ผู้เขียนได้รับโทรศัพท์สอบถามสารทุกข์สุขดิบ จากเพื่อนชาวจีน ว่าสถานการณ์โควิด19 เป็นไงบ้าง คุยกันไปเรื่อยเปื่อย อยู่ๆเพื่อนก็แนะนำหนังเรื่องนี้ให้ดู เสวียนจ้าน(玄奘 : Xuánzàng) บุรุษพุทธานุภาพ เพื่อนบอกว่า เราดูภาคภาษาจีนนะ เพราะเราเข้าใจภาษาจีน ดูแล้วรู้สึกมีพลังและความพยายามต่อสู้ชีวิตดี โดนโปรโมท และ ฟังการโฆษณาจากเพื่อนเลยอ่า ลองดู สิ

เสวียนจ้าน (玄奘 : Xuánzàng) คือชื่อภาษาจีนกลางของ พระถังซำจั๋ง จากเรื่องไซอิ๋วที่เรารู้จักกันดี ซึ่งจริงๆ ชื่อนี้ก็ไม่ได้เป็นชื่อจริงๆ ออกจะเป็นฉายามากกว่า เพราะ ถัง คือราชวงศ์ถังของจีน ส่วน ซำจั๋ง คือพระไตรปิฎก สรุปว่าชื่อ ถังซำจั๋ง คือ ผู้อัญเชิญพระไตรปิฎกแห่งราชวงศ์ถัง นั่นเอง

จริงๆก็ไม่น่าแปลกใจเลยนะ ถ้าใครติดตามเรื่องราวของจีนมา คงรู้ว่า ไซอิ๋ว เป็น 1 ใน 4 สุดยอดวรรณกรรมจีน ร่วมกับ 108 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขาเหลียงซาน สามก๊ก และ ความรักในหอแดง เรียกว่าเป็นเรื่องที่ต้องถูกหยิบมาทำ…ไม่เป็นหนังก็เป็นซีรีส์กันตลอดมา โดยไซอิ๋วเป็นผลงานประพันธ์ของ อู่เฉิงเอิน ในสมัยราชวงศ์หมิง ที่หยิบยกเรื่องราวจากบันทึกการเดินทางของท่านเสวียนจ้านในสมัยราชวงศ์ถัง เรื่อง ต้าถังซีโหยวจี้ หรือ จดหมายเหตุการเดินทางสู่ดินแดนตะวันตกของมหาราชวงศ์ถัง มาแต่งเสริมเติมอภินิหารในเชิงนิยายเพื่อต้านกระแสลัทธิเต๋าที่นิยมสูงมากในสมัยหมิง เราจะเห็นได้จากในเรื่องที่เห้งเจียจัดการเทพทางเต๋าจนหมดสวรรค์ ต้องให้พระยูไลกับพระถังซำจั๋งในฝั่งพุทธมาปราบนั่นเอง ดังนั้นหนังที่ถอดเอาความเป็นแฟนตาซีออกไปสิ้นอย่าง เสวียนจ้าน บุรุษพุทธานุภาพ เรื่องนี้ เลยออกมาดูแบบที่จริงจังเอามากๆ ใกล้ไปทางหนังชีวประวัติมากกว่า

เนื้อหาของหนังนี่ ถ้าไปอ่านประวัติท่านเสวียนจ้าน…บอกเลยว่า แทบจะเดินตามนั้นเด๊ะเลย ทั้งเรื่องการเดินทาง อุปสรรคจากเหล่าขุนนางตามเมืองรายทางจากฉางอันสู่ชมพุทวีปที่คอยขัดขวางไม่ให้ท่านเดินทางข้ามพรมแดน เนื่องจากมีสงครามรุกรานจากชนต่างเผ่า ตลอดจนการได้พบกับหัวหน้าเผ่า เจ้าเมือง และกษัตริย์ต่างๆ คือใส่มาครบ ให้อารมณ์เหมือนเวลาดูหนังท่านมุ้ยอย่าง สุริโยทัย หรือ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ที่รายละเอียดเยอะ ตัวละครแยะ แต่จับซอยสั้นๆ เอามาเรียงให้ครบไม่ตกหล่น ภายในช่วงเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงของหนัง ถ้าดูในแง่หนังกึ่งสารคดีนั้นก็ถือว่าโอเคมาก แต่ด้วยความเป็นหนังเล่าเรื่อง ทำให้ผู้สร้างพลาดหลายๆอย่างและล้นในหลายๆ เรื่อง

ในส่วนพลาดคือ ขาดการให้เหตุผลในหลายๆ การกระทำ เช่น ไม่บอกว่าทำไมเจ้าเมืองต่างๆ ดูผูกใจแค้นตามจับผิดท่านเสวียนจ้านนัก ซึ่งจริงๆ คือเจ้าเมืองต่างๆ เพียงทำตามหน้าที่ปกติ เพราะฮ่องเต้มีพระราชโองการ ห้ามให้ประชาชนทุกคนข้ามเขตชายแดน เนื่องจากศึกสงครามตามที่บอก และท่านเสวียนจ้านเองก็ไปทูลขอพระบรมราชานุญาต จากฮ่องเต้เองด้วย แต่ก็ไม่ได้รับอนุญาต จึงเป็นที่แน่ชัดว่าท่านถูกเพ่งเล็งโดยปกติจากรัฐ ไม่ใช่เพราะเจ้าเมืองเป็นตัวร้ายไม่มีเหตุผลอย่างในหนังแต่อย่างใด หรือฉากที่กวานดั๊ก คุ้มคลั่งก็ไม่มีการเกริ่นนำเหตุผลที่หนักแน่นพอ มาเอาสรุปตอนท้ายให้ฟังว่าเพราะอะไรจากคำพูดเอา และหลายครั้งหนังก็ใช้การบรรยายเพื่ออธิบาย หรือคลี่คลายเหตุการณ์ต่างๆด้วย ทำให้อรรถรสในการชมเร้าอารมณ์คนดูตกลงไปพอสมควร

ในส่วนที่ล้น ก็ล้นแบบไม่ดูอารมณ์เรื่อง เช่น มีฉากไล่ล่าฆ่ากันแบบหนังจอมยุทธเว่อๆ ในหนังที่น่าจะดูสมจริงและชีวิตจริง หรือฉากที่มีตัวละครหญิงเข้ามาในเรื่อง ก็พยายามเน้นโรแมนติก จนดูเหมือนมีบางอย่างระหว่างพระกับสีกาแบบไม่เข้าเรื่อง รวมถึงการให้ความสำคัญแบบเว่อเกินไปกับตัวท่านเสวียนจ้าน อย่างในฉากหนึ่งให้พระผู้ใหญ่มาพูดว่าฉันมีชีวิตอยู่เพื่อได้พบท่าน อันนี้มันก็ดูเกินไปพอสมควร นี่ยังไม่นับเรื่องซีจีหลายฉากที่คุณภาพดูคล้ายพรีเซนท์ขายคอนโด กับอารมณ์นักแสดงนำอย่าง หวงเสี่ยวหมิง ที่โดดไปโดดมา เดี๋ยวสำรวม เดี๋ยวสุขุม เดี๋ยวหวาดกลัวว่อกแว่ก เดี๋ยวโกหก ซึ่งจริงๆควรทำให้เห็นมิติมนุษย์ในตัวท่านเสวียนจ้าน แต่ด้วยบทและการกำกับกลับทำให้กลายเป็นความไม่สมจริงไปเสียแทน

ถึงจะว่าไปเช่นนั้น แต่ข้อดีของหนังเองก็มีมากเหมือนกัน ทั้งความเอาใจใส่ในการเล่ารายละเอียดต่างๆหลายสิบปีลงมาในหนังให้พยายามครบถ้วน รวมถึงการสอดแทรกบทบัญญัติและหัวใจคำสอนของพระพุทธเจ้าเอาไว้เป็นระยะๆ ทำให้เข้าใจง่ายๆๆ และซาบซึ้งได้ดีทีเดียว ทั้งการลงทุนถ่ายทำในสถานที่จริงต่างๆ จากจีนแผ่นดินใหญ่ เลยไปถึงฝั่งอินเดีย คือมีภูมิประเทศที่อลังการ รวมถึงโบราณสถานต่างๆที่สวยงามมาก การดูวิวนี่เป็นความเพลิดเพลินอย่างมาก มากกว่าตัวแสดงในหนังเลยทีเดียว และฉากกลางทะเลทรายโกบีก็ทำได้ดี…สัมผัสความไร้น้ำได้จริงๆ จนอดคิดไม่ได้ว่าหนังเรื่องนี้ไม่ควรมีซีจีใดๆ เลยจะสวยงามมากที่สุดแล้ว ตรงนี้ใครสนใจอยากทราบประวัติพระถังซำจั๋งจริงๆ แบบปนแต่งไม่มากนัก หลักธรรมก็ไม่ได้เน้นลึกซึ้งอะไร เป็นประโยคสวยๆนามธรรมที่เราเคยยินเคยฟังมาจนชินแล้วนั่นล่ะ เรียกว่าชอบสายชีวประวัติน่าจะโอเค แต่สิ่งที่ได้ สำหรับผู้เขียน คือดูแบบไม่คิดอะไร ดูตอนเหนื่อย และเบื่อๆๆ มันให้ความหวัง ถ้าเราตั้งใจทำด้วยความอดทน และเดินตามทางที่เรามุ่งมั่น มันต้องมีวันสำเร็จ และไม่มีอะไรได้มาง่ายๆๆ

บทส่งท้าย สำหรับผู้เขียน ในโอกาสที่เรากักตัวอยู่บ้าน และได้มีเวลาว่างพอ แนะนำให้ดู ….จะได้มีกำลังใจ สู้ต่อไป เห็นความยากลำบาก อดทน และความตั้งใจ จริง ของพระเสวียนจ้าง แล้ว เราทุกคนสามารถ เอามาประยุกต์ใช้ในชีวิตเราได้ แน่นอนจ้า

Leave a Reply