วันหยุดแค่เสาร์อาทิตย์ก็สามารถ ไปพักผ่อนได้แบบชิลๆ
หลายคนคงยังไม่รู้กันสินะ ว่าใกล้ๆกรุงเทพเราขับรถวิ่งผ่านไป ทางคลอง หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า ยาวไปจนคลองสิบ เราจะไปเจอจังหวัดน่ารักๆอย่างจังหวัดนครนายก ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายทุ่งนา ป่าเขา แล้วก็ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ไกลกรุงเทพฯนัก ใครอยากสัมผัสน้ำตกที่สมบูรณ์เย็นๆใสๆ ก็สามารถขับรถสองชั่วโมงจากกรุงเทพมาที่นี่ได้ ไม่นานเลย เรียกได้ว่าเป็นอีกสถานที่ควรแวะมาเช็คอิน จะไปเช้าเย็นกลับ หรือพักสบายๆๆ ดื่มด่ำบรรยากาศก็ น่าสนใจทีเดียว

ข้างทางสั่งจอดรถ เบรคหัวทิ่ม จะถ่ายรูป ฮ่าาา
ริต้า ก็ริต้า เถอะ เจอ คูโบต้า ถ่ายแบบไป ชิดซ้ายทันที ฮ่าาา
ดอกคูนสองข้างทางสวยงามจริงจัง

ผู้เขียนพามาดามจูลี่ ขับรถมาเรื่อยเปื่อย จนถึงนครนายกมีกระเป๋าสัมภาระมาคนละใบ กะเอาว่าค่ำไหนนอนนั่น ไม่ได้จองที่พักแต่อย่างใด ตั้งใจจะบุกบ้านเพื่อนรักที่นครนายก ขอค้างอ้างแรมสักคืน ถ้าเพื่อนไม่อยู่ ก็ หาโรงแรม รีสอร์ทแถวนั้นเอาละกัน อิอิ

สะพานไม้ไผ่ทุ่งนามุ้ย

สถานที่แรกที่ตั้งใจไปเมื่อเข้าเขตนครนายก คือ สะพานไม้ไผ่ทุ่งนามุ้ย อันโด่งดัง มาดามจูลี่ร้องขอ ตลอดทาง ต้องไปที่นี่ให้ได้ สวยมาก อยากถ่ายรูปกับทุ่งนาเขียวๆๆ วันนั้นแดดร้อนมากท้องฟ้าสวย แต่ตากล้องจะเป็นลมแดด อิอิ

สะพานไม้ไผ่รูปตัวเอส ความยาวประมาณ 150 เมตร ทอดยาวผ่านทุ่งนาที่เขียวขจีประมาณ  2 ไร่  ท่ามกลางธรรมชาติ  บรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้สีเขียวและทิวเขาน้อยใหญ่รูปทรงแปลกตา  เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่เช็คอินแห่งใหม่ของนครนายกที่กำลังได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยว ตั้งอยู่ในตำบลสาริกา อำเมือง จังหวัดนครนายก การเดินทางหาไม่ยาก ใส่ชื่อ สะพานไม้ไผ่ทุ่งนามุ้ย ขับรถตามแผนที่ ถึงโล้ดดด สบายใจได้

เอาซะหน่อยทางเข้าเดี๋ยวหาว่ามาไม่ถึงจริงๆ
ยืนรอคนซาลง นานพอสมควร
ทุ่มเทขนาดไหน ตากล้องนอนลงถ่ายรูปเลยทีเดียว
นางงามรถไถคันใหญ่ อิอิอิ

หลังจากอิ่มเอมใจกับตำนาน ถ่ายรูป “ร้อยรูปเอารูปแรก” ที่ผู้เขียนทำหน้าที่ตากล้อง จนเป็นที่พอใจ และเหนื่อยหอบกันแล้ว ชวนกันเดินสำรวจทั่วทุ่งนามุ้ย ว่ามีอะไรบ้าง มีผลผลิตชาวบ้านที่มาร่วมกันวางขาย ผู้เขียนก็ เหมาผักช่วยป้าๆยายๆ ชาวบ้านแถวนั้น กะว่า เย็นนี้จะทำกับข้าวให้มาดามจูลี่ กับเพื่อนรักกิน ให้อร่อยไปเลย แถมอุดหนุนกาแฟร้านสะพานทุ่งนามุ้ย เพื่อเป็นกำลังใจและมีรายได้เพิ่มขึ้น

น้ำตกสาริกา

ออกจากสะพานไม้ไผ่ทุ่งนามุ้ย เราแวะกินปลาเผาที่ร้านอาหารทางไปน้ำตกสาริกา เป็นอาหารกลางวัน ก่อนที่จะไปเดินชมความงามของน้ำตก อายุรุ่นนี้แล้ว แค่เอาเท้าไปสัมผัสน้ำตก เย็นๆๆ ยืนถ่ายรูปเช็คอิน ก็หรูหราแล้ว ครั้นจะให้เล่นน้ำแบบหนุ่มสาววัยรุ่น ก็ รู้สึกว่ามันไม่ใช่วัย ขอบายละกัน อิอิ

น้ำตกสาริกาถือว่าเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงของนครนายกมาอย่างยาวนาน นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปต่างรู้จักกันดี เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามแห่งหนึ่งของนครนายกและจังหวัดในแถบภาคกลาง น้ำตกสาริกา เป็นน้ำตกที่มีลักษณะโยนตัวลงมาจากหน้าผาที่สูงชันในป่าทึบบนเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีความสูงถึง 9 ชั้น ซึ่งในแต่ละชั้นของน้ำตกก็จะมีชั้นหินธรรมชาติรองรับน้ำและกลายเป็นแอ่งน้ำขนาดเล็ก ๆ อยู่ทั่วบริเวณชั้นของน้ำตกซึ่งบางแห่งมีขนาดกว้างและน้ำไม่ลึกมากทำให้เรา สามารถลงไปแช่ตัวให้ชุ่มฉ่ำกับสายน้ำตกแห่งนี้ได้แบบสบายและปลอดภัยด้วย

น้ำตกสาริกา

หลังจากปีนขึ้นลงตามโขดหิน ธารน้ำตกที่สวยงาม ได้รูปที่ถูกใจแล้ว เราสองคนลงมาจากน้ำตก แวะตลาดชาวบ้านแถวทางขึ้นน้ำตก เพื่อซื้อหาวัตถุดิบ ตั้งใจจะทำอาหารให้มาดามจูลี่และเพื่อนรักกิน แต่ก่อนจะซื้อ เลยตัดสินใจโทรหาเพื่อน เค้าอยู่หรือไม่ เข้าเวรไหม? (เพื่อนเป็นเภสัชกร รพ.นครนายก ปัจจุบันทราบข่าวว่าย้ายหนีเพื่อนๆๆแล้วเพราะไปกวนบ่อย อิอิ แซวเล่นเน้อ) โชคเข้าข้างเพื่อนรักอยู่บ้าน โวยวายนิดหน่อยทำไมไม่ชวน แล้วมาบอกอะไร ตอนนี้ ฮ่าๆๆ เย็นนั้นเราทำต้มยำปลาช่อนแบบอิสาน ลวกผักจิ้มน้ำพริก ผักสดๆๆ มันหวาน กรอบ อร่อยจริงๆๆ นี่แหละธรรมชาติที่ลงตัว ขอบคุณเพื่อนรักที่กรุณาให้พักค้างแรมคืนนั้นและอีกหลายทริปหลายคราอีกด้วยจ้า

เขื่อนขุนด่านปราการชล

ตื่นเช้ามา หลังจิบกาแฟเม้ามอยกับเพื่อน จัดการอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว เพื่อนรักแนะนำว่า ต้องไปเยือนเขื่อนขุนด่านปราการชลก่อนนะ ที่อื่นไม่ไปไม่เป็นไร ที่นี่ต้องไป เพราะ “เป็นเขื่อนของพ่อ” จบข้อความสนทนา ไปเก็บของ ขับรถคนละคันกับเพื่อน เพราะขากลับจะแยกกลับกรุงเทพฯ เลย ไม่ต้องไปส่งกันไปมา

เขื่อนของพ่อ

เขื่อนขุนด่านปราการชล  ชื่อเดิมเรียกว่าเขื่อนคลองท่าด่านเป็นเขื่อนคอนกรีตอัดบดยาวที่สุดในประเทศไทยและในโลก ตั้งอยู่ที่ บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองจังหวัดนครนายก เป็นเขื่อนที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามเหมาะแก่การพักผ่อนชมวิว สร้างขึ้นตามแนว พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เพื่อเก็บกักน้ำช่วงหน้าฝนไว้ใช้หน้าแล้ง และควบคุมไม่ให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร ไร่นาและพื้นที่การเกษตรช่วงหน้าฝน โดยสร้างครอบฝายท่าด่านเดิม ที่บนเขื่อนฯ มีร้านกาแฟ ของกรมชลประทาน สามารถนั่งชมวิว และละเมียดละไม กาแฟ ได้อย่างมีความสุข ปล่อยอารมณ์ให้เบาบางลง ค่อยกลับไปเมืองกรุงที่แสนวุ่นวาย ชีวิตมีพลังธรรมชาติล้นเหลือ

นางแบบร้อยรูปเอารูปแรก สวยงามจริงๆๆ

ผู้เขียนและมาดามจูลี่ แยกย้ายกับเพื่อนที่เขื่อนขุนด่านฯ เพื่อกลับกรุงเทพฯ เลย ส่วนเพื่อนรักจะพาลูกชายไปเล่นน้ำที่ใต้เขื่อนฯ วันหยุดเสาร์อาทิตย์ไหน ผู้อ่านว่าง ขับรถไปเช้าเย็นกลับก็สะดวกดี พาลูกหลานมาเปลี่ยนบรรยากาศ ใช้ชีวิตติดธรรมชาติ เรียนรู้จากสิ่งมีชีวิตรอบตัว ที่ไม่ได้มีแค่ในตำรา หรือในมือถือเท่านั้น

เราสองคนขับรถกลับบ้านที่สมุทรปราการ ใจก็คิดว่าจะซื้ออะไรไปฝากแม่ดีนะ มองข้างทาง โห แผงขายผลไม้ ทั้ง ละมุด น้อยหน่า มะปรางหวาน มะม่วง กระท้อน สารพัดผลไม้ จากชาวสวนมาขายยาวเหยียดตลอดทาง แม้แต่ต้นไม้กล้าพันธุ์ก็มีเยอะแยะ แต่ราคาก็แพงพอสมควรนะ ถือว่าช่วยชาวบ้านให้มีรายได้ เพราะไปคราวหน้า คงหาร้านไม่เจอ ฮ่าาา

Leave a Reply