หน้าพระวิหารจตุรมุข
วางดอกไม้บนแท่นรอยพระพุทธบาทสี่รอย

เช้ามืดของวันอาทิตย์ในเดือนฤดูฝน แทบทั้งคืนฝนตกหนัก สลับเบา ครอบครัวผู้เขียนนั้นตื่นเช้าเป็นปกติอยู่แล้ว นั่งจิบกาแฟยามเช้ามองหน้ากัน ใครคนหนึ่งในเอ่ยชวน ไปไหว้พระกันมั้ย? ไปวัดไหน? “ไปวัดพระพุทธบาทสี่รอยกันนะ อยู่แม่ริมนี่เอง ไม่ไกลจากบ้านเรา” มาดามจูลี่เอ่ยขึ้นเบาๆ อะ ตกลง ไปลุก ไปเปลี่ยนเสื้อผ้ามาสวดมนต์เช้าแล้วออกเดินทางกัน ไปหาอาหารเช้ากันข้างหน้า แต่แม่ผู้รอบคอบ ก็หยิบตะกร้าใส่กล้วยสามลูก มีน้ำเปล่าขวดเล็กๆ สำหรับตัวเอง สาเหตุที่เอาตะกร้าเพราะเผื่อเจอเห็ดถอบ ข้างทางจะได้ซื้อ นั่นเอง ฮ่า

สรวยดอกไม้งดงามมาก

ฉิ่งฉาบทัวร์ พากันล้อหมุนออกเดินทางจากบ้านพักในอำเภอสารภี ด้วยเวลา 6 โมงเช้าเศษๆ ขับรถ ไปตามเส้นทาง ซุปเปอร์ไฮเวย์ แล้วเลี้ยวขวาตรงแยกข่วงสิงห์ เข้าสู่ถนนโชตนา ทางหลวงหมายเลข 107 เส้นทางเชียงใหม่ แม่ริม รวมระยะทางจากเชียงใหม่ไปวัดพระบาทสี่รอย ประมาณ 50 กม. แม่บอกสบาย ไปไหว้พระกันก่อน ค่อยลงมากินอาหารเช้าที่แม่ริมดีกว่านะ จ้าๆยาวไปจ้า

จากเชียงใหม่ มาที่ตัวอำเภอแม่ริม ขับเลยตัวอำเภอมาสักพัก จะเจอป้ายทางแยกทางหลวงหมายเลข 3009 เลี้ยวซ้ายไปตามทางขึ้นดอยเพื่อไปวัดพระพุทธบาทสี่รอย มีป้ายบอกชัดเจนตลอดทาง ไม่ต้องกลัวหลง จนถึงแยก อบต.สะลวง ประมาณ 32 กม.จากเชียงใหม่ ผู้เขียนขับรถโดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที แต่จากแยก อบต.สะลวง ผ่านบ้านสะลวงนอก บ้านสันป่าตึง บ้านหนองก๋าย บ้านห้วยส้มสุก บ้านเมืองก๊ะ จนขึ้นดอยถึงวัด ระยะทางประมาณ 18 กม. นั้น เส้นทางทรหดเอาการเหมือนกันทั้งหุบเขาลึกสองด้าน ถนนแคบและชัน ขับแบบเกร็งตัวสุดๆ คุณนายแม่จากดี๊ด๊า ขาออกจากบ้าน เริ่มนั่งตัวเกร็ง ไม่พูดจา แต่บ่นเบาๆๆ ไหนว่า แค่แม่ริม ทำไมทางมันเป็นแบบนี้ ผู้เขียนไม่ได้กล่าวอะไร แค่บอกให้แม่หลับตา ไม่ต้องมอง แม่สวนกลับทันควัน “หลับตาจะเห็นอะไร” เอิ่ม แล้วบอกกลัว ฮ่า ๆ

เส้นทางเล็ก ชัน แต่ร่มรื่นด้วยต้นไม้

หลังจากนั่งเงียบทั้งคันรถด้วยความกังวลแถมเสียงแม่บ่นใจในมานานเกือบ 1 ชั่วโมงครึ่ง จากแยก อบต.สะลวง จนถึงวัด ผู้เขียนและครอบครัว ก้าวลงจากรถ แล้วมองหน้ากัน “ทำไมเราไม่รู้มาก่อนว่ามีวัดนี้” เพราะตะลึงในความยิ่งใหญ่ของวัด การขนหินดินทรายอุปกรณ์การก่อสร้างมาสร้างวัดได้ยิ่งใหญ่เพียงนี้ หากไม่มีศรัทธาแรงกล้า วัดบนภูเขาสูงแคบชันแห่งนี้ จะไม่สามารถสร้างเสร็จสมบูรณ์ได้อย่างแน่นอน

บันไดนาคคู่ทางขึ้นวิหารครอบพระพุทธบาทสี่รอย

ก่อนขึ้นไปกราบนมัสการ พระพุทธบาทสี่รอย คณะฉิ่งฉาบทัวร์ก็ต้องตัดไม้ข่มนามตามโบราณว่า เข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตา ให้สดชื่น กันหน่อย แล้วบูชาดอกไม้ธูปเทียน ขึ้นไปกราบสักการะรอยพระพุทธบาท กัน โดยสาวน้อยอายุ 70 เดินนำหน้าเดินตามทางบันไดนาค ปากก็พร่ำรำพรรณ ขอบคุณมากๆๆ ที่พามา ถ้าแก่กว่านี้ จะมาไม่ได้ ขอบคุณมากๆๆ พูดไม่หยุดเลย

แท่นบูชารอยพระพุทธบาท

ขึ้นมาถึงวิหารที่ทางวัดสร้างครอบรอยพระบาทสี่รอยไว้นั้น ผู้เขียนและครอบครัวได้เจอ พระสงค์สามรูปที่เดินธุดงธ์มาจากสุรินทร์ รวมกับญาติโยมที่ตามมา นั่งสวดมนต์ในวิหารดังกึกก้อง เพราะอายุเรามากขึ้นหรือว่า เหตุผลอื่นใดก็แล้วแต่ ผู้เขียน บอกได้เลยว่า ฟังบทสวดมนต์ที่เราสวดกันเองในครอบครัวอยู่แล้วทุกวัน แต่ทำไม นั่งฟังที่วิหารครอบรอยพระพุทธบาทสี่รอยนี้นั้น ไพเราะจับจิตจับใจ นั่งฟังแบบอิ่มเอม บางบทสวด เราสวดตามได้ด้วยนะเออ ไม่น่าเชื่อ จากคนที่แค่นับถือพุทธ ตามทะเบียนบ้าน จะซึ้งรสพระธรรมได้ขนาด นี้ ใกล้แหละ ใกล้บวชแล้วจริงๆ ฮา

ชอบสรวยดอกไม้มากมาย เหมาะขนาด

ทางเข้าบริเวณวัดพระพุทธบาทสี่รอย
เป็นซุ้มประตูขนาดใหญ่บ่งบอกร่องรอยถึงความเก่าแก่ได้พอสมควร

ซุ้มประตูทางเข้า

เมื่อผ่านซุ้มประตูเข้าไปจะเป็นลานกว้างที่สามารถจอดรถได้มากมาย
ด้านซ้ายมีร้านสหกรณ์ที่จำหน่ายของชำ ร้านอาหาร
และร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของป่าสมุนไพร ของกลุ่มแม่บ้านในชุมชนแถบนั้น

เงียบสงบ แท้ทรู
พระวิหารจตุมุข ภายในวัดพระพุทธบาทสี่รอย

ผู้เขียนขอยกบางส่วนในคำประกาศ พระพุทธบาทสี่รอย ของครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาท่านกล่าวไว้ว่า

รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าทั้ง ๔ พระองค์นี้
เป็นรอยที่บริสุทธิ์หมดจดพิเศษบริบูรณ์
จะเสด็จไปประทับไว้ ณ แห่งหนตำบลใด
ก็มีผู้ไปเคารพกราบไหว้เป็นสิริมงคลตลอดกาล
กล่าวกันว่าเป็น “ทัสสนานุตริยะ” (การเห็นอันเยี่ยม)
แก่ผู้ที่ได้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง

ลักษณะของรอยพระพุทธบาท

ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึง ๔ พระองค์แห่งมหาภัทรกัป อันได้แก่ พระพุทธเจ้ากกุสันโธ พระพุทธเจ้าโกนาคมโน
พระพุทธเจ้ากัสสโป พระพุทธเจ้าโคตโม (องค์ปัจจุบัน)

พระพุทธบาทสี่รอย

มีลักษณะประทับซ้อนกันตามลำดับ คือ

1. รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้ากกุสันโธ
ซึ่งเป็นรอยแรก เป็นรอยใหญ่ยาว 12 ศอก

2. รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าโกนาคมโน
ซึ่งเป็นรอยที่ 2 ยาว 9 ศอก

3. รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้ากัสสโป
ซึ่งเป็นรอยที่ 3 ยาว 7 ศอก

4. รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าโคตโม (องค์ปัจจุบัน)
ซึ่งเป็นรอยที่ 4 ยาว 4 ศอก

พระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ที่ล่วงมาแล้วในอดีตกาล
ล้วนได้ทรงประทับรอยพระพุทธบาทไว้ ณ ที่นี้แล้ว ทุกพระองค์

แม้แต่ พระศรีอริยเมตไตรย
ก็จะเสด็จมาประทับรอยพระพุทธบาทไว้ ณ ที่แห่งนี้ด้วย
และจักประทับรอยพระพุทธบาทสี่รอยนี้ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียว
(คือประทับลบทั้งสี่รอยให้เหลือรอยเดียว)ในกาลแห่งอนาคตด้วยเช่นกัน

สัปตปฎลเศวตฉัตร หรือ พระเศวตฉัตร 7 ชั้น กางกั้นเหนือพระพุทธบาทสี่รอย

ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียน
รอยพระพุทธบาทสี่รอยเป็นโบราณวัตถุ
ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2496

เครดิตข้อมูล : กรมศิลปากร

กล่าวกันว่า การบูรณะพระพุทธบาทนี้
ท่านครูบาพรชัย ปิยะวัณโณ เจ้าอาวาสท่านไม่ได้ทำการบอกบุญ แต่ประการใด แต่อาศัยบารมีของพระพุทธบาท
และอธิษฐานบอกกล่าวเทพเทวาว่าจะสร้างโบสถ์ก็เป็นไปตาม “ต๋ า ม ห น้ า บุ ญ เ ต๊ อ ะ”

คือมีก็ฉัน ไม่มีก็ไม่ฉัน มีก็เอา ไม่มีก็ไม่เอา ใครจะมาทำบุญก็มา
โดยอธิษฐานต่อจากครูบาเจ้าศรีวิชัย เทพเทวา ไม่วุ่นวาย ไม่ต้องยึดติด และกังวลทั้งปวง

หน้าพระวิหารจตุรมุข

จากวิหารครอบพระพุทธบาทสี่รอยนี้ ยังมีหอเทวดา โบสถ์ วิหาร สิ่งปลูกสร้างเต็มพื้นที่บริเวณวัด แต่ไฮไลต์อยู่ที่พระวิหารจตุรมุขเป็นโบสถ์อลังการสีทองอร่าม อ่อนช้อย ประตูก็อลังการ บึกบึน สวยงามวิจิตร แลนด์สเคปก็ใช้ได้ แต่ที่สะดุดตา ผู้เขียน ก็คือ

พระประธานในหระวิหารจตุรมุข
ถ้าฝังลูกนิมิตเมื่อไหร่ ภายในพระวิหารจะปิดไม่ให้เข้าแบบถาวรเลย ดังนั้นเป็นเหตุผลสำคัญที่ครั้งหนึ่งในชีวิต คุณต้องมา

ที่ขอบกำแพงอุโบสถ มีคำว่า “แฮ้ง 3 ตั๋ว ลงบ้านหนอง 4 แจ่ง แม่ญิงเอาผัว ป้อจายออกลูก”  สะดุดหยุดอ่านทันที เป็นปริศนาธรรมที่ต้องค้นหา หากแต่เดินไปภายในวัด กลับเจอ บอร์ดปริศนาธรรม บริเวณบันไดทางขึ้นไปกราบนมัสการรอยพระพุทธบาทนั่นเอง

แฮ้ง 3 ตั๋ว ลงบ้านหนอง 4 แจ่ง
: นกแร้ง เลือกกินเฉพาะสัตว์ที่ตายแล้ว (ไม่ได้เบียดเบียนสัตว์อื่นๆ) เปรียบเทียบได้กับ พระรัตนตรัย คือ พระพุทธเจ้า พระธรรม และ พระอริยสงฆ์

: ลงหนอง 4 แจ่ง หมายถึง เมตตา กรุณา มุทิตา และ อุเบกขา นั่นเอง

: ส่วนแม่ญิงเอาผัว หมายถึง ธรรมชาติของผู้หญิง ต้องมีสามี มีครอบครัว มีลูกสืบเผ่าพันธุ์ ป้อจาย​ออกลูก หมายถึง ผู้ชายบวชเป็นพระ ก็เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป

อิ่มบุญกันเต็มที่แล้ว ได้เวลาชวนกันกลับ ลืมความหิวไปชั่วขณะ รองท้องด้วยกล้วยคนละลูก ที่แม่เตรียมไปด้วย ทว่าขากลับ เวลาแสนสั้นแบบ อ้าว ถึงแม่ริมแล้วหรอ ?

ไว้ ต๋ามหน้าบุญเต๊อะ คงได้พาครอบครัวขึ้นปฏิบัติธรรม เพิ่มพลังจิต รับพลังธรรมชาติ ให้จิตเข้มแข็ง สั่งร่างกาย ให้มีแรงก้าวเดินในโลกใบนี้ต่อไป ด้วยความมีสติ สาธุ เจ้า


Leave a Reply