและส่งต่อไปจำหน่ายตามเมืองใหญ่ๆที่ตลาดกลาง แต่ละท้องถิ่นนั้นก็จะมีสินค้าเกษตรที่ทางสหกรณ์นำมาขายแทนผู้ผลิต สำหรับคนที่ไปซื้อที่นั่นก็ไม่ใช่เป็นผู้บริโภคโดยตรง แต่เป็นพวกเจ้าของร้านขายผัก ร้านขายปลารายย่อย ที่นำมาขายในตลาดสดชุมชนอีกที หรือพ่อครัวแม่ครัวของร้านอาหารต่างๆเท่านั้น ในตลาดสดเล็กๆในชุมชน

การทำเช่นนี้เพื่อประโยชน์แก่ผู้บริโภคจะได้สินค้าที่ดีมีคุณภาพ ผ่านการคัดกรองจาก สหกรณ์ที่มีการจัดตั้งอย่างเข้มแข็ง คนญี่ปุ่นเน้นหนักเรื่องความซื่อสัตย์ คุณภาพสินค้า สดสะอาด ราคายุติธรรม ราคาส่วนใหญ่เป็นราคากลางที่ตั้งขึ้นเท่ากันทั้งเมืองตามประกาศของ สหกรณ์กลางฯ ประเทศไทยเรา ระบบสหกรณ์มีความพยายามนำมาใช้เหมือนกันเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง แต่…..ผลลัพธ์กับตรงกันข้าม จนสหกรณ์สูญหายตามกาลเวลา ว่ากันไป….

ความละเอียดอ่อนการหั่น การวางมันคือศิลปะจริงๆ
แผงขายของในตลาดสด
อาหารทะเลสดๆๆใหม่ๆๆ
เห็ดตามฤดูกาล
ผลไม้หลากชนิด
ชิมฟรี

ผู้เขียนรู้จักคนขายผลไม้ที่ญี่ปุ่น เจ้าของร้านใหญ่ๆๆที่มีผลไม้หลากชนิดนั้น จะรับคนงานมาขายผลไม้ จะต้องมีการทดสอบความรู้ที่ให้ไปก่อนหน้าที่มาสมัครงานที่ร้านครั้งแรก ว่าจดจำคุณลักษณะข้อดี และข้อด้อยของผลไม้ที่ขายได้ไหม สามารถให้ข้อมูลลูกค้าที่มาเลือกแล้วเกิดลังเลจะเอา ชนิดไหนดี เช่นแอปเปิ้ลสีแดงสด สีส้ม สีเหลือง สีเขียว มีข้อดี แต่ละอย่างยังไง กินแล้วเปรี้ยวมากไป กรอบน้อยมั้ย หรือกรอบมากไป เพราะความใส่ใจและเข้าใจถึงข้อมูลสินค้า รวมถึงจดจำข้อมูลลูกค้าว่าเคยซื้อแบบไหนและชอบอะไร ทำให้มีเสน่ห์ที่ผู้เขียนประทับใจต้องยกนิ้วให้ แบบสุดยอดดดด

สมัยก่อนตอนอยู่ เชียงใหม่ ผู้เขียนชอบกินน้ำเต้าหู้ ในตลาดต้นพยอม เลิกงานตอนเย็นจะซื้อมากินวันละ 2 ถุง แต่ทุกครั้งที่ไปซื้อจะต้องสั่งทุกครั้งว่า “หวานน้อย ไม่ใส่เครื่อง สองถุง” สั่งทุกวัน และซื้อทุกวัน มีวันหนึ่งอยากแกล้งคนขายที่หน้าบูดไม่รับแขก แต่น้ำเต้าหู้อร่อย และไม่มีให้เลือกจึงต้องทนซื้อ ผู้เขียนไปยืนหน้าร้านยังไม่สั่ง ทดสอบดูสิ ว่าคนขายจะจำได้ไหม ปรากฏว่า คนขายถามว่า เอาอะไร จำไม่ได้ สั่งมาใหม่ คือตรูซื้อทุกวันมาเป็นเดือนๆๆ ถ้าจดจำได้มันจะเพิ่มเสน่ห์ของร้านนะ ฮ่าๆๆ แต่ส่วนใหญ่ในบ้านเรา ร้านค้ามักจะจำลูกค้าที่มาซื้อประจำได้ แค่ไม่ได้ละเอียดแบบคนญี่ปุ่น

พริกเผ็ดเอาเรื่องเหมือนกัน แต่คนละแบบกับบ้านเรา

ความสะอาดและมีระเบียบวินัย

เรื่องความสะอาดและมีระเบียบวินัยนั้น ผู้ที่ไปพำนักอยู่ในญี่ปุ่นใหม่ๆมักจะประสบปัญหาความละเอียดถี่ถ้วนในเรื่องขยะ เริ่มตั้งแต่การแยกขยะ ซึ่งต้องค่อยๆเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ของที่ต้องการจะทิ้งถือเป็นขยะอะไร จะต้องทิ้งวันไหน เวลาเท่าไหร่ ทิ้งอย่างไร ผู้เขียนเองก็มีประสบการณ์เรื่องปัญหาความละเอียดของการคัดแยกขยะ จนเทศบาลเมืองต้องส่งเจ้าหน้าที่มาอบรมและให้ความรู้ กันถึงบ้านเลยทีเดียว ตอนนี้ดีขึ้นมาก ไม่ทิ้งขยะตอนเที่ยงคืนนอกบ้านอีกแล้ว ฮ่าๆๆๆ

สี่แยกกลางหมู่บ้านที่มีกล้องคอยสอดส่อง เป็นจุดทิ่งขยะทั่วไปด้วยเช่นกัน

คนญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญกับเรื่องเวลามาก การตรงต่อเวลาจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ชอบให้สิ่งต่างๆเป็นไปตามเวลาที่กำหนดไว้ การนัดพบกับใครโดยเฉพาะอย่างยิ่งการนัดหมายเรื่องงาน ถ้าไปสายก็จะสูญเสียความน่าเชื่อถือ ดังนั้นถ้าทำท่าว่าจะสาย การโทรไปบอกล่วงหน้าว่าจะสายเป็นมารยาทที่ควรทำ เพราะคนญี่ปุ่นที่หงุดหงิดเพียงเพราะสายแค่ 5 นาทีนั้นมีอยู่จริงและเป็นส่วนมาก

ลักษณะนิสัยคนญี่ปุ่น

ตามประเพณีการปฏิบัติต่อเทพเจ้าต่างๆของศาสนาชินโด ศูนย์รวมพิธีการดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น สิ่งเหล่านี้เมื่อผสมผสานกับวัฒนธรรมของจีนและแนวความคิดตามหลักลัทธิขงจื้อซึ่งเข้ามามีอิทธิพลในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 11 นั้น ทำให้ลักษณะนิสัยของคนญี่ปุ่น เป็นคนรักธรรมชาติ รักหมู่คณะ เคารพบรรพบุรุษ สุภาพ อ่อนน้อม ขยัน อดทนซื่อสัตย์และกล้าหาญ ซึ่งเป็นลักษณะที่ถ่ายทอดมาถึงคนญี่ปุ่นในปัจจุบันด้วย

สังคมของคนญี่ปุ่นเป็นสังคมที่ให้ความสำคัญต่อกลุ่มและสมาชิกในกลุ่มโดยมีสถานที่เป็นตัวบ่งบอก เช่น คนที่อยู่อาศัยในที่เดียวกันหรือทำงานในที่เดียวกันนั้นถือว่าเป็นพวกเดียวกัน และสำหรับคนที่อยู่ต่างสถานที่ต่างบริษัท ต่างประเทศจะถือว่าเป็นคนนอกหรือคนอื่น

คนญี่ปุ่นจะใช้ภาษาและการปฎิบัติตนที่แตกต่างกัน กับคนที่อยู่ในสังกัดเดียวกัน พวกเดียวกัน โดยจะใช้ภาษาที่สุภาพและการถ่อมตนกับผู้ที่เป็นผู้อื่น แม้ว่าตนเองจะไม่รู้สึกยกย่องคนๆนั้นก็ตาม การใช้ภาษาของคนญี่ปุ่นเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เราเห็นลักษณะความสัมพันธ์ของคนญี่ปุ่นในสังคมได้ว่าคู่ที่สนทนาอยู่มีความสัมพันธ์กันอย่างไร

ผู้เขียนมาใช้ชีวิตและพำนักที่เกียวโตระยะหนึ่งแล้ว การปรับตัวจากวิถีชีวิตเดิมที่ไร้แก่นสาร เอาความถูกใจมากกว่าความถูกต้อง มาอยู่ในกรอบแห่งระเบียบวินัย มีแบบแผน แม้จะขลุกขลักในระยะแรก และหงุดหงิดบ้าง แต่ตอนนี้ก็เริ่มชินและปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัด โดยไม่ได้รู้สึกว่ายากเย็นเท่าไหร่ มองย้อนกลับไป อาจเพราะชีวิตเริ่มมีการวางแผนตามครอบครัวที่ให้การสนับสนุน และผลักดัน ทำให้ผู้เขียนได้มีบททดสอบมาฝึกหัดในสถานที่แห่งใหม่ เพื่อเปลี่ยนชีวิตใหม่อีกครั้ง แต่การนอนดึกตื่นสาย ยังแก้ไม่รู้จบ ฮ่าๆ

Leave a Reply