มะม่วงน้ำปลาหวานมีหลายแบรนด์มากในไทยเลือกซื้อมาชิมตามใจชอบ

มะม่วง หมากม่วง หมากม้วง บักม่วง แล้วแต่จะเรียกชื่อ ตามภาษาพื้นถิ่น ของคู่ครัวไทยมาแสนนาน
วันนี้ประเทศไทยเรามีมะม่วงพันธุ์ใหม่ๆ ชื่อเพราะๆเกิดขึ้นมากมาย มีคนทำสวนมะม่วงเพื่อขายทั้งส่งออกและขายในประเทศเยอะแยะไปหมด มีทั้งขายสุกและขายดิบ แต่ที่ขายเป็นมะม่วงดองดูจะน้อยลง ( หรือเปล่าตามความเห็นของผู้เขียน )
โลกวันนี้เมื่อมี “มีดปอกผลไม้” ชีวิตการกินมะม่วงดิบก็ง่ายดายขึ้นเยอะ ไม่อย่างนั้นกว่าจะปอกมะม่วงได้ก็ต้องระวังมือไม้จะโดนมีดเฉือนหนังไปด้วย
สมัยผู้เขียนเป็นเด็ก ถ้ามีใครมาบอกว่าปลูกมะม่วงเต็มสวนเอาไว้ขาย คนคงหาว่าบ้า เพราะบ้านไหนๆเขาก็ปลูกมะม่วงกันทั้งนั้น มะม่วงที่ปลูกไว้กินดิบ เช่น มะม่วงแก้ว, มะม่วงไอ้ตูม, มะม่วงหัวช้าง, มะม่วงกะล่อน ส่วนที่เอาไว้กินสุก เช่น พิมเสน หรือสามเสน และมะม่วงอกร่อง แล้วบางแห่งก็จะปลูกมะม่วงที่กินสุกอร่อยแต่ลูกเล็กมาก เรียกว่ามะม่วงไข่จิ้งหรีด ถ้ามีข้าวเหนียวนึ่งใหม่ๆๆ ผ่าครึ่งลูกเอาเม็ดออกยัดข้าวเหนียวเข้าไป อร่อยมากเลยหละคนบ้านนอกสมัยก่อนกินง่ายๆๆ โตมาง่ายๆๆ ไม่ต้องซื้อหาขนมนมเนยอะไรแบบปัจจุบัน

ส่วนใหญ่มะม่วงที่ปลูกกันล้วนแต่เป็นพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิมทั้งสิ้น…ตอนเป็นเด็กอยู่บ้านนอก มะม่วงจะออกผลในช่วงฤดูร้อนโรงเรียนปิดเทอมก็คือช่วงเดือนเมษายนนี่แหละ อยากกินมะม่วงเมื่อไหร่ ก็พกหนังสะติ๊กออกไปหลังบ้าน การใช้หนังสะติ๊กยิงมะม่วงนั้น คนยิงต้องแม่นจริงๆ เพราะต้องยิงตัดขั้วให้มะม่วงตกลงมาจึงจะได้กินมะม่วงดี เพราะหากยิงไปถูกลูกมะม่วง แม้ว่ามะม่วงจะตกลงมาจากต้นก็ตาม แต่เนื้อมะม่วงจะแตกกระจายกินไม่อร่อย
ถ้าไม่ได้เอาหนังสะติ๊กไปหรือยิงไม่แม่น ก็หาไม้มาขว้างให้ไม้ลอยไปตามแนวขวาง เพื่อไปตัดขั้วมะม่วงให้ตกลงมา การขึ้นต้นมะม่วงจะเป็นทางเลือกท้ายๆของเด็กบ้านนอก เพราะไม่ได้แสดงฝีมืออะไรแถมยังต้องกลัว “มดแดงกัด” อีกต่างหาก เพราะมดแดงนั้น “มันชอบแฝงพวงมะม่วง” ความหมายก็คือ ทำเป็นหวงไม่ให้ใครเข้าใกล้ แต่ตัวเองไม่เคยได้กิน เพราะกินไม่เป็นนั่นเอง
ถ้ามะม่วงแก่มากๆแล้วเจ้าของต้นมะม่วงหรือเจ้าของสวนจะเก็บมะม่วง ก็จะใช้ตะกร้อสอยมะม่วงลงมา โดยก่อนจะใช้ตะกร้อและปีนขึ้นไปสอยลูกที่อยู่สูงๆ ก็ต้องใช้ขี้เถ้าใต้เตาไฟไปโรยตามต้นมะม่วงเสียก่อน เพราะมดแดงเมื่อโดนขี้เถ้าก็จะลื่นตกลงมาไม่สามารถกัดคนที่ปีนขึ้นต้นมะม่วงได้
เด็กบ้านนอกเมื่อได้มะม่วงดิบมาแล้วก็จะจับเอาส่วนหัวหรือส่วนขั้วของลูกมะม่วง ทุบโครมเข้าไปกับต้นมะม่วงหรือกับก้อนหินอะไรที่แข็งๆก็ได้ เพื่อให้มะม่วงตรงส่วนหัวแตกมีน้ำกระจายออกมา แล้วก็ใช้ปากแทะกัดกินทั้งเปลือก โดยต้องระวังไม่ให้ยางจากขั้วมะม่วงกัดกับขอบริมฝีปาก ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นแผลแบบปากนกกระจอกอ้าปากไม่ค่อยได้ไปนาน
ถ้ามะม่วงมันเปรี้ยวมากๆ เด็กบ้านนอกอย่างผู้เขียนก็จะกินมะม่วงกับเกลือเม็ด กัดมะม่วงคำหนึ่งก็กัดเกลือไปนิดนึง หรูหราหมาเห่าหน่อยก็กินกับกะปิ หรือบางคนชอบน้ำปลาร้าก็เอามะม่วงป้ายกะปิหรือน้ำปลาร้ากินดื้อๆอย่างนั้นละ และแน่นอนว่ากินมะม่วงทั้งเปลือกกันทั้งนั้นเพราะขี้เกียจปอกและกลัวมีดบาดมือ นานๆทีเมื่อได้กินมะม่วงกับผู้ใหญ่ จึงจะได้กินมะม่วงดิบปอกเปลือกกินกับน้ำปลาหวาน
ถ้าเป็นมะม่วงสุกก็กัดเปลือกออกเล็กน้อย แล้วใช้ฟันคาบเปลือกลอกออกมาทั้งลูก แล้วแทะกินเนื้อจนถึงขั้นดูดกินส่วนที่ติดกับเม็ดจนเกลี้ยง ถ้ากินในบ้านก็จะต้องใช้มีดทองเหลืองปอกและหั่นมะม่วงสุก หากใช้มีดเหล็กทั่วไปมะม่วงจะดำคล้ำไม่น่ากิน การทำมะม่วงกวนที่แถวบ้านผู้เขียน ต้องใช้กะทะทองเหลืองเท่านั้น ไม่อย่างนั้นมะม่วงแผ่นจะดำ มะม่วงที่นำมาทำมะม่วงกวนแผ่นนั้น จะใช้มะม่วงที่ยังไม่แก่ แต่โดนลมพัดร่วงหล่นลงมาจากต้น เอามาบ่มจนสุกเหลืองแล้วมาปอกเปลือกฝาน จะไม่ใช้มะม่วงแก่ที่สุกแล้วมาทำ เพราะเสียดาย ยกเว้นแต่เป็นมะม่วงสุกที่เปรี้ยวมากเท่านั้น เพราะลดความเปรี้ยวได้ด้วยการ “ซัดน้ำตาลทราย” ในขณะที่กวน
การบ่มมะม่วงนั้น จะสอยหรือเก็บมะม่วงที่แก่แล้วลงมาจากต้น เอามาวางเรียงกันบนกระด้งหรือในโอ่งก็แล้วแต่ แล้วเอากระสอบป่านคลุมไว้ จะเรียกว่าอบจนเหลืองก็ว่าได้ หากจะเร่งการสุกให้เร็วขึ้น ก็จะเอา “แก๊สก้อน” ใส่ลงไปในโอ่ง ซึ่งจะทำให้สุกเร็ว แต่รสชาติจะไม่หวานเหมือนบ่มปรกติหรือสุกคาต้นตามธรรมชาติ โบราณจึงบอกว่า “อย่าชิงสุกก่อนห่าม” เพราะมันไม่หวาน

ร้อนๆ อยู่บ้านมะม่วงจิ้มน้ำปลาหวาน ฟิน!

วัตถุดิบมะม่วงน้ำปลาหวาน

  • น้ำปลา 5 ช้อนโต๊ะ 
  • น้ำเปล่า 4 ช้อนโต๊ะ 
  • น้ำตาลปี๊บ 500 กรัม 
  • กะปิ 3 ช้อนชา 
  • กุ้งแห้ง 3 ช้อนโต๊ะ 
  • กุ้งแห้งป่น 1 ½ ถ้วยตวง 
  • หอมแดงซอย 15 ลูก 
  • พริกขี้หนูซอย 15 เม็ด 
  • พริกแห้งป่น 2 ช้อนโต๊ะ 

วิธีทำมะม่วงน้ำปลาหวาน

1 : ซอยพริกและหอม
หั่นหัวขั้วพริกขี้หนูออกและนำมาซอยเตรียมไว้…พร้อมซอยหอมแดงเป็นแว่น ๆ เตรียมไว้ด้วย
2 : ทำน้ำปลาหวาน
ต้มน้ำปลาด้วยไฟแรงเพื่อไล่กลิ่นคาวออก ประมาณ 5 – 10 วินาที
ปิดไฟก่อนใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำเปล่า และกะปิลงไป หลังจากนั้นเปิดไฟอ่อน คนทุกส่วนผสมให้ละลายเข้ากันดี
เปิดใช้ไฟอ่อนๆ เคี่ยวให้น้ำตาลปี๊ปละลาย เคี่ยวต่อไปจนเริ่มใส
ใส่พริกแห้งป่น กุ้งแห้งป่น หอมแดง และพริกขี้หนูซอยใส่ลงไปในนำ้ปลาหวาน คลุกเคล้าให้เข้ากัน ก่อนปิดไฟยกลงให้หายร้อน
เคล็ดลับ : น้ำปลาหวานจะเหนียวข้นขึ้นเมื่อหายร้อน หากชอบความข้นมากก็ให้ใช้เวลาเคี่ยวที่นานขึ้น
3 : จัดเสิร์ฟ
ปอกมะม่วง และหั่นมะม่วงเป็นชิ้น พร้อมจัดเสิร์ฟนำมะม่วงมาจิ้มน้ำปลาหวานฟิน ๆ กันได้เลยจ้า!

บทส่งท้าย การทำน้ำปลาหวานจิ้มมะม่วง ต่างมีสูตรที่ไม่เหมือนกัน สูตรใครก็สูตรใคร แต่โดยทั่วไปแล้วมีพื้นตั้งต้นไม่กี่อย่าง เพิ่มลดในส่วนที่ชอบ ไม่มีสูตรไหนดีที่สุด และอร่อยที่สุด เราทำตามของพื้นถิ่นที่มี ง่ายๆๆ ก็อิ่มอร่อยได้แน่นอน ใครตกงานหรือว่าให้ออกจากงานจะยึดเป็นอาชีพก็สามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้แน่นอน ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน และไม่มีอดตาย !

Leave a Reply