ปีนัง หรือ จอร์จทาวน์ เมืองเล็กๆ บนเกาะ ใต้แหลมมลายู ประเทศมาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้านเรานี่เองที่ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วยภูมิสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมของเขตเมืองเก่าที่มีความแตกต่างและเอกลักษณ์เด่นอย่างชัดเจน…

ผู้เขียน มีความหลังและความทรงจำที่งดงามกับที่นี่ เป็นเมืองแรกที่เริ่มออกเดินทางสู่โลกกว้าง ครั้งล่าสุดที่ไปเยือนปีนัง คือต้นเดือนธันวาคม ปี 2562 ที่ผ่านมา เหตุเพราะมีงานบรรยายที่สิงคโปร์ หลังเสร็จภารกิจ ก็อยากลองนั่งรถบัสจากสิงคโปร์ มาปีนังว่าจะเหมือนรถบัสประเทศไทยเรามั้ย? ผู้อ่านท่านใดสนใจอยากลองนั่งรถบัสเส้นทางทั่วมาเลเซีย ขึ้นที่ต้นทางสิงคโปร์ จะมีศูนย์จำหน่ายตั๋วที่ Golden Mile และขึ้นรถที่นั่นด้วยเช่นกัน ผู้เขียนออกเดินทาง 1ทุ่ม 45 นาที ราคาตั๋ว 25 เหรียญสิงคโปร์ (จองจากแอพพลิเคชั่น Klook เจ้าเดิมที่คุ้นเคย ) ผ่านด่านที่ woodland เข้า โจโฮบารู แล้วตรงไปสุดสาย จอดที่บัตเตอร์เวิธ ใช้เวลาเดินทาง 9 ชม. ถึงเกือบ 6 โมงเช้า จัดการธุระส่วนตัว ก็นั่งรถไฟไปที่ท่าเรือบัตเตอร์เวิธ ที่ท่าเรือจะเป็นลักษณะศูนย์การค้าขนาดย่อม มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ถือโอกาสนั่งจิบกาแฟ ที่นั่นก่อน สายๆๆ ค่อยนั่งเรือเฟอร์รีข้ามฟากไปเกาะปีนัง ค่าเรือเฟอร์รี ราคา 1.40 ริงกิต (จ่ายจะเฉพาะขาไป ขากลับจากปีนัง มาบัตเตอร์เวิธ ไม่ต้องเสีย) มีตารางเวลาเรือ ออกทุก 20 นาที

ข้ามฝั่งมาปีนัง ผู้เขียนชอบบริการรถสาธารณะที่นี่ มีรถเมล์เวียนฟรี คือ สาย CAT วนเวียนแถวตึกคอมต้า จุดศูนย์กลางการต่อรถสาธารณะ แบบอนุสาวรีย์ชัยบ้านเรา ไม่ต้องจ่ายค่ารถดีจังเลย

ทริปนี้ MadamJulie มีภารกิจนางงามอีกเช่นเคยที่ปีนัง ผู้เขียนก็ต้องไปขอพักอาศัยด้วยเช่นทุกครั้ง แต่ว่า โรงแรมที่พัก มันไกลจากจุดศูนย์กลางเมืองเก่ามาก เลยต้องเรียก Grab สะดวกสบายที่สุด แนะนำใครที่มาปีนัง หรือมาเลเซีย ใช้ Grab สบายใจที่สุด ฮ่าๆๆ

มาปีนัง สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของการมาเยือนที่นี่ คือ อาหารการกิน ด้วยเอกลักษณ์ การผสมผสานของหลายเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกัน ทำให้เกิดอาหารหลายแบบให้เลือก ปีนังคือ สวรรค์ของนักกินเลยหละ!

ปีนัง Food Museum

ชามก๋วยเตี๋ยวลักซาขนาดใหญ่ในมิวเซียม

มาปีนัง ต้องมากิน เรื่องถ่ายรูปสวยๆๆ ใครๆๆ มาก็ต้องถ่ายรูปอยู่แล้ว งั้นเราโฟกัสไปที่เรื่องกินเลย ปีนังให้ความสำคัญกับอาหาร โดยจำลอง อาหารของปีนังเป็นร้อยๆๆ อย่าง ที่จัดมาในจานใหญ่เว่อร์วัง พร้อมกับทำหุ่นปั้นขนาดจิ๋ว จำลองวัฒนธรรมการทำอาหารปีนัง และลักษณะร้านค้าขายอาหารดั้งเดิมของเมืองปีนังได้อย่างลงตัว แถมมีอุปกรณ์ให้ทดลองทำอาหารเหมือนจริงได้อย่างน่าชื่นชม เชิญชวนผู้อ่านหากมาเยือนปีนัง ลองแวะมา Food Museum จะเห็นสิ่งที่ตื่นตาตื่นใจเหมือนกับมาดามจูลี่ ค่าเข้าชม และโปรโมชั่น ก็จองผ่าน แอพพลิเคชั่น Klook ได้เหมือนกัน

ปีนัง มาเลเซีย เนี่ยเค้าอยู่ร่วมกันได้ 3 กลุ่มใหญ่ๆแบบกลมกลืน มาแต่ไหนแต่ไรมา และอาหารจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน

มาดามจูลี่กับการทำชาก๋วยเตี๋ยว
อาหารอินเดีย

วัฒนธรรมการกินอาหารของคนอินเดียนั้น ใช้มือกินเป็นหลัก แถมยังต้องมีใบตองรองอีกด้วย ปัจจุบันนี้อาจจะไม่ต้องใช้ใบตองรองแล้ว แต่อาจจะมีผ้าหรือจานรอง ป้องกันการหกเลอะเปื้อนพื้น หรือโต๊ะอาหาร

อาหารปีนัง มาเลย์

Nasi Kandar ( นาสิกานดาร์ ) ข้าวราดแกงสไตล์มาเลย์ เป็นข้าวราดแกงที่ไม่ใช่ข้าวหุงด้วยกะทิ คล้ายกับนาสิเลอมาก แล้วเลือกแกงที่ราดข้าวได้หลากหลายชนิดเช่นราดแกงเนื้อ แกงแพะ แกงปลา

อาหารปีนังมาเลเซีย
อาหารจีนโต๊ะกลม

ทำไม อาหารการกินของคนจีนถึงใช้โต๊ะกลม เหตุผลหลักๆ น่าจะมาจากคนจีนใช้ตะเกียบในการคีบอาหารในจานกับข้าวเดียวกันบนโต๊ะ และที่สำคัญคนจีนชอบชนแก้วดื่มอีกด้วย

ในพิพิธภัณฑ์ จำลองการค้าขาย อาหารการกินของคนหลากหลายเชื้อชาติที่อาศัยอยุ่ร่วมกันมาแสนนาน จนเกิดเป็นวัฒนธรรมการกินที่ไม่เหมือนใคร สิ่งดีๆๆที่น่าอนุรักษ์และแนะนำให้มาเยือน

ขี่จักรยานชมเมืองปีนัง

เช้าวันถัดมา เป็นวันหยุดวันอาทิตย์ ลูกค้าที่เปรียบประหนึ่งเพื่อน ด้วยมิตรภาพนอกวันทำงาน ทุกคนกรุณาอาสาพาขี่จักรยานชมเมือง และแวะชิมอาหารด้วยเช่นกัน (เพราะขายอาหาร ฮ่าๆๆ) เริ่มต้นแวะรับอาหารเช้าแบบปีนัง ผสมผสานแบบจีนๆๆ ที่ตลาดสดได้อารมณ์มาก

หน้าตลาดสด
อาหารเช้ามื้อสำคัญ
ชาก๋วยเตี๋ยว แถวป้อมปราการ จอร์จทาวน์ มื้อกลางวัน

ปั่นรอบเมืองก็ได้บรรยากาศอีกแบบ สถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ ผสมผสานจีนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คล้ายกับภูเก็ต ตรัง และหาดใหญ่บ้านเรา ด้วยความที่เมืองไม่ไกลกันมาก การไปมาหาสู่กันของคนโบราณสมัยก่อนก็ต่างรับเอาวัฒนธรรมของกันและกันมา ทริปนี้เราเน้นกิน และกิน ถ้ามาเยือนปีนัง นอกจากเสพศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว คนปีนังก็ถือว่า เรื่องกินสำคัญที่สุด

ขี่จักรยาน จากตลาดสด ไปตึกคอมต้า วนมาหมู่บ้านชาวประมงท่าเรือข้ามฟาก ลัดเลาะซอยนั้นซอยนี้ มาหยุดที่ป้อมปราการ จอร์จทาวน์ ตรงจุดนี้มีศูนย์อาหารที่ขายอาหารหลายอย่าง และเพื่อนที่พาเที่ยวขี่จักรยานชมเมือง แนะนำว่า ต้องมาชิม ชาก๋วยเตี๋ยวอร่อยที่สุดที่ปีนัง ว่ากันอย่างนั้น แต่ด้วยเพราะกินเยอะหรือไรไม่ทราบได้ เราคิดถึง ก๋วยเตี๋ยวผัดไทยเส้นจันทร์บ้านเราใส่กุ้งสดและถั่วงอก กุ้ยช่ายเยอะๆๆ มากกว่า ฮ่าๆๆ

หมู่บ้านชาวประมง
ถนนในเมืองปีนัง
มัสยิดกลางเมืองปีนัง

ขอบคุณลูกค้า ประหนึ่งเพื่อนกัน ที่กรุณาพาเที่ยวชมเมือง แดดร้อนก็ไม่กลัวดำกันเลย สนุกและฮาที่สุด บ่ายจัดๆๆ ไปต่อไม่ไหว ร้องงอแงจะกลับ โรงแรมๆๆ แล้ว พาทัวร์ สว ก็ทำใจแบบนี้แหละหนา ฮ่าา

ขากลับ กรุงเทพฯ เราแยกย้ายกันกับ MadamJulie ที่ปีนังโดยมาดามจูลี่บินด้วยเครื่องบินกลับไทย แต่ผู้เขียน แบ่งสัมภาระเหลือแค่เป้ใบเดียว นั่งเรือข้ามฟากมาบัตเตอร์เวิธ นั่งรถไฟจากบัตเตอร์เวิธ ไปปาดังเบซาร์ จากปาดังฯ เข้าชุมทางหาดใหญ่ เพื่อจะขึ้นรถไฟ สาย “ทักษิณารัถย์” กลับกรุงเทพฯ อยากทดลองนั่ง รถไฟไทย ที่ประชาสัมพันธ์นักหนาว่า แก้ไขจุดบกพร่อง และปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการใหม่ จะดีแค่ไหน …. ถึงด่านปาดังเบซาร์ ขลุกขลักนิดหน่อย เพราะคนที่ด่านเยอะมาก และการจัดการค่อนข้างแย่ ทำให้เกือบหวุดหวิดที่จะตกรถไฟไทย ฮ่า ๆๆ แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี บอกตัวเองว่า พอแล้วนะ รถไฟไทย ถึงกรุงเทพฯ เกือบบ่ายโมงครึ่งของอีกวันล่าช้าจากตารางเกือบ5 ชั่วโมง แม้จะใช้งบโฆษณาและแก้ไขสิ่งต่างๆๆมากมาย แต่เรื่องเวลา…..ทำไมจัดการไม่ได้ก็ไม่รู้

Leave a Reply