เพื่อฉลองครบรอบ 1 ปี แห่งการก่อตั้งเวปไซต์ madamjulie.com วันนี้ผู้เขียนขอแบ่งปันเรื่องราวดีๆ เรื่องราวแห่งความสุข ความสำเร็จ สายใยของชีวิต สายใยที่เชื่อมโยงให้เกิดความผูกพันธ์และสันติสุขแก่มวลมนุษยชาติ ทุกชีวิตล้วนดำรงอยู่ได้ด้วยความรัก อยู่ได้เพราะมีคนที่ตนรัก อยู่ได้เพื่อทำในสิ่งที่ตนรัก อยู่ได้เพื่อให้คนอื่นรัก เหมือนต้นไม้ ที่อยู่ได้เพราะน้ำ แผ่กิ่งก้านสาขา เจริญเติบโตออกดอกออกผลได้เนื่องด้วยเพราะอาศัยน้ำนั่นเอง ทั้งหมดทั้งมวลนี้นั้น ต่างรวมกันเป็น คำว่า “พลังแห่งรัก” คำที่ทรงพลัง และอานุภาพยิ่งใหญ่เกินใครคาดคิด มีใครเห็นด้วยกับผู้เขียนหรือไม่ ?

หลายคนต่างมีช่วงเวลาของชีวิตที่ต้องเผชิญกับโชคร้ายหรือปัญหาและอุปสรรคที่คิดไม่ตก ช่วงขณะหนึ่งของความคิด ณ เวลานั้น หลายคนอาจเกิดความสงสัยว่า ทำไมขณะที่คนอื่นดูมีความสุข ความพร้อมในทุกด้านของชีวิต แต่ทำไมตัวเรานั้นกลับต้องมีชีวิตที่ขัดสนดิ้นรนไปเสียเกือบทุกเรื่อง หรือในขณะที่ชีวิตเราต้องแบกเรื่องอมทุกข์ไว้มากมายอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่วายต้องเผชิญกับเรื่องเลวร้ายซ้ำแล้วซ้ำอีก แล้วทำไมบางคนถึงกลับมีโชคดีทั้งเรื่องงาน เรื่องเงิน และเรื่องความรัก สมบูรณ์แบบพร้อมสรรพ

หลายคนอาจยอมก้มหน้ารับความเลวร้ายที่เข้ามาในชีวิตอย่างยอมจำนน พร้อมกับการเรียกขานสิ่งเหล่านั้น ว่า “กรรมเก่า” แล้วก็ใช้ชีวิตอยู่กับการก่นด่าและน้อยใจในโชคชะตาอยู่อย่างนั้น แต่หลายคนรวมถึงมาดามจูลี่ นั้น เธอมีความเชื่อว่า คนเราสามารถดลบันดาลให้เกิดสิ่งดีงามได้ในทุกพื้นที่ของชีวิต ด้วยพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่มีอยู่ในตัวเราทุกคน นั่นก็คือ”พลังแห่งรัก” นั่นเอง ตัวผู้เขียนเองก็ยอมรับโดยปราศจากเงื่อนไข เพราะผ่านช่วงเวลาเลวร้าย และปัญหา ร้อยแปด มาด้วย “พลังแห่งรัก” และร่วมเปลี่ยนแปลงตนเอง เริ่มสร้างสรรค์พร้อมรับพลังแห่งรักที่ยิ่งใหญ่ ด้วย สติ

พลังแห่งรัก ในที่นี้ต่างจากความรักที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ ความรักในที่นี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ ความรักระหว่างชายกับหญิง สามีกับภรรยา พ่อแม่กับลูก หรือแม้แต่เพื่อนกับเพื่อน ความรักในที่นี้มีความหมายกว้างใหญ่ไพศาลกว่านั้น เป็นทั้งความรัก ความชื่นชม ความพึงพอใจ ความซาบซึ้ง และบางทีก็ถึงขั้นหลงใหล เราจึงรักทุกสิ่งทุกอย่าง ได้รอบตัว รักคน รักงาน รักสิ่งแวดล้อม รักท้องฟ้า รักต้นไม้ใบหญ้า รักอวัยวะในร่างกายตนเอง และที่สำคัญคือรักชีวิต นั่นเอง

พลังแห่งรักเป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น แต่เรารับรู้ได้ถึงพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่มหาศาลของพลังแห่งความรัก เพราะไม่ว่าจะเป็นการกำเนิดของมนุษย์ การค้นพบ และการสร้างสรรค์ทั้งปวง ทั้งเป็นสิ่งประดิษฐ์ ดนตรี ศิลปะ อื่นๆอีกมากมาย ล้วนก่อเกิดจากพลังบวกของความรักในใจมนุษย์ทั้งนั้น

ทัชมาฮาล หรือ ตาชมหัล (Taj Mahal)

สิ่งที่เห็นชัดและรับรู้ได้ ของพลังแห่งรัก ที่โดดเด่น และได้รับการยอมรับทั่วโลก อีกทั้งยังได้รับการยกย่องให้เป็น มรดกโลก ในปี 1983 ในฐานะ “เพชรน้ำเอกของศิลปะมุสลิมในอินเดีย และเป็นหนึ่งในงานชิ้นเอกที่ได้รับการชื่นชมในระดับสากล” และได้รับการยกย่องโดยหลายบุคคลให้เป็นผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมโมกุล และสัญลักษณ์ของประวัติศาสตร์อินเดียอันร่ำรวย เครดิต : วิกิพีเดีย

“ทัชมาฮาล” คือ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ของอินเดีย คนทั่วไปรับรู้กันว่าเป็นอนุสรณ์แห่งพลังรักอันยิ่งใหญ่ เกิดจากความรักและความเศร้าที่สุดแสนจะคณานาของจักรพรรดิชาห์ ชหาน กษัตริย์องค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์โมกุล(Mughal Empire India) ที่ปกครองอินเดียในช่วงศตวรรษที่ 16 จนถึงช่วงกลางศตวรรษที่ 19 พระเจ้าชาห์ ชหาน ได้พบกับ อรชุมันท์ พานุ เพคุม บุตรสาวของรัฐมนตรีเมื่ออายุ 14 พรรษา และหลงรักนางตั้งแต่แรกเจอต่อมาในอีก 5 ปี พระองค์และอรชุมันท์ พานุ เพคุมก็ได้อภิเษกสมรสกันในปี พ.ศ.2155 นับตั้งแต่นั้นมาทั้ง 2 ก็ไม่เคยอยู่ห่างกันอีกเลย

ตลอดระยะที่อยู่ร่วมกับพระมเหสี หรือนามที่พระเจ้าชาห์ ชหาน ตั้งให้ว่า “มุมตัช มาฮาล” อันแปลว่า อัญมณีแห่งราชวัง เป็นภรรยาที่สุดแสนประเสริฐ ทั้งติดตามพระเจ้าชาห์ ชหานไปออกรบ ช่วยงานราชการ คอยให้คำปรึกษาและให้กำลังใจ อีกทั้งยังมีความเมตตาช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากเสมอ ทั้งหมดนั้นทำให้กษัตริย์ชาห์ ชหานทรงประทับใจและรักพระมเหสีอย่างที่สุด

แต่เมื่อครองคู่กันมาเป็นเวลา 18 ปี มุมตัช มาฮาล ก็ได้ให้กำเนิดทายาทองค์ที่ 14 แต่หลังจากให้กำเนิดพระธิดาพระนางตกเลือดมาก อยู่ได้เพียงไม่นานพระนางก็สิ้นพระชนม์ในอ้อมกอดของพระเจ้าชาห์ ชหาน ซึ่งการสิ้นพระชนม์นี้นำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจแก่พระเจ้าชาห์ ชหานอย่างมากมายมหาศาล พระองค์ทรงหมกมุ่นอยู่ในความทุกข์เศร้าโศกเสียใจตลอดเวลาไม่ทรงยิ้มไม่ทรงหัวเราะใดๆ ปล่อยพระวรกายจนผมที่ดำกลายเป็นสีขาวทั้งศีรษะ ในทุกวันพระองค์จะทรงนุ่งขาวห่มขาวไปนั่งรำพันถึงพระมเหสีของพระองค์ข้างหลุมศพอย่างกับคนเสียสติ

ด้วยความเศร้าโศกอย่างหาที่สุดไม่ได้พระองค์จึงทรงสร้างอนุสรณ์แห่งความรักของพระองค์กับพระมเหสี โดยทรงเลือกทำเลที่ดีที่สุดบริเวณริมโค้งแม่น้ำยมุนาเป็นที่ตั้งของอนุสรณ์แห่งรักนี้ และพระองค์ก็ทรงทุ่มเทเวลาทั้งหมดในการวางแผนเขียนแปลนก่อสร้างด้วยพระองค์เอง และก็ได้ทรงจ้างสถาปนิกและช่างชาวอาหรับที่มีฝีมือมากมายเพื่อระดมสติปัญญาและกำลังในการก่อสร้างอนุสรณ์แห่งนี้ให้สำเร็จ เพราะพลังแห่งรัก นี่เอง ที่บันดาลให้เกิด สถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ เห็นความอลังการ ตราบนานเท่านาน

สำหรับคนคนหนึ่งแล้ว ความรักคือพลังที่ทำให้ก้าวไปเป็นพลังบวกที่กระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจอยากเป็น อยากทำ หรืออยากมี ในสิ่งที่ตนรักและต้องการ 

ตัวผู้เขียนเองก็มีความ เชื่อว่า คนส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตก็เพราะพวกเขาได้ใช้พลังบวกแห่งความรัก เพื่อดลบันดาล ให้ได้มาซึ่งสิ่งดีๆ ในชีวิตทั้งปวงแน่นอน

หลักการง่ายๆ ที่พลังแห่งความรักสามารถปรับเปลี่ยนความสุข ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล การเงิน สุขภาพ อาชีพการงาน และทุกอย่างในชีวิตคนเราได้ ก็เพราะผ่านกฎแห่งความรัก ซึ่งก็อยู่บนหลักการเดียวกับกฎแห่งการดึงดูด อันเป็นกฎเหล็กทรงอานุภาพที่สุดในจักรวาลนี้นั่นเอง

กฎแห่งการดึงดูดคือสิ่งที่ควบคุมดาวทุกดวงในห้วงจักรวาล แรงดึงดูดของโลกทำให้ทุกสิ่งและทุกชีวิต สามารถเกาะติดอยู่บนผิวโลกได้ ขณะที่พลังแห่งรักจะเป็นพลังดึงดูด ให้คนที่รักในสิ่งเดียวกันมารวมกัน หรือผลักดันให้เราก้าวไปหาสิ่งของหรือสถานที่ที่เราชอบ รวมถึงคนที่เรารักด้วย

กฎพลังแห่งรักทำงานบนกฎแห่งการดึงดูด คือ เมื่อใดที่เราส่งหรือให้อะไรออกไป เราก็จะได้รับ ในสิ่งที่ให้ไปนั้นกลับมา เพราะสิ่งที่เราให้ออกไปจะกลายเป็นสิ่งที่เราดึงดูดกลับมาหาตัวเรานั่นเอง หรือที่หลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ให้” อะไรก็ย่อมได้ “อย่างนั้น” หรือ “คิด” อะไรก็จะ “เป็น” อย่างนั้น

ดังนั้น เมื่อเราเข้าใจ กฎพลังแห่งรักแล้ว จากนี้ไป จงหมั่นเตือนตัวเองว่า “อย่ามองสิ่งชั่วร้าย อย่าฟังสิ่งชั่วร้าย อย่าพูดสิ่งชั่วร้าย” เปลี่ยนมาเป็น “คิดดี พูดดี ทำดี” ตามหลักพุทธศาสนิกชนที่ดี ชีวิตจะได้ดีขึ้น

เช่นเดียวกับเวปไซต์ madamjulie.com เราให้คำมั่นจะยืนหยัด เผยแพร่ความคิด แง่คิด ชีวิตดีๆ แบ่งปันสู่ผู้อ่านให้มีความสุขและรอยยิ้ม ตลอดไป และที่สำคัญต้องเพิ่มค่ากาแฟ ให้มาดามจูลี่ อีกแล้วหนา เพราะดื่มแก้วเดียว ได้รับคาเฟอีน ไม่พอ ฮ่าๆๆ

Leave a Reply