โครงการหลวงวัดจันทร์ หรือ ที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า ป่าสนวัดจันทร์ นั้น ตั้งอยู่ใน อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริ สู่การพัฒนาชีวิตราษฎรที่ยั่งยืน ท่ามกลางป่าเขาอันกว้างใหญ่ สู่ใจกลางธรรมชาติและสายหมอก ผู้เขียนบอกได้เลยว่าหากใครเคยไป เยือน ปางอุ๋ง แล้วชอบบรรยากาศแบบนั้น เราเชื่อมั่นเลยว่าผู้อ่านจะต้องหลงรักที่นี่อย่างแน่นอน

“เราจะขึ้นไปสำรวจโครงการที่ อำเภอกัลยาณิวัฒนาและ ปางมะผ้า กันนะ มีเจ้าหน้าที่นำทางจาก พื้นราบตัวเมืองเชียงใหม่ จนถึงที่พัก ป่าสนวัดจันทร์ และคอยดูแลตลอดจนจบทริป” เสียง เพื่อนร่วมทีมทำงานวิจัย เอ่ยในที่ประชุม พร้อมกับรายงานให้ผู้เขียนทราบ กลับบ้านคืนนั้น บอกกับครอบครัวว่า จะขึ้นดอยกับทีมทำงาน แม่จะไปด้วยกันมั้ย แม่ร้องเสียงหลง…ตอบว่า ไม่ไป๊ แม่เข็ด แม่กลัว แต่เอาของฝากลงมาด้วยหนา ของป่า ของดอย แม่ชอบ ….. เราอมยิ้มน้อยๆๆ “ได้เลยแม่ ” ตอบกลับแม่แบบทันที แต่ในใจแอบกังวลเหมือนกัน ได้ข่าวว่าถนนหนทางโหดเอาการ จะไหวป่าวไม่รู้ นอนคิดตลอดคืน ตรูแก่แล้วหนา จะไหวมั้ยเนี่ย

รถมารอรับหน้าหมู่บ้านก่อนเวลา แล้วออกเดินทางตรงเวลามาก 6 โมงเช้า ล้อหมุนทันทีที่เราก้าวขึ้นรถ รถที่ใช้ในการเดินทางนั้นเป็นรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ยี่ห้ออีซูสุ คนขับรถ เป็นคนดอย เผ่า ปกากะญอ ท่าทางคล่องแคล่ว และเป็นมิตรมาก ก่อนออกรถ คนขับลงมาเปิดประตู ด้านหลังให้เราขึ้นนั่ง แต่ขับออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ยังไม่ถึงแม่ริมเลย รีบจอดรถวิ่งลงอ้อมมาเปิดประตูที่เรานั่ง แล้วบอกว่า “อาจารย์ครับ ลงมานั่งข้างหน้าดีกว่า ครับ นั่งคู่คนขับจะได้ไม่เมารถ ” เราก็เออ ลงก็ลง เชื่อคนขับวะ เพราะตั้งแต่เดินทางขึ้นรถ ลงเรือ นั่งเครื่องบิน ไม่เคยมีประวัติเมาการเดินทางเลย มีแต่เมาน้ำเก๊กฮวย ฮ่า

เส้นทางคดเคี้ยววกวนตามไหล่เขา คนขับต้องมีสติและชำนาญมากมายเลยหละ

เราสอบถามคนขับรถว่า จะใช้เส้นทาง ไหน คนขับตอบทันที ทาง “สะเมิงครับ” ร้องโอ้ยดังมาก คิดในใจ เชรี้ยแหละ สะเมิงเนี่ยขึ้นชื่อว่า ทางทรหดสาหัสมาก สักพัก เพื่อนอาจารย์ที่ร่วมโครงการแต่นั่งรถอีกคันโทรมาหา บอกว่า ” ไอ้คุณด๊อค จะเอาน้ำแดงดื่มสักเป๊กสองเป๊ก ก่อนมั้ย ให้เมาหลับก่อน จะได้ไม่ต้องเมารถ” เอิ่ม เช้าอยู่ๆๆ ไม่เป็นไร ไม่รับจ้า ฮ่าๆ

ถนนหนทางก็ขรุขระบางช่วง หวังว่าจะสมบูรณ์ในเร็ววันนี้

จาก แม่ริม ขับไปสะเมิงผ่านแม่แจ่มก็ถึงป่าสนวัดจันทร์ ระยะทางรวมประมาณ 135 กม. แต่ว่าใช้เวลาเดินทางเกือบ 4 ชั่วโมง เป็น 4 ชั่วโมงที่นั่งหลับตาเกือบตลอดเส้นทาง ทรหดจริงๆๆ คนขับรถเก่งมาก ชำนาญเส้นทางที่สุด พาเราถึงจุดหมาย ประมาณ 10.00 น.

นาขั้นบันได งดงามจริงๆ
ไร่กระหล่ำปลีสุดลูกตา อาหารที่มีขึ้นโต๊ะทุกมื้อ คือ กระหล่ำผัดน้ำปลา ฮ่าๆ
ระหว่างทางเจอชาวนาดำนา ภาพที่สวยงามมาก คิดถึงสมัยยังเด็ก เคยช่วยพ่อแม่ทำนา

เส้นทางนี้ ไปได้หมด ทั้ง บ้านวัดจันทร์, ปาย, แม่ฮ่องสอน วิ่งทางเดียวกันได้หมดเลย ถ้าเป็นอดีต ผู้เขียนจะไม่แนะนำเส้นทางนี้เด็ดขาด แต่ปัจจุบัน ถนนหนทางดีขึ้นมาก แต่ก็ยังทำเราอาการสาหัสอยู่ดี เชิญมาลองสักครั้งในชีวิต จะได้สัมผัสมากกว่าที่รู้ อย่างที่บอก ของมันต้องมา ฮ่า

วัดจันทร์

วิหารแว่นตาดำ เครดิตภาพ : ทีมทำงานโครงการ
โบสถ์ภายในในวัดจันทร์ เครดิตภาพ : ทีมทำงานโครงการ

อำเภอกัลยาณิวัฒนานั้น เป็นอำเภอน้องใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับพระราชทานนามจัดตั้งตามพระนามของสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทำให้การพัฒนาถนนหนทางและสิ่งปลูกสร้างยังไม่สมบูรณ์ อีกทั้งภูมิประเทศไม่เอื้ออำนวยเพราะเป็นเมืองในหุบเขาสลับที่สูง แต่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่อำเภอกัลยาณิวัฒนา คือ วัดจันทร์ นอกจากเป็นที่เคารพสักการะของชาวพุทธในชุมชน และผู้มาเยือนแล้ว ยังมีวิหารที่แปลกจากวิหารทั่วไป หรือเรียกกันว่า วิหารแว่นตาดำ หรือวิหารเรย์แบรนด์  เนื่องจากลักษณะของวิหารเมื่อมองจาก ด้านหน้าแล้วคล้ายกับกำลังสวมแว่นตาดำ วิหารนี้ช่างชาวปกากะญอ ได้เอากระจกกรองแสงสีดำมาติดตรง ช่องลมด้านหน้าวิหาร เมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้วนี้เอง ด้วยเหตุเพื่อป้องกันโจรที่เข้ามาลอบขโมยพระประธาน ซึ่งเป็นพระสิงห์สามอายุกว่า 300 ปีนั่นเอง

เครดิตภาพ : ทีมทำงานโครงการ
เครดิตภาพ : ทีมทำงานโครงการ
เครดิตภาพ : ทีมทำงานโครงการ

ป่าสนวัดจันทร์

ป่าสนเป็นทิวแนวสวยงาม รอคอยทุกคนมาเยือน
สันเขามองเห็นเมฆปกคลุม สวยงาม แต่แอบเหงา
บ้านพักในป่าสนวัดจันทร์

ป่าสนวัดจันทร์ หรือที่ทำการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อปป) นั้น
อยู่ในอำเภอกัลยาณิวัฒนา นั่นเอง   ตั้งอยู่ในหุบเขา ทำให้อากาศ เย็นตลอดทั้งปี ในช่วงหน้าหนาว จะเห็นหมอกหนาปกคลุม มองเห็นทิวสน และอ่างเก็บน้ำ รวมถึงใบเมเปิ้ลที่เปลี่ยนสีในช่วงหน้าหนาว  คล้ายๆกับปางอุ๋ง เลยก็ว่าได้ เหมาะกับการเดินทางมาพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ความว่าช่วงเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ จะเป็นช่วงยอดฮิตของนักท่องเที่ยว โดยมีพื้นที่สำหรับกางเต็นท์บริการ (คนละ 50 บาทต่อคืน) มีห้องน้ำบริการหลายจุดและหลายห้อง และบ้านพักให้เช่า สำหรับบ้านพัก ก็สามารถนอนได้ตั้งแต่ 2-10 คน ราคานั้นโทรสอบถามที่สำนักงานก่อนได้ หรือ จองทางออนไลน์ก็สะดวกเช่นกัน

เรือนเป็นหลังคล้ายไปพักผ่อนในยุโรปสักที่ ฮ่า
มุมร้านกาแฟก็แจ่ม

ตัวผู้เขียนนั้น ขึ้นไปทำงานในช่วงต้นฤดูฝน ก็จะได้ความงดงามไปอีกแบบ   ความสดใสและเขียวขจี สดชื่นและมีความสุขมาก อันที่จริงก็ท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีนั่นแหละ ตามแต่โอกาสจะอำนวยกันน้อ

ตอนเช้า อากาศดีมากมาย
ว่ากันว่าคือมุมมหาชน ใครมาต้องถ่ายรูปตรงนี้

ความงดงามของธรรมชาติในประเทศไทยบ้านเรานั้น มีมากมายเกินกว่าจะบรรยายได้หมด เงยหน้าแล้วสูดหายใจลึกๆๆ พร้อมทำตัวเองให้แข็งแรงไว้ รอเวลาออกไปโอบกอดธรรมชาติกัน เพื่อเพิ่มพลังชีวิต ให้ธรรมชาติบำบัดกันนะ

ร้านก๋วยเตี๋ยวร้านดัง ที่แม่ฮ่องสอน ผู้เขียนผ่านไปเลยแวะถ่ายรูป แต่ไม่ได้ชิม เลยไม่สามารถบอกรสชาติของอาหารได้ แต่วิวหลักล้านจ้า

หลังลงดอยมา ผู้เขียนมีถั่วแระญี่ปุ่น กะหล่ำปลีหัวใจ เห็ดระโงก อโวคาโด ผักพื้นเมืองเต็มไปหมด แม่ตื่นเต้นร้องกรี๊ดๆๆ แม่น่าจะไปด้วยหนา ฮ่าๆๆ

Leave a Reply