เรียวกัง ที่พักที่บ่งบอกความเป็นตัวตนคนญี่ปุ่นที่สุด

มหานครโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น มีนักเดินทางจำนวนไม่น้อย ต้องการเดินทางมายังจุดศูนย์กลางของดินแดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้ ซึ่งมีสถานที่ ที่บอกได้เลยว่าห้ามพลาดถ้ามีโอกาสได้ไปเยือน เพราะเป็นแหล่งรวมความฟินสำหรับสายกิน สายช็อป และสายวัฒนธรรมอย่างครบถ้วน ทริปนี้มาดามจูลี่ นำเสนอ การนอนโรงแรมแคปซูล ที่โด่งดังในญี่ปุ่น อยู่แถวชินจูกุ ราคาไม่แพง และเยี่ยมยอดเลยทีเดียวสำหรับขาแบกเป้ เดินทางคนเดียว

โรงแรมแคปซูล

โรงแรมแคปซูล

เมื่อหลายสิบปีก่อน เวลาเราพูดถึง “โรงแรมแคปซูล ( Capsule Hotel )” ในญี่ปุ่น จะนึกถึงภาพสถานที่ที่มีไว้แค่นอน เป็นตู้สำหรับมุดเข้าไปนอนในพื้นที่ทึบ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของโรงแรมก็มีแค่เน้นใช้งาน ไม่หรูหราสวยงาม และไม่มีบริการเซอร์วิสใดๆ มากนัก ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะมันคือจุดประสงค์หลักที่โรงแรมแคปซูลกำเนิดขึ้นมา แลกกับทำเลใจกลางเมืองและราคาที่ไม่แพง เพื่อรองรับลูกค้าหลักอย่างมนุษย์เงินเดือนที่ไปดื่มสังสรรค์หลังเลิกงานและพลาดตกรถไฟ เลยขอแค่ที่ซุกหัวนอนจนตื่นออกไปทำงานในเช้าวันถัดไปได้เท่านั้น

ห้องน้ำรวม แต่แยกห้องส้วมและอาบน้ำ
บริเวณล้างหน้าและแปรงฟัน

แต่ปัจจุบัน เมื่อประเทศญี่ปุ่นโปรโมทการท่องเที่ยวอย่างหนัก ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลเข้ามา หนึ่งในนั้นคือนักท่องเที่ยวกลุ่มงบน้อย ที่อยากประหยัดค่าที่พัก แต่ก็อยากพักอยู่ทำเลดีๆ ใจกลางเมือง รวมถึงอยากสัมผัสเอกลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่นไปพร้อมๆ กันเมื่อผู้บริโภคมีความต้องการตรงนี้ จึงมีโรงแรมแคปซูลแบบใหม่เกิดขึ้น ที่ยังคงคอนเซ็ปต์ความเป็นแคปซูลเดิมอยู่ แต่อัพเกรดสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้สะดวกสบายสวยงาม(ไปจนถึงหรูหรา) ถือเป็นการพัฒนา “ภาพลักษณ์” ของโรงแรมแคปซูลไปในตัว

เรียวกัง ที่พักยอดฮิตอีกแบบหนึ่งในญี่ปุ่น ที่อยากนำเสนอ การเข้าพักในเรียวกัง คือ การได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

แถมเวลาเรามาเที่ยวญี่ปุ่น แค่ซุกหัวนอนตอนดึก เช้ามาก็ทิ้งกระเป๋าไว้ในโรงแรมแคปซูล กระโดดขึ้นรถไฟฟ้าไปเที่ยวได้ทั่วโตเกียว หรือจะเดินเอาก็สามารถทำได้

วัดเซนโซจิ (Sensoji Temple) หรือวัดอาซากุสะ (Asakusa Kannon Temple)

ทางเข้าวัดเซนโซจิ

สถานที่เที่ยวในโตเกียว แห่งแรกที่เข้ามาในหัวเลยต้องเป็นวัดเซนโซจิ อย่างแน่นอน เพราะมาเยือนบ้านเมืองคนอื่นเค้า ก็ต้องมาทำเคารพสิ่งศักสิทธิ์ที่ชาวเมืองศรัทธา จึงจะเป็นสิริมงคลพร้อมเที่ยวต่ออย่างสุขใจ วัดแหงนี้เป็นวัดที่มีอายุเก่าแก่และเป็นสัญลักษณ์ของย่านดาวน์ทาวน์ในมหานครโตเกียว วัดตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ หลายคนจึงนิยมเรียกว่า วัดอาซากุสะ หรือ วัดโคมแดง

ภายในวัดเซนโซจิ

ทุกๆปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก ผู้คนมักจะนิยมมาขอพรเกี่ยวกับเรื่องต่างๆเช่น ธุรกิจรุ่งเรือง ไร้โรคภัยไข้เจ็บ ขอให้สมหวังในสิ่งทำและตั้งใจ ซึ่งถ้าอธิษฐานออกมาจากใจ ว่ากันว่าเกือบทุกคำอธิษฐานจะเป็นจริงเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ก้น่าจะอยู่ที่การลงมือทำด้วย จึงจะสำเร็จดังหมาย

บริเวณ ถนนกานามิเซะ หน้าวัดเซนโซจิ
ถนนนากามิเซะ สองข้างทางขายสินค้ามากมาย
ร้านรวงรายรอบวัดเซนโซจิ

ทำบุญไหว้พระ ขอพรเสร็จ เดินออกจากวัดมาจะมีถนนนากามิเซะ(Nakamisedori) ถนนทั้งเส้นยาวขนานกัน ตลอดทางเดินทั้งสองฝั่งจะมีร้านขายของมากมายโดยเฉพาะของที่ระลึกต่างๆ ขนมขบเคี้ยวหลากหลายชนิด โดยร้านค้ามักจะให้เราชิมขนมก่อนตัดสินใจซื้อ ถือว่ามาเที่ยวแค่สถานที่เดียวก็ได้ทั้งอิ่มบุญอิ่มท้อง

การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย Ginza Line มาลงที่สถานี Asakusaทางออกหมายเลข 1 หรือ 3 แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที

พระราชวังโตเกียวอิมพีเรียล (Tokyo Imperial Palace)

พระราชวังโตเกียวอิมพีเรียล เดิมเคยเป็นสถานที่ตั้งของปราสาทเอโดะในสมัยก่อน ในปัจจุบันเป็นที่ประทับของราชวงศ์ญี่ปุ่น ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟโตเกียว รอบๆ ฐานของปราสาทเป็นสวนสไตล์ญี่ปุ่นล้อมรอบด้วยคูเมืองและกำแพงหิน

สะพานที่ใช้ข้ามไปยังพระราชวังอิมพีเรียลมีอยู่ 2 สะพาน คือสะพาน Nijubashiและสะพาน Meganebashi(สะพานแว่นตา) ซึ่งสะพานแว่นตาแห่งนี้ เป็นจุดถ่ายรูปมหาชนยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เพราะน้ำจะใสมากจนเห็นภาพสะท้อนของพระราชวังเลยทีเดียว

สถานีรถไฟโตเกียว ฝั่งถนนหลัก
สถานีรถไฟโตเกียว

หากเดินทางมาด้วยรถไฟ ลงสถานีโตเกียว ซึ่งเป็นสถานีรถไฟหลัก เป็นจุดศูนย์กลางของรถไฟสายต่างๆๆ ตัวตึกในที่ทำการสถานีรถไฟโตเกียวก็มีความน่าสนใจ สวยงามแปลกตา เป็นเอกลักษณ์อย่างน่าหลงใหล ใครมาเยือนห้ามพลาดการถ่ายรูปเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกด้วยแล้วกันนะ

ตู้ซื้อตั๋วรถไฟภายในสถานีรถไฟ ส่วนใหญ่จะเป็นภาษาญี่ปุ่น
แผนที่รถไฟในญี่ปุ่น ครอบคลุมทั่วเมือง
แผนผังการเดินทางในสถานีรถไฟ

การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย Marunouchi Line มาลงที่สถานี Tokyo ทางออก Marunouchi Central Exit แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที

โตเกียวสกายทรี (Tokyo Sky tree)

โตเกียวสกายทรี

โตเกียวสกายทรี เป็นหอคอยกระจายสัญญาณโทรทัศน์และวิทยุที่สูงเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้วยความสูง 634 เมตร ชั้นบนหอคอยโตเกียวสกายทรี มีจุดชมวิว 2 ระดับคือ Tempo Deck ที่มีความสูง 350 เมตร (เสียค่าเข้า 2,060 เยน) และ Tembo Galleria ที่ความสูง 445 เมตร (เสียค่าเข้า 3,090 เยน) เดินไปอีกนิดจะเป็น SORAKARA Point ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดบนชั้น 450 เมตร สามารถสัมผัสประสบการณ์เหมือนลอยกลางอากาศ ความกลมของโลก และแสงมหัศจรรย์ที่ลอดผ่านแก้ว เป็นจุดชมวิวเมืองโตเกียวที่สวยที่สุดอีกจุดหนึ่ง เนื่องจากสามารถชมวิวได้รอบทิศ 360 องศา

บริเวณรอบๆ ในโตเกียวสกายทรี ยังมีแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ไว้ให้ซื้อของที่ระลึก รวมถึงของกินขนมต่างๆ ให้เลือกซื้อหาเป็นของฝากกัน

สวนอุเอะโนะ (Ueno Park)

สวนอุเอะโนะ หรือชื่อจริงคือ “สวนอุเอโนะออนชิ” เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของโตเกียวและเก่าแก่ที่สุดในโตเกียวอีกด้วย ภายในมีพื้นที่กว้างราว 530,000 ตารางเมตร

เป็นที่ตั้งของวัด ศาลเจ้า ทะเลสาป และสวนสัตว์ มีต้นไม้ใหญ่มากมายให้บรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนเพลิดเพลินกันในวันหยุดหรือวันว่าง ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกๆ ปี สวนอุเอโนะจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในการมาซากุระ เนื่องจากเป็นที่ที่ใกล้ที่สุดที่ชาวโตเกียวสามารถมาชมซากุระได้ แต่ปีนี้เกิดโรคระบาดโควิด19 ทำให้รัฐบาลประกาศงดการเข้าชมซากุระ เป็นที่น่าเสียดายยิ่ง

การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote Line มาลงที่สถานี Ueno แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที

อากิฮาบาระ (Akihabara)

อากิฮาบาระ หรือที่นิยมเรียกว่า “อกิบะ (Akiba)” เป็นเมืองอิเล็คทรอนิกส์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งหนึ่งในโลก มีตั้งแต่ร้านค้าขนาดใหญ่ที่ขายเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด คอมพิวเตอร์ หรือ สมาร์ทโฟน ไปจนถึงร้านขายชิ้นส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก

ย่านอากิฮาบาระCr.Picture from : FB :Life in Japan
ร้านค้าใน อากิฮาบาระ Cr.Picture from : FB :Life in Japan
แหล่งรวมการ์ตูน และเกมส์ ในญี่ปุ่น Cr.Picture from : FB :Life in Japan
Cr.Picture from : FB :Life in Japan

อากิฮาบาระยังมีชื่อเสียงว่าเป็นย่านของเหล่าโอตาคุ (otaku) ที่โด่งดังในญี่ปุ่นอีกด้วย เนื่องจากมีร้านค้ามากมายที่ขายเกี่ยวกับการ์ตูนอนิเมะ (anime), มังงะ(manga), วิดีโอเกมส์, เกมส์ไพ่ และชุดของสะสมหายาก อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของเมดคาเฟ่ ซึ่งมีมากกว่า 20 แห่ง ภายในร้านเมดคาเฟ่ส่วนใหญ่จะมีสาวเสิร์ฟน่ารักๆ ที่แต่งตัวเลียนแบบตัวการ์ตูนแอนนิเมชั่นเรื่องต่างๆ มาคอยให้บริการ จึงเป็นที่ชื่อชอบของเหล่าโอตาคุเป็นอย่างมาก

การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote Line มาลงที่สถานี Akihabara แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที หรือนั่งรถไฟใต้ดิน สาย Ginza Line มาลงที่สถานี Suehirochoแล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที

กินซ่า (Ginza)

Cr.Picture from : FB :Life in Japan

กินซ่าเป็นย่านบันเทิง ที่รู้จักกันมากที่สุดในญี่ปุ่น มีทั้งห้างสรรพสินค้าและร้านค้าแบรนด์เนมชั้นนำระดับโลก ตลอดจนร้านค้าเก่าแก่เรียงรายเต็มสองข้างทาง แบรนด์ดังระดับโลกหลายแบรนด์ที่มาเปิดร้านอยู่ในย่านนี้ เช่น Giorgio Armani, Chanel, Carolina Herrera, Dior, Gucci และ Louis Vuitton

ย่านกินซ่าแหล่งช้อปปิ้งสำคัญกลางมหานครโตเกียว Cr.Picture from : FB :Life in Japan
Cr.Picture from : FB :Life in Japan
ย่านกินซ่า Cr.Picture from : FB :Life in Japan

บรรยากาศการช็อปปิ้งให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ยุโรป มีความหรูหรา ทั้งยังสามารถสัมผัสความสุนทรีของโลกแห่งศิลปะ ที่รวบรวมเอาโรงละครและแกลลอรี่กว่า 200 แห่งมาไว้ที่นี่ได้อย่างลงตัว

การเดินทาง :  นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Ginza Line มาลงที่สถานี Ginza แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที หรือนั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Asakusa Line มาลงที่สถานี Higashi-ginzaแล้วเดินต่ออีกประมาณ 3 นาที

ฮาราจูกุ ถนนสายช้อปปิ้ง(Harajuku Takeshita-dori)

ย่านฮาราจูกุ จะขึ้นชื่อเรื่องเครปญี่ปุ่น มีร้านค้าเยอะมาก ให้เลือกซื้อหามาชิม ใครชอบเครปไม่ควรพลาด Cr.Picture from : FB :Life in Japan

ทาเคชิตะ เป็นถนนคนเดินระยะทางเพียง 400 กว่าเมตร แต่เป็นจุดเด่นของย่านฮาราจูกุ แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับชาวต่างชาติ รวบรวมแฟชั่นแปลกตา หลากสไตล์ของเหล่าวัยรุ่นสุดชิคให้ดูกันเพียบ

ร้านคอสเพลย์หลากหลายชุดให้เลือก ที่ย่านฮาราจูกุ Cr.Picture from : FB :Life in Japan
ย่านของเค้าแหละวัยใสๆๆ ฮาราจูกุ Cr.Picture from : FB :Life in Japan
ย่านฮาราจูกุ Cr.Picture from : FB :Life in Japan
Cr.Picture from : FB :Life in Japan
Cr.Picture from : FB :Life in Japan
Cr.Picture from : FB :Life in Japan

ระยะทางกว่า 400 เมตรเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น ร้านอาหาร ร้านเครปญี่ปุ่นชื่อดังและคาเฟ่น่ารักๆ ระหว่างเดินดูของไปเรื่อยๆ จะได้เห็นสาวๆ ญี่ปุ่นแต่งคอสเพลย์แบบจัดเต็ม แต่งตามตัวการ์ตูนหรือเป็นแนวพังค์มายืนรวมตัวกันอยู่มากมาย (แต่เห็นว่าเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยแต่งกันแล้วนะ)

การเดินทาง :นั่งรถไฟสายJRสาย Yamanote Line มาลงที่สถานี Harajuku ทางออก Takeshita แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที หรือเดินจากศาลเจ้าเมจิประมาณ 10 นาที

แยกชิบูย่า (Shibuya Crossing)

มาถึงชิบูย่าอย่างแรกเลย อย่าลืมแวะทักทาย ฮาจิโกะ สุนัขผู้ซื่อสัตย์ สัญลักษณ์ประจำย่านชิบูย่ากันก่อน จากนั้นก็เดินมาที่ ห้าแยกชิบูย่า ซึ่งเป็นทางแยกขนาดใหญ่ จะเห็นทางม้าลาย จอขนาดยักษ์ตามตึกต่างๆ รถยนต์ที่สัญจรไปมาและผู้คนที่พลุกพล่าน เป็นแลนมาร์คสุดฮิตที่ได้ปรากฎตัวบนแผ่นฟิล์ม ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์และซีรี่ส์ทั้งของญี่ปุ่นและต่างประเทศมามากมาย

เวลาเร่งด่วน กลางแยกชิบูย่า Cr.Picture from : FB :Life in Japan
แยกชิบูย่า /Thank you picture from FB :Life in Japan
Cr.Picture from :FB: Life in Japan

ชิบูย่าจริงๆ แล้วก็คือแหล่งรวมเสื้อผ้าแฟชั่นในโตเกียวดีๆ นี่เอง เนื่องจากมีห้างสรรพสินค้าบริเวณนี้มีจำนวนมาก ส่วนใหญ่เสื้อผ้าแฟชั่นในย่านนี้จะเป็นสไตล์วัยรุ่นหนุ่ม-สาว สำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แนวหลุดโลกแบบฮาราจูกุ

การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote Line, Saikyo Line, หรือ Shonan Shinjuku Line มาลงที่สถานี Shibuya ทางออก Hachiko Exit แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที

ตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji Fish Market)

ตลาดปลาสึกิจิ Cr.Picture from : FB :Life in Japan
Cr.Picture from : FB :Life in Japan
Cr.Picture from : FB :Life in Japan
การแร่ปลาคือศาสตร์และศิลป์ เซียนการแร่ปลาต้องยกให้เค้าแหละ ญี่ปุ่น Cr.Picture from : FB :Life in Japan
Cr.Picture from : FB :Life in Japan

ตลาดปลาซึกิจิ เป็นตลาดปลาแห่งแรกในโตเกียว ถูกจัดตั้งขึ้นโดยปฐมโชกุนแห่งเอะโดะ เพื่อสะดวกต่อการจัดหาวัตถุดิบเอาไว้บริโภคในปราสาทเอโดะ เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ได้รับการยอมรับว่าเป็นตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

ตลาดยอดนิยมทั้งชาวญี่ปุ่นเองและคนต่างชาติ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มาเยือนญี่ปุ่น Cr.Picture from : FB :Life in Japan
Cr.Picture from : FB :Life in Japan
ร้านค้าเรียงรายในตลาดปลาสึกิจิ Cr.Picture from : FB :Life in Japan

ภายในมีตลาดค้าส่งปลา ผักและผลไม้มากมาย ตลาดซึกิจิถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนภายนอกซึ่งมีร้านค้าปลีกและร้านอาหารตั้งเรียงรายเป็นจำนวนมาก และส่วนภายในซึ่งเป็นบริเวณที่ร้านค้าส่งใช้เจรจาธุรกิจและเป็นจุดที่มีการประมูลปลาทูน่าที่มีชื่อเสียง โดยรวมเป็นตลาดที่คึกคักอยู่เกือบตลอดเวลา ทำให้เป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้แวะเวียนมาเที่ยวชมอยู่เสมอ

การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดิน สาย Oedo Line มาลงที่สถานี Tsukijishijo แล้วเดินต่อประมาณ 3 นาที หรือนั่งรถไฟใต้ดิน สาย Hibiya Line มาลงที่สถานี Tsukiji แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที

โตเกียว ไปกี่ทีก็ไม่มีเบื่อ ไปกี่ทีก็ไม่สามารถไปได้ทุกจุดทั่วเมือง ผู้เขียนพยายามรวบรวมสถานที่ยอดฮิต เอามาไว้เป็นข้อมูลให้ผู้อ่านสามารถเดินทางเที่ยวได้ด้วยตัวเอง การเดินทางท่องเที่ยวในญี่ปุ่นส่วนใหญ่สะดวกสบายเป็นที่สุด เพราะรถไฟสามารถไปถึงทุกจุดหมายทั่วเมือง แถมบ้านเมืองสะอาดปลอดภัย หวังไว้ว่าหมดโควิด19 ทั่วโลกรับมือกับการระบาดครั้งนี้ได้ มีวัคซีนป้องกัน และรัฐอนุญาติให้เดินทางท่องเที่ยวได้เป็นปกติเมื่อใด เราคงได้เจอกัน รอทุกคนมาเยือนเยี่ยมหา เจอกัน จ้า

Leave a Reply