สะพานอุตตมานุสรณ์ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
สะพานอุตตมานุสรณ์ มองจากสะพานรถข้ามเข้าสู่หมู่บ้านมอญ

ปลายปี 2016 ผู้เขียนประจำการที่ประเทศไทย และเป็นช่วงใกล้วันเกิดของเรา ครอบครัวมีดำริ ว่าอยากไปไหว้พระที่วัดหลวงพ่ออุตตมะ (พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี) เป็นพระภิกษุที่ได้รับความเคารพเลื่อมใสในหมู่คนไทยเชื้อสายมอญ และชาวพุทธทั่วไป เป็นพระนักเดินธุดงค์กรรมฐาน….ออกเดินธุดงค์ไปบำเพ็ญอยู่บนเขาหลายครั้งเป็นเวลานาน….ปัจจุบันท่านมรณภาพแล้ว คงเหลือไว้แต่ความดีที่ท่านปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบให้คนรุ่นหลังกล่าวถึง ….. พอตกลงปลงใจจะเดินทางเราทำหน้าที่ขับรถ ก็ต้องทำการบ้านดูเส้นทางและแผนที่เผื่อไปด้วย เหตุผลเพราะระหว่าง อำเภอทองผาภูมิ ไปอำเภอสังขละบุรี เป็นหุบเขาและอับสัญญาณมือถือ การศึกษาเส้นทางก่อน…จะช่วยให้เดินทางด้วยความอุ่นใจขึ้น การเดินทางไปวัดหลวงพ่ออุตตมะมีหลายวิธี…แต่วิธีที่ผู้เขียนแนะนำนี้คือ ใช้รถยนต์ส่วนตัว โดยเส้นทางจากกรุงเทพฯ ไป กาญจนบุรี ได้หลายเส้นทาง แต่เส้นทางที่ใกล้ที่สุด คือ จากกรุงเทพฯเข้าสู่ถนนบรมราชชนนี ผ่านพุทธมณฑลมุ่งสู่จังหวัดนครปฐมใช้ทางหลวงหมายเลข4 จากนั้นเปลี่ยนเส้นทางไปทางราชบุรี- บ้านโป่ง ขับตรงต่อไปตามทางหลวงหมายเลข4 จนเห็นป้าย กาญจนบุรี (ทางหลวงหมายเลข 323) พอเข้าสู่ ทล.หมายเลข 323 แล้วก็ถือเป็นเส้นหลักถนนแสงชูโต ที่วิ่งเข้าตัวจังหวัดกาญจนบุรี รวมเป็นระยะทางประมาณ 123 กม. จาก อ.เมืองกาญจนบุรี ไป วัดหลวงพ่ออุตตมะ ระยะทางเกือบ 221 กม….วิ่งตาม ทล.หมายเลข 323 จะมีป้ายบอกทางไป อำเภอไทรโยค- ทองผาภูมิ ก่อนเข้าตัวอำเภอทองผาภูมิ จะเจอสามแยกให้เลี้ยวขวาไปทางอำเภอสังขละบุรี ผ่านอุทยานแห่งชาติเขาแหลม สะพานข้ามแม่น้ำรันตี และวิ่งผ่านตัวอำเภอสังขละบุรี ข้ามสะพานซองกาเลีย เลยไปทางสะพานไม้ จะเจอสามแยกให้เลี้ยวขวาไปประมาณ 350 เมตรก็จะถึงวัดหลวงพ่ออุตตมะ ……ตัวผู้เขียนออกเดินทางจากบ้าน สมุทรปราการ ประมาณตี4 ขับรถไปเรื่อยๆๆ ไม่ได้เร่งรีบ ถึงประมาณบ่ายสอง เนื่องจากตอนนั้น เรามีหมา ไม่ได้จอง โรงแรมผ่านเน็ต ใช้วิธีเสิร์ชหาแล้วโทรเข้าไป วอคอินเลย สะดวกดี ชาวบ้านเปิดบ้านให้เข้าพักเป็นการอุดหนุนชุมชนกระจายรายได้…ค่าที่พักตอนนั้น ประมาณ 800 บาทต่อห้อง จ่ายเพิ่มต่อคนไม่กี่ร้อย แต่หมา น่าจะ 50 บาท หรือ 100 บาท ไม่แน่ใจแล้ว….หลังจากได้ที่พัก จอดรถพักรถแล้ว…ผู้เขียนเดินเรื่อยๆๆ มาริมแม่ซองกาเลีย ให้มาเจอสะพานไม้ขึ้นไปเดินเล่น และถ่ายรูปพร้อมกับหาของกินพื้นบ้านแถวนั้น กินง่ายๆๆ สบายกระเป๋า อิ่มท้อง และอิ่มใจ ….

ตอนเช้าจะมีพระเดินข้ามสะพานไปบิณฑบาต ประชาชนก็จะมารอใส่บาตรกัน
อุดหนุนชาวบ้านทำชุดใส่บาตร กระจายรายได้สู่ชุมชน

ตื่นเช้ามาเตรียมตัวใส่บาตร รับพรดีๆๆ อุดหนุนชาวบ้านให้มีรายได้ แค่นี้เราก็ถือว่าได้ทำบุญครบถ้วนแล้วนะ การสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง ชุมชนต้องมีอาชีพและรายได้เลี้ยงตัวเอง เค้าจะไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานบ้านช่องเข้าเมืองใหญ่ หลังจากใส่บาตรเสร็จ บ้านพักที่เราพักจัดข้าวต้มและกาแฟ ขนม ง่ายๆๆไว้ให้ กินเสร็จร่ำลาเจ้าของที่พักที่แสนใจดีตามวิถีคนชนบท เดินทางต่อไปวัดวังก์วิเวการาม(วัดหลวงพ่อุตตมะ) อยู่ไม่ไกลจากสะพานไม้เท่าไหร่นัก ตัวผู้เขียนและครอบครัว เข้าไปไหว้ปราสาทเก้ายอด คือ โลงบรรจุสังขารของหลวงพ่ออุตตมะ โดยมีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ทางศิลปกรรมของชนชาติมอญ โดยช่างฝีมือจากเชียงใหม่ ตัวโลงเจาะช่องใส่กระจกให้มองเห็นภายในได้ เรียกว่า “ลายขุนแผนเปิดม่าน” ตามความเชื่อเดิมว่าการทำปราสาทมอญเป็นการส่งวิญญาณให้ไปสถิต ณ สรวงสวรรค์ ขออภัยที่ผู้เขียนไม่ได้ถ่ายภาพมา (เหตุผลด้านความเชื่อส่วนตัว)

บทส่งท้าย วัดหลวงพ่ออุตตมะเป็นสถานที่สำคัญและมหัศจรรย์แห่งพลังศรัทธาอีกที่หนึ่งที่เชิญชวน ให้ทุกคนมาเยือน ตัวผู้เขียน ระหว่างเข้ากราบสังขารหลวงพ่ออุตตมะ ขนลุก ตลอดเวลา เหมือนได้รับพรดีๆๆ ว่าถ้าตั้งใจทำสิ่งไหน ด้วยพลังศรัทธาและเชื่อมั่นแล้วจะเกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดี แน่นอน และหลังจากนั้นไม่กี่วัน…ก็มีคำสั่งให้ไปประจำการที่ต่างประเทศตามที่รอคอย ใครจะมองว่างมงาย แต่เราเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น !!!

Leave a Reply