ทริปนี้ตั้งใจเดินทาง ขับรถเที่ยว ปลายทาง คือ เชียงใหม่ แต่ครอบครัวเรายังไม่เคยไปสัมผัสจังหวัดน่านเลยสักครั้ง สรุปสภาครอบครัวลงความเห็นกันว่า ไป “น่าน” กัน

ผู้เขียนและครอบครัว พร้อม หมาแก่ 1 ตัว(วันที่ไปนั้นหมาแก่ยังอยู่) ขับรถออกจากบ้านที่สมุทรปราการ ใช้เส้นทางวงแหวนกาญจนาภิเษก บางนา- บางปะอิน แล้วตัดเข้าถนนสายเอเชีย ผ่าน อยุธยา เรื่อยไปจนถึง นครสวรรค์ ….ตั้งใจกันว่า ไปแวะไหว้พระที่ พิษณุโลก ก่อน เพราะปกติ เราขึ้นเหนือไปบ้านเชียงใหม่ จะใช้เส้น กำแพงเพชร ตาก ลำปาง ไม่ได้เข้าพิษณุโลก

พระพุทธชินราช

หลังจากไหว้พระ พระพุทธชินราช แล้ว ก็แวะหาอาหารเที่ยงแถวนั้น จิบกาแฟ นิดหน่อย แล้วจึงออกเดินทางกันต่อ ผู้เขียนและครอบครัวใช้เส้นทาง ทางหลวงหมายเลข 101 พิษณุโลก อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน แนะนำให้ใช้เส้นทางนี้จะดีกว่า ทางรอง อื่นๆๆ เพราะเส้นนี้เป็นถนนสายหลักที่ไปน่าน อ้อมนานกว่าแต่ปลอดภัย เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ไม่ต้องไปกินข้าวลิง ฮ่าา

ผู้เขียนและครอบครัวขับรถปกติ คือ ไม่เร็ว ไม่ช้า มาถึง น่าน เกือบ 5 โมงเย็น ใช้เวลาโดยประมาณ 5 ชม. เข้าพักที่โฮมสเตย์ แถววัดภูมินทร์ เป็นบ้านชาวบ้าน ที่ดัดแปลงให้คนทั่วไปมาพัก พร้อมกับเปิดรับน้องหมาให้สามารถเข้าพักได้ เป็นที่พักไม่มีชื่อ ผู้เขียนไม่ได้จอง แค่เสิร์ชหาว่าบ้านพักรับน้องหมาเข้าพักได้ ก็เลือกเอาแล้ว walk in เข้าไปเลย วันนั้น โฮมสเตย์ที่พักยกให้ครอบครัวเราพร้อมหมาแก่ 1 ตัว ให้เข้าพักทั้งหลัง ราคา 1600 บาทถ้วน ไม่เลวทีเดียว แถมอาหารเช้าง่ายๆๆ น่ารักที่สุด

อาบน้ำ แต่งตัว อุ้มหมาแก่ จูงมือแม่ พากันเดิน ออกมาข่วงคนเมือง หน้าวัดภูมินทร์ มีกาดขายของกิน และลานขันโตกให้ซื้อหาอาหารมานั่งกินกัน ฟังเพลงกำเมือง ม่วนๆๆ สิ่งที่ประทับใจอย่างหนึ่งคือ การจัดการภาชนะใส่อาหารและการกำจัดขยะ ทำได้ดี มีการคัดแยก ขยะก่อนทิ้ง ทุกคนมีจิตสาธารณะร่วม ใส่ใจ และ ร่วมมือกัน รักษาเมืองและท้องถิ่นให้สะอาดชื่นชมจากใจในฐานะแขกแก้วที่มาเยือนถิ่น น่าน

พระอุโบสถวัดภูมินทร์
ข่วงเมืองน่าน

นั่งชมความงามพระโบสถ์วัดภูมินทร์ นั่งรับลมเย็นๆๆ หลังอิ่มท้องจากอาหารเมืองที่ซื้อมา แอ๊ปปลาน่อย แอ๊ปปลา ตำบะหนุน แค๊ปหมู น้ำพริกหนุ่ม แกงแค ของโปรด หมดข้าวเหนียวไปเป็น กิโล ฮ่าๆๆ แม่บ่น ใครบ่น ก็หาฟังไม่ ของมันลำกะกิ๋นติ้กๆๆเน้อ ของบ่าลำกะบ่ากิ๋นหนา แต่เรา ลำบ่าลำกะกิ๋นหนักขนาด อิวะ ฮ่าาา

วัดภูมินทร์

เป็นวัดที่สำคัญและสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดน่าน วัดมีลักษณะที่สำคัญคือโบสถ์และวิหารถูกสร้างเป็นอาคารเดียวกัน วัดภูมินทร์สร้างขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ. 2139 โดยเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เดิมชื่อ วัดพรหมมินทร์ ซึ่งเป็นพระนามของเจ้าเจตบุตรฯ ผู้สร้างวัด สันนิษฐานว่าในภายหลังได้เรียกชื่อกันเพี้ยนมาเป็นชื่อวัดภูมินทร์ในปัจจุบัน

ปู่ม่านย่าม่าน
ภาพจิตรกรรมในพระอุโบสถวัดภูมิทร์
ภาพจิตรกรรมในพระอุโบสถวัดภูมิทร์
พระประธานจตุรทิศ ในพระอุโบสถวัดภูมินทร์

ภายในพระอุโบสถจตุรมุข มีภาพจิตรกรรม หรือ ฮูบแต้ม ในภาษาเหนือ รวมถึงภาพที่มีชื่อเสียงโด่งดัง คือปู่ม่านย่าม่าน หรือ กระซิบรักบันลือโลก ของหนานบัวผัน

ตื่นเช้าวันใหม่ คุณนายแม่ปลุกตื่นตั้งแต่ไก่โห่ พระอาทิตย์ยังไม่ทันขึ้นเลย ครอบครัวเราต้องจิบกาแฟ แบบฝรั่งก่อนทำการสิ่งใดหรือว่าจะเดินทางไปไหน ผู้เขียนเลยต้องทำหน้าที่ เดินออกมาหาปลาท่องโก๋ ให้แม่แกล้มกาแฟแถวกาดเจ้า แต่….ผู้เขียนชอบกิน ชอบซื้อ สั่งปลาท่องโก๋อย่างเดียว ได้ของกินเมืองที่กาดเจ้า มาเต็มมือ ซื้อมาเยอะแบบที่แม่ได้แต่มองตาปริบๆๆ ไม่กล้าด่า แต่แอบบ่นในใจ ฮ่าา

วัดพระธาตุเขาน้อย

เสร็จภารกิจปากท้อง ครอบครัวเราตรงดิ่งไปชมวิวเมืองน่านมุมสูง และบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นที่วัดพระธาตุเขาน้อย

วัดพระธาตุเขาน้อย ตั้งอยู่ที่ ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เป็นวัดราษฎร์ องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย ซึ่งอยู่ด้านทิศตะวันตกของตัวเมืองน่าน สร้างในสมัยเจ้าปู่แข็ง เมื่อปี พ.ศ. 2030 องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์ เป็นศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ในสมัยพระเจ้าสุริยพงศ์ผริตเดชฯ ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า และวิหารก็สร้างในสมัยนี้เช่นกัน

วัดพระธาตุเขาน้อย เป็นปูชนียสถานที่สำคัญ และเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของ จ.น่าน สันนิษฐานว่ามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่บนดอยเบาน้อย สูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 240 ม. หน้าวัดมีทางขึ้นเป็นบันไดนาค 303 ขั้น

จากวัดพระธาตุเขาน้อย สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่าน ปัจจุบันบริเวณลานชมทิวทัศน์ ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ทรงเจริญ พระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542

เครดิตข้อมูล : สำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดน่าน

วัดพระธาตุแช่แห้ง

สิ่งที่ตั้งใจกันแน่วแน่ที่จะมา”น่าน” คือ การมากราบสักการะและนมัสการ องค์พระธาตุแช่แห้ง ที่เชื่อกันว่า เป็นพระธาตุประจำปีเกิด “กระต่าย” เพราะว่า บ้านนี้มี “กระต่าย” สองคน คือ MadamJulie และ คุณนายแม่ (บางตำราก็ว่า มาดามจูลี่ เกิดปีเสือ ซึ่งเรามั่นว่าน่าจะเป็น “ปีเสือ” แต่คุณนายแม่เชื่อว่าเป็น “กระต่าย” )

พระธาตุแช่แห้ง

พระธาตุแช่แห้ง พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวน่าน สันนิษฐานว่ามี อายุราว 600 ปี พญาการเมือง โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1891 เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้มาจาก กรุงสุโขทัย องค์พระธาตุมีความสูง55.5 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 22.5 เมตร ตัวพระธาตุบุด้วยทองเหลืองหมดทั้งองค์ เป็นโบราณสถาน ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของล้านนา

พระประธานในอุโบสถวัดพระธาตุแช่แห้ง
ตุง ของภาคเหนือ

พระธาตุแช่แห้งเป็นศิลปะการก่อสร้าง ที่มีความวิจิตรงดงาม เป็นศิลปะ การก่อสร้าง ที่ได้รับอิทธิพล การก่อสร้างมาจากเจดีย์พระธาตุหริภุณไชย มีลักษณะรอบๆ ของ องค์พระธาตุ คือ มีการบุรอบองค์ ด้วยทองจังโก ในส่วนของทางเดิน เพื่อขึ้นสู่องค์พระธาตุนั้น จะเป็นตัวพญานาค หน้าบันเหนือประตูทางเข้า จะมีลักษณะของการปั้น เป็นลายนาคเกี้ยวที่เป็น เอกลักษณ์เฉพาะของช่างฝีมือ และของศิลปะของจังหวัดน่านโดยแท้จริง ชาวเมืองล้านนามีความเชื่อกัน ว่าการ ได้เดินทางไปสักการบูชากราบไหว้นมัสการองค์พระธาตุแซ่แห้ง หรือ ที่ชาวล้านนาจะเรียกกันว่า การชูธาตุ นั้น จะทำให้ได้รับ อานิสงค์อย่างแรงกล้า ทำให้ชีวิตอยู่ดี มีสุข ปราศจากโรคภัยต่างๆ มาเบียดเบียน หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า

เสร็จภารกิจ กราบไหว้สักการะขอพร พระธาตุแช่แห้ง แล้วใจ๋ คุณนายแม่ละ เราก็พร้อมออกเดินทางกันต่อ มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ กัน

บางทีการทำเพื่อความสุข และสบายใจ ของคนที่เรารัก ไกล และตั้งใจ ให้ถึงที่หมายยากแค่ไหน เราก็ต้องทำ อิ่มใจ อิ่มบุญ ทั้งคนพาไป และคนเที่ยว

การมา “น่าน” ต้องตั้งใจ ถึงจะมาถึง “น่าน” เพราะ “น่าน” เป็นจังหวัดที่มีภูเขาโอบล้อม และจังหวัดชายแดน ไม่ใช่เมืองผ่านที่ใครๆ ก็ผ่านแล้วแวะเที่ยว อันที่จริงการมา จังหวัด น่าน ใช้เวลาแค่ 1 คืน กับ 2 วัน ไม่น่าจะพอ แต่หากว่าเราต้องการแค่ไหว้พระ ก็สมความตั้งใจแล้วหละ สำหรับท่านผู้อ่านขาลุย อาจจะเลยไปกางเต็นท์ ดอยเสมอดาว ที่ว่ากันว่า นอนดูดาวแทบจะยกมือคว้าดาวมากอดได้เลย หรือ แม้แต่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา และ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ก็รอทุกคนมารับพลังธรรมชาติ เพื่อเติมไฟให้ชีวิตเช่นเดียวกัน

หากจะเลยเถิดไปถึงหลวงพระบางก็ย่อมได้นะเออ ผู้เขียนทราบข่าวว่า รัฐบาล เปิดทางเชื่อมไปเมืองคู่แฝด “น่าน ไป หลวงพระบาง” ด้วยถนนตัดใหม่เอี่ยม ขับรถเองใช้เวลา แค่ 3 ชม.กว่าๆ เท่านั้นเอง โดยเส้นทางที่ใช้ น่าน ไปผ่านด่านห้วยโก๋น (ของไทย) เข้าสู่เมืองไซยะบุรี สู่หลวงพระบาง หรือจะใช้รถตู้ สาธารณะ ก็มีบริการเช่นเดียวกัน

น่าน มีหลายอย่างให้น่าค้นหาอีกมากมาย ครั้งเดียวไม่เคยพอจริงๆ คราวหน้าตั้งใจจะพา MadamJulie ขับรถจากน่าน ไปหลวงพระบาง ไปเมืองมรดกโลกที่น่าค้นหากัน ใครจะไปกับเราบ้าง?

Leave a Reply