ทริปนี้ ผู้เขียนและMadamJulie เราสองคนตั้งใจขับรถออกไปหาแรงบันดาลใจ ขับรถเที่ยวไม่ไกลจากกรุงเทพฯ นัก ตัวผู้เขียนนั้นคุ้นเคยและเดินทางมากาญจนบุรี บ่อยครั้ง แต่มาดาม ไม่ค่อยได้มา และเชื่อมั่นว่า ผู้อ่านหลายคน คงไม่ได้นึกถึง และไม่ได้มีโอกาสมาเที่ยวอย่างแน่นอน

พอตกลงว่าเลือกกาญจนบุรี เช้าวันเสาร์นั้นเราตื่นแต่เช้า ขับรถออกจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางถนน บรมราชชนนี ขาออก มุ่งหน้าสู่นครชัยศรี นครปฐม ราชบุรี ปลายทางคือ กาญจนบุรี

คืนนั้นเราพักกันที่ Inchantreedoopool (อินจันทรี ดูภู : 9 ถนน อินเดีย ตำบล บ้านใต้ อำเภอเมืองกาญจนบุรี) โรงแรมในตัวเมืองกาญฯ เป็นโรงแรมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากโรงเตี๊ยมเก่าในหนังจีนโบราณ แถมเจ้าของก็น่าจะมีเชื้อสายจีน จึงออกมาสไตลย์จีนกำลังภายใน อันนี้ไม่ต้องบอกว่าใครเลือกโรงแรม ฮ่าา ผู้เขียนเลือกเอง การตกแต่งภายใน ดีงามและถูกใจ อาหารเช้าก็เสิร์ฟมาแบบระลึกความหลังใส่ปิ่นโต แถมกาแฟโอยั๊วะ ประหนึ่งนั่งร้านสภากาแฟ สมัยก่อน แต่สิ่งที่ไม่ค่อยปลื้มคือ ไม่มีลิฟท์ และทำเลที่ตั้งไม่ได้อยู่ในสถานที่ใจกลางเมือง หรือ เดินทางไปมาไม่สะดวกมากนัก หากไม่ได้มีรถมาเอง

อินจันทรี ดูภู คือ ชื่อโรงแรม เห็นภูก็ต่อเมื่อปีนมาชั้นสระว่ายน้ำดาดฟ้า ฮ่าา
ผนังหน้าห้องพักประดับด้วยไม้ไผ่ นึกถึงแพนด้าเลยทีเดียว
ดาดฟ้าโรงแรม ปีนขึ้นไปถ่ายรูป แล้วก็ลงมา ว่ายน้ำหรอ? ไม่เป็น ฮ่าาา
กาแฟโบราณ แต่หลังจากออกจาก โรงแรม มาดามเรียกหา สตาบัค เหมือนเดิม ฮ่าา
อาหารเช้าอิ่มใจ แต่ไม่อิ่มท้อง ไม่ผ่านสำหรับผู้เขียน

ต้นจามจุรียักษ์ 

พอเข้าสู่เขตตัวเมืองกาญจนบุรี เราขับรถไปสำรวจโรงแรมที่พักก่อนเลย ให้รู้ทำเลที่ตั้งว่าอยู่ส่วนไหนของเมืองกาญฯ จากนั้นMadamJulie สั่งให้เดินหน้าต่อไปเที่ยว ถ่ายรูปกับ ต้นจามจุรียักษ์ กันหน่อย เดินทางไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก ตั้งค่าจีพีเอส(Giant Raintree:ตำบลเกาะสำโรง อำเภอเมืองกาญจนบุรี) ขับรถตามกันไปเลย แต่ทางก็เป็น ทางเล็กทางน้อย ท้ายที่สุดก็มาถึงจุดหมายได้ไม่ยาก

ต้นจามจุรียักษ์
คนตัวเล็กไปเลยเมื่อถ่ายรูปกับต้นจามจุรียักษ์

ต้นจามจุรีต้นนี้สูง 20 เมตร ขนาดลำต้นของจามจุรียักษ์นั้น 10 คน โอบเห็นจะได้ แต่กิ่งก้านใบที่แผ่สาขา กระจายวงกว้าง ตั้งพุ่มเขียวขจีให้ร่มเงานั้น คิดว่ามากกว่า 100 คนโอบ พื้นที่กว่าหนึ่งไร่เศษ นั่งอยู่ใต้ต้นจามจุรี ดูสิ ตัวเล็กไปถนัดตา

มาดามดูตัวเล็กไปเลย

สะพานข้ามแม่น้ำแคว

สะพานข้ามแม่น้ำแคว

พอถ่ายรูปจุใจ กับต้นจามจุรียักษ์แล้ว ผู้เขียนพามาดามกลับเข้ามาในตัวเมืองกาญฯ เพื่อแวะชมสะพานข้ามแม่น้ำแคว สถานที่ ที่ทุกคนต้องมาเยือน ไม่งั้นจะมาถึงเมืองกาญฯ อย่างแท้จริง สถานที่แห่งนี้ ถูกยกย่องให้เป็น “สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ” สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง เป็นสะพานที่สำคัญที่สุดของเส้นทางรถไฟสายมรณะ สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร มาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า และเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้ เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัย ตลอดจนการขาดแคลนอาหาร ทำให้เชลยศึกหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง

กับสะพานซะหน่อย ให้มันรู้ซะบ้างว่า คนกับสะพาน อันไหนเก่าแก่กว่ากัน ฮ่าๆๆ
อาหารเย็นที่ง่ายๆๆ แต่อร่อย

เย็นนั้น ผู้เขียนพามาดามจูลี่ หาอาหารเย็นกินกันที่ คีรี ธารา ริมแม่น้ำแคว ไม่ไกลจากสะพานข้ามแม่น้ำแควมากนัก รสชาติอาหารก็อร่อย นั่งรับลมเย็นๆๆ ริมแม่น้ำ คุยกัน แบ่งปันความรู้กัน บางทีชีวิตของคนเราก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า การกินอิ่ม นอนหลับ มีเพื่อนที่พร้อมรับฟังเรา รับรู้ทุกข์สุขของกันและด่าเราด้วยความหวังดี ไม่ต้องกลัวเราโกรธ ฮ่าาา

น้ำตกห้วยขมิ้น

ตื่นเช้าหลังรับอาหารเช้าง่ายๆๆแล้ว ผู้เขียนตั้งใจพากันไปที่น้ำตกห้วยขมิ้น น้ำตกที่ได้ขึ้นชื่อว่า สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี นั่นเอง ตั้งค่าจีพีเอส ไป อุทยานแห่งชาติเขื่อนฯ ได้เลย พอถึงทางเข้าอุทยานฯ เราต้องเสียค่าเข้าคนละ 100 บาท จากจุดทางเข้านี้ ขับรถตรงขึ้นไปจอดที่ทำการอุทยานฯได้เลย สะดวกสบายดีมาก ลานจอดรถ และลานกลางเต็นท์ จะอยู่ที่ชั้น 4 โดยน้ำตกห้วยขมิ้นนั้น มีอยู่ทั้งหมด 7 ชั้น

น้ำตกห้วยขมิ้น ชั้น4

บริเวณชั้น 4 นั้น ถือว่าเป็นจุดที่น้ำตกสวยที่สุด และยังเป็นชั้นกลาง ที่จะเดินไปเที่ยวชมยังชั้นต่างๆ อีกด้วย

หลังจากเดินเล่น ถ่ายรูปกันจนจุใจ เรามาเดินหาสถานที่นอนกันคืนนี้ก่อน ทุกคนที่มาเยือนสามารถติดต่อกางเต็นท์ กับเจ้าหน้าที่อุทยานบริเวณลานจอดรถน้ำตกห้วยขมิ้นชั้น 4 ได้เลย ถ้าหากนำเต็นท์มาเอง เสียแค่ค่าบำรุงสถานที่ 30 บาท เลือกมุม ทำเล ที่ต้องการกลางเต็นท์ได้เลย

เต็นท์เช่าอุทยานฯ ราคา 300 บาท ทำเลดีและมีเจ้าหน้าที่กางไว้บริการเลย

แต่ถ้าหากว่า ใครไม่ได้เอาเต็นท์มาเอง ทางอุทยานฯ ก็มีบริการให้เช่า ราคา 200,300 บาท โดยจะมีเจ้าหน้าที่กางเต็นท์ไว้ให้เรียบร้อย แถมทำเลที่กางไว้ให้นั้นดีด้วย สามารถมองเห็นเขื่อนศรีนครินทร์ได้เต็มตา นอนดูดาวก็ไร้ต้นไม้บดบัง สถานที่กางเต็นท์ กว้างขวาง ปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ตรวจตรายามค่ำคืนตลอดเวลา เมื่อได้ที่พักและ เก็บของเรียบร้อยแล้ว แดดร่ม ลมตก ผู้เขียนพา MadamJulie ไปเดินเล่นชมน้ำตกกันทุกชั้น และเล่นน้ำกัน จากน้ำตกที่ไหลลงมาเป็นชั้นๆ สวยมาก น้ำตกห้วยขมิ้นสามารถลงเล่นน้ำได้เกือบทุกชั้นแต่ละชั้นมีความสวยงามที่แตกต่างกันไป การเอาตัวเองลงน้ำที่ใสและเย็นมากนั้น นึกอยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนี้ นอนแช่น้ำตกไปทั้งวันเลย เหมือนร่างกายได้พลังธาตุน้ำเต็มอิ่ม สดชื่นอย่างบอกไม่ถูก เล่นน้ำจนรู้สึกเหนื่อย และหนาว พากันรีบกลับขึ้นมาอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนที่จะมืด เริ่มมองหาของกิน เพราะท้องเริ่มหิวกันแล้ว ในศูนย์อาหารอุทยานฯ มีอาหารไว้บริการ สำหรับใครที่ไม่ได้เตรียมมาเอง ผู้เขียนกับมาดามหาอาหารง่ายๆๆ กินกัน ไข่เจียว ผัดผัก ต้มจืด ก็หรูแล้วสำหรับการนอนเต็นท์

เสร็จแล้วมานั่งจิบไวน์ที่หิ้วมาจากซูเปอร์มาเก็ตในเมือง มองดาวบนฟ้า เสียงจิ้งหรีด ร้องกังวาล เปรียบเหมือนกำลังเล่นดนตรีขับกล่อมเรา การได้พาตัวเองออกมาสัมผัสธรรมชาติ เท้าสัมผัสยอดหญ้าที่มีน้ำค้างปลายยอดรับอรุณ มือได้สัมผัสดินโคลน ปอดได้สัมผัสอากาศดีๆๆและบริสุทธิ์ เป็นการเพิ่มพลังชีวิต ให้มีพลังสู้กับทุกสิ่งต่อไป

นั่งถามคนข้างๆๆ ถามคำถามเดิมๆๆ ชอบมั้ย ออกมาเผชิญโลกกว้างกับเราแบบนี้ แทนที่จะอยู่สุขสบายในบ้านตัวเอง และเมืองหลวงที่ศิวิไลซ์ ….จะเดินทางต่อไปกับเราอีกมั้ย?…. นิ่งเงียบไม่ตอบ ได้ยินเสียง “ฮือ” ในลำคอ และเสียงหายใจสม่ำเสมอ หลับก็ไม่บอกตรู ปล่อยให้พูดคนเดียว!!!! ฮ่าาา

Leave a Reply