ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) ตั้งอยู่บริเวณจังหวัดชิสุโอกะ (Shizuoka) และจังหวัดยามานาชิ (Yamanashi) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับท็อปฮิตที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ต้องไปเยือนมากที่สุด เพราะภูเขาไฟฟูจินั้นเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ที่งดงามของประเทศที่ชาวญี่ปุ่นผูกพัน ทั้งยังเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศอีกด้วย โดยภูเขาไฟฟูจินั้นมีความสูงถึง 3,776 เมตรเลยทีเดียว หากใครมาเยือนญี่ปุ่นแล้วไม่มาเยือน….เห็นทีจะมาไม่ถึงญี่ปุ่นซะละมั้ง

ฟูจิซัง
ปลายยอดฟูจิซัง ปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี
เป็นภูเขาไฟที่สมมาตร มีสัดส่วนด้านข้างซ้ายขวา สมดุลกันงดงามที่สุดเลย

นอกจากนี้แล้ว ภูเขาไฟฟูจิ ยังมีความงดงามในด้านของรูปทรงที่สมมาตรกันทุกด้าน มองมุมไหนก็ไม่บิดเบี้ยว ทั้งยังมีความงามของยอดเขาที่มีหิมะปกคลุมเป็นสีขาวโพลนเกือบตลอดทั้งปี กลายเป็นทิวทัศน์สุดงดงามที่น่าสนใจ ทำให้เป็นอีกจุดหมายที่ทุกคน อยากมาเยือนประเทศญี่ปุ่นเพื่อได้เห็นความสวยงามของภูเขาไฟฟูจิสักครั้ง

ภูเขาไฟฟูจินั้นมีทะเลสาบล้อมรอบอยู่มากถึง 5 แห่งได้แก่ ยามานากะโกะ (Yamanakako), ไซโกะ (Saiko), โชจิโกะ (Shojiko), โมโตซุโกะ(Motosuko), และ คาวากูจิโกะ (Kawaguchigo) แต่ในบรรดาทะเลสาบทั้ง 5 นี้ คาวากูจิโกะถือเป็นสถานที่ชมภูเขาไฟฟูจิยอดนิยมที่สวยงามและเดินทางจากโตเกียวได้สะดวกที่สุดแห่งหนึ่งอีกด้วย

การเดินทางไปคาวากูจิโกะจากโตเกียว

ทริปนี้เราเดินทางออกจากโตเกียวโดย รถไฟ แต่การเดินทางไป ภูเขาไฟฟูจิ นั้น มีทั้ง รถไฟ และ รถบัส

รถบัส เป็นการเดินทางที่ประหยัดและง่ายสำหรับคนที่ไม่คุ้นถนนหนทาง อย่างต่างชาติแบบเรา ๆ แต่ค่อนข้างใช้เวลาในการเดินทางเยอะกว่าการขึ้นรถไฟและควบคุมเวลาไม่ได้หากการจราจรในบริเวณนั้นหนาแน่น ซึ่งในช่วงฤดูท่องเที่ยว บริเวณย่านสำคัญ มักจะติดขัด จนเสียเวลาท่องเที่ยว แต่หากใครมีเวลาก็ สามารถนั่งชิลล์ สบายๆๆ ได้เลย แต่โดยรวมทุกอย่างตรงเวลามากมาย

รถบัสที่ให้บริการ คือ Highway Bus เราสามารถขึ้นจากสถานีชินจุกุ (Shinjuku) ไปลงที่สถานีปลายทางคาวากูจิโกะได้เลย การนั่งรถบัสจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที (ในช่วงเวลาที่รถไม่ติด หากเป็นช่วงซากุระบานหรือใบไม้เปลี่ยนสีการจราจรจะติดขัด) อัตราค่าโดยสารสำหรับผู้ใหญ่ราคาคนละ 1,950 เยน เด็ก 980 เยน (เที่ยวเดียว) ควรจองก่อนเดินทาง 1 วัน ทางไปจอง Highway Bus

รถไฟ เป็นการเดินทางที่สะดวก รวดเร็วและตรงเวลาที่สุด แต่ไม่ได้แค่ต่อเดียวจบ เพราะการนั่งรถไฟไปคาวากูจิโกะนั้น จะต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟ ค่าใช้จ่ายจึงเยอะกว่าการเลือกนั่งรถบัส แต่หากมาญี่ปุ่นไม่ได้นั่งรถไฟ ก็จะเหมือนมาไม่ถึงญี่ปุ่นนะ ผู้เขียนแนะนำให้นั่งรถไฟ ดีที่สุด การผจญภัยในขบวนรถไฟญี่ปุ่นนี่คือ สุดยอดของการเดินทางเลยจ้า

รถไฟการเดินทางที่ครอบคลุมทั่วทุกเมืองของญี่ปุ่น …ในภาพรถไฟกับฟูจิซัง มันคือเอกลักษณ์ที่ลงตัว
สถานีรถไฟคาวากูจิโกะ มองเห็นฟูจิซัง อลังการมาก
ยิ่งใหญ่อลังการมากมาย

เริ่มจากการนั่งรถไฟสาย Azusa จากสถานี JR Shinjuku หรือ Kaiji ไปลงที่สถานี JR Otsuki ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง อัตราค่าโดยสารประมาณ 1,280 เยน *สามารถใช้ JR PASS ได้

รถไฟขบวนนี้มีตู้ 3 แบบ ซึ่งเราต้องเลือกขึ้นรถไฟให้ถูกตู้ด้วยโดยจะมีระบุที่ตั๋วรถไฟหรือที่ป้ายสถานี (ควรตรวจดูทุกครั้งก่อนขึ้น)

  • แบบที่ 1 สีเหลือง : สำหรับคนไม่ได้จองที่นั่ง
  • แบบที่ 2 สีแดง : สำหรับคนที่จองที่นั่ง
  • แบบที่ 3 สีเขียว : ที่นั่งแบบพิเศษ

จากนั้นเปลี่ยนไปนั่งรถไฟสาย Fujikyu Railway จากสถานี Otsuki ไปลงที่สถานี Kawaguchiko ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง อัตราค่าโดยสารสำหรับผู้ใหญ่ 1,110 เยน เด็ก 560 เยน (เป็นราคาโดยประมาณ) *ไม่สามารถใช้ JR PASS ได้ โดยสามารถซื้อตั๋วได้ที่สถานี Otsuki (บอกพนักงานว่าไปลงสถานี คาวากูจิโกะ )

มาดามสายเที่ยว สายฮา และแว่นโกะ เรื่องงานเหนื่อยจัด เรื่องเที่ยวจัดไป ฮ่าๆๆๆ

เมื่อถึงสถานี Otsuki เราจะต้องต่อรถไฟไปลงสถานีปลายทาง Kawaguchiko (แต่รถไฟจะจอดค้างอยู่ที่สถานี Fujikyu Highland เพื่อหัวหัวกลับ ก็ไม่ต้องตกใจและอย่าเพิ่งลงนะ เพราะยังไม่ถึงจุดหมาย ดูชื่อสถานีกันให้ดี ๆ ) ซึ่งรถไฟสายนี้บางขบวนก็จะมีลวดลายน่ารัก ๆ ในธีมภูเขาไฟฟูจิให้เราได้นั่งด้วย

การเดินทางรอบทะเลสาบคาวากูจิโกะชมฟูจิซัง

Retro Bus น่ารักดีทีเดียว

การเดินทางท่องเที่ยวที่สะดวกที่สุดในการชมวิวภูเขาไฟฟูจิ รอบทะเลสาบคาวากูจิโกะก็คือการนั่งรถ Retro Bus สายพิเศษที่วิ่งรอบทะเลสาบแห่งนี้ชั่วโมงละ 2 คันหรือประมาณทุก ๆ 30 นาที โดยจอดทั้งหมด 21 ป้าย

Retro Bus มี 2 สายด้วยกันคือ
1. Kawaguchiko Line : วิ่งไปตามริมฝั่งทิศเหนือและตะวันออกของทะเลสาบคาวากูจิโกะ
2. Saiko-Aokigahara : วิ่งตามทางทิศใต้ริมทะเลสาบคาวากูจิโกะ แล้ววิ่งไปวนรอบทะเลสาบไซโกะ
*ค่าโดยสารขึ้นอยู่กับระยะทาง
*สามารถซื้อ unlimited ride coupon สำหรับ 2 วัน (นั่งรถบัสได้ไม่จำกัดเที่ยวในเวลา 2 วัน) ได้ ผู้ใหญ่ราคา 1,200 เยน เด็ก 600 เยน

นอกจากการนั่ง Retro Bus แล้วเรายังสามารถเที่ยวชมรอบทะเลสาบแบบชิล ๆ ได้ด้วยการเช่าจักรยานหรือเช่ารถยนต์นั่นเอง แต่ไม่แนะนำให้เดินเพราะจุดชมภูเขาไฟฟูจิที่สวยที่สุดห่างจากสถานี Kawaguchiko ถึง 6.6 กิโลเมตร ถือเป็นระยะทางที่ไกลมาก ๆ

ทะเลสาบคาวากุจิโกะ

ทะเลสาบคาวากุจิโกะ หากใครมาครั้งแรกแล้วชอบก็จะชอบเลย แต่ถ้ามาแล้วไม่ชอบก็จะไม่อยากกลับมาอีก สำหรับมาดามจูลี่ ถ้าจะให้พูดตรงๆ คือ มาช่วงฤดูฝน ทำให้เรื่องของการเดินทางไม่ค่อยสะดวกมากนัก ทำให้พลาดจุดท่องเที่ยวหลายจุด ในบริเวณทะเลสาบแห่งนี้ จึงงอแง อยากกลับไปซ่อมอีกรอบในฤดูใบไม้ผลิที่ซากุระบาน แต่ในมุมของสถานที่ท่องเที่ยวบางจุดและความงามของภูเขาไฟฟูจินั้น มาดามจูลี่พอใจ มีความสุข และรักภูเขาไฟฟูจิมากชมความงามไม่เบื่อเลย        

ไปทำไม เป็นคำถามที่พยายามจะหาคำตอบให้ดูดีมีอะไร แต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากไปกว่า การได้ยืนดูภูเขาไฟและรับพลังพิเศษจากธรรมชาติ อิ่มใจกันไป

บริเวณโดยรอบทะเลสาบคาวากุจิโกะ มีที่ท่องเที่ยวหลากหลาย แต่เพราะไปในช่วงฤดูฝน จึง ได้แค่ไปชมเจดีย์แดง 5 ชั้น ชูเรโตะ

Oshino Hakkai (忍野八海) หมู่บ้านน้ำใส

หมู่บ้านน้ำใสถือเป็นหมู่บ้านแห่งการท่องเที่ยวที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติเอาไว้ได้อย่างดี หมู่บ้านแห่งบ่อน้ำศักดิ์ทั้ง 8 บ่อที่กักเก็บน้ำจากการละลายของหิมะบนภูเขาไฟฟูจิไว้ ถือเป็นสถานที่ที่พลาดไม่ได้ในการมาชมฟูจิซัง

คนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าน้ำใน 8 บ่อนี้ไม่ใช่แค่น้ำที่ใสสะอาดและเย็นฉ่ำเท่านั้น แต่มีความศักดิ์สิทธิ์ หากใครได้ดื่มกินจะมีอายุยืนยาว ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ นักท่องเที่ยวอย่างเราสามารถตักน้ำจากในบ่อขึ้นมาดื่มได้ หรือถ้าหากอยากเก็บกลับไปเป็นที่ระลึกหรือของฝากก็สามารถซื้อขวดจากร้านค้าบริเวณนั้นแล้วกรอกน้ำใส่ขวดกลับไปได้เลย

การเดินทาง จากสถานี Kawaguchiko แล้วนั่งรถไฟต่อไปอีกสถานีเพื่อไปลงที่สถานี Fujisan จากสถานีนี้เราสามารถนั่งรถบัส Fujikyuko Yamanashi Bus หมายเลข 1 เป็นรถบัสสีเขียว ให้สังเกตว่าเป็นรถบัสที่วิ่งไป Yamanakako – Asahigaoka ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็จะถึงป้ายรถบัส Oshino Iriguchi

เจดีย์แดงซูเรโตะ(Chureito Pagoda)

ภาพถ่ายยอดฮิตที่คุ้นตาหลายคนในหลายเพจเป็นเจดีย์หลายชั้นสีแดง มีวิวด้านหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิ นั้น จุดชมวิวจุดนี้ก็คือ เจดีย์แดงซูเรโตะ(Chureito Pagoda)นั่นเอง เป็นจุดชมวิวชื่อดังของฟูจิซัง ตั้งอยู่บนเนินเขาห่างจากทะเลสาบคาวากูชิโกะมาไม่ไกลมาก

การเดินทางเพื่อไปยังเจดีย์ชูเรโตะนั้น ให้นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Shimoyoshida Station (อยู่ห่างจากสถานีคาวากูชิโกะประมาณ 4 สถานี) เป็นสถานีเล็กๆ ไม่ใหญ่ จากสถานีนี้เดินไปถึงทางขึ้นเจดีย์ชูเรโตะระยะทางประมาณ 500 เมตร ก็จะถึงจุดหมายตั้งอยู่ในบริเวณศาลเจ้าอาราคุระเซนเงน (Arakura Sengen Shrine)

 เจดีย์ชูเรโตะ คือ เจดีย์ 5 ชั้นซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขา ถือเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวสามารถเก็บภาพภูเขาไฟฟูจิคู่กับเจดีย์ 5 ชั้นแบบญี่ปุ่นได้อย่างสวยงาม

ป้ายทางเข้าศาลเจ้าอาราคุระเซนเงน (Arakura Sengen Shrine)
ทางเดินขึ้นเขาไปศาลเจ้าอาราคุระเซนเงน (Arakura Sengen Shrine)

เจดีย์ชูเรโตะเป็นส่วนหนึ่งของศาลเจ้าอาราคุระเซนเงน (Arakura Sengen Shrine) ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1963 ในฐานะอนุสรณ์สถานแห่งสันติภาพ โดยตัวศาลเจ้านั้นตั้งอยู่ที่ทางขึ้นเนินเขาขนาดย่อม สามารถเดินชมวิวและนมัสการพระองค์โตเพื่อความเป็นสิริมงคลได้

ไปทำงานทุกครั้งต้องแบกกล้องไปด้วย ค่าแรงทำงานคือค่าท่องเที่ยว หมดแล้วหาใหม่ ฮ่าๆๆ ใครไม่ทำมาดามจูลี่ทำจ้า

การเดินทางของมาดามจูลี่ นอกจากทำงานแล้ว การเดินทางเพื่อพักผ่อน เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่มีเอามาถ่ายทอดแบ่งปันให้ผู้อ่านถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่สำคัญ อย่างที่บอก งานที่ทำงานคืองานรอง เรื่องเที่ยวคืองานหลัก ฮ่าๆๆ ไว้จะไปซ่อมอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่มีซากุระบาน แน่นอนจ้า

Leave a Reply